ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

บทคัดย่อ

ใช้ปลากะพงขาวขนาด 23.82-24.16 ซม. น้ำหนัก 189.1-196.83 กรัม แบ่งความถี่การให้อาหารออก เป็น 3 ระดับ คือ ให้อาหารทุกวัน วันละครั้ง, ให้อาหารวันเว้นวัน วันละครั้ง , และให้อาหารทุกวัน เว้นวันเสาร์ อาทิตย์ อาหารที่ใช้คือ ปลาเป็ดสดสับเป็นชิ้น ขนาดพอเหมาะกับปากปลา ในการ ทดลองครั้งนี้ผลปรากฏว่า อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ และอัตราการอยู่รอดทั้ง 3 ระดับความถี่ ไม่แตกต่างกันในทางสถิติ แต่อัตราการเจริญเติบโตแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง โดยที่ให้อาหาร ทุกวัน วันละครั้ง จะมีอัตราการเจริญเติบโต ดีที่สุด โดยมีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ย เท่ากับ 91.81กรัม/เดือน ในขณะที่การให้อาหารทุกวันยกเว้น วันเสาร์ อาทิตย์และวันเว้นวัน ปลาจะมีอัตราการ เจริญเติบโตเฉลี่ยเท่ากับ 74.61และ58.19 กรัม/เดือน ตามลำดับ

ชื่อเรื่อง: ผลการขาดวิตามิน B1,B2 กรดแพนโตเทนิค และอินโนซิทอลต่อปลากะพงขาววัยรุ่น

ชื่อภาษาอังกฤษ: Effect of vitamin B1,B2 pantothenic acid and inosital in juvenile seabass, Lates calcarifer

ชื่อผู้วิจัย: จารุรัตน์ วัฒนโกวัฒน์

บทคัดย่อ

การทดลองเตรียมอาหารโดยใช้ปลาป่นคุณภาพดี ทำจากปลาหลังเขียวมีระดับโปรตีน 67.24% ไขมัน 11.03% ตลอด ระยะเวลา 14 สัปดาห์ ปลากะพงขาวไม่แสดงอาการขาดกรดไขมันใด ๆ ที่จำเป็นให้ปรากฏออกมา ผลการ เจริญเติบโต และผลการทดลองด้านอื่นๆ ของการใช้น้ำมันชนิด ต่างๆ ไม่ให้ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ แต่มีแนวโน้ม ว่า น้ำมันตับปลาคอดให้ผล การเจริญเติบโตดีกว่า น้ำมันปลาทูน่า และน้ำมันปลาทูน่า

บทคัดย่อ

การแทนที่ปลาป่นที่ระดับ 25% ดีเทียบเท่ากับอาหารสูตรควบคุมและการแทนที่ระดับ 50% มีอัตรา การแลกเนื้อ ประสิทธิภาพการย่อยไม่แตกต่างจากอาหารสูตรควบคุมแต่อัตราการเจริญเติบโต ต่ำกว่า เนื่องจากการกิน อาหารลดลง และเมื่อแทนที่ด้วยระดับ 75 และ 87.5% ทำให้การเจริญ เติบโตและประสิทธิภาพการย่อยอาหาร ประสิทธิภาพโปรตีน และปริมาณการกินอาหารลดลง อย่างเห็นได้ชัด ทำให้ทราบว่า กากถั่วเหลืองและข้าวโพด สามารถใช้ในอาหาร ปลากะพงขาว ได้ไม่เกิน 17%และ10%ตามลำดับ (โดยแทนที่ปลาป่น 50%)และเมื่ออาหารนั้น มีปลาป่น 20%
เป็นองค์ประกอบในสูตรอาหาร

บทคัดย่อ

โดยปลากะพงขาวมีขนาด 0.7-20กรัม ในการทดลองที่ 1 พบว่า ประสิทธิภาพการย่อยโปรตีนใน ปลาป่นเบญจพรรณ กากกุ้ง กากถั่วลิสง กากถั่วเหลือง รำถั่วเขียวและรำข้าว มีค่า85.12,88.36,95.97, 90.44,94.67 และ 90.24%ตามลำดับ การทดลองที่ 2 พบว่าประสิทธิภาพการย่อยโปรตีน ในปลาป่นเบญจพรรณปลาป่นปลาทูน่า ปลาป่นปลาหลังเขียว กากงา หัวกุ้งป่น 30% หัวกุ้งป่น 15% ปลาหมึกป่น หางนมผง

บทคัดย่อ

การสำรวจระบบการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดขนาดเล็ก เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาการการจัดการฟาร์ม และโรคสัตว์น้ำ โดยการรวบรวมข้อมูลจาก 304 ฟาร์ม ในพื้นที่ 24 จังหวัด ในปี 2542-2543 ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างรายชื่อเกษตรกรจากฐานข้อมูลของกรมประมงในปี 2542 นำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์ โดยใช้โปรแกรม Epi-info 6 และ SPSS 9.01 เพื่อหาปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านโรคในฟาร์มปลาน้ำจืด

บทคัดย่อ

ผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดี้ต่ออิมมูโนกลอบูลินเอ็มของปลาช่อนเพื่อใช้เป็น probe ในการศึกษาระบบภูมิคุ้มกันของปลาช่อนตลอดจนเพื่อการพัฒนาวัคซีนในอนาคต จากการศึกษาครั้งนี้ผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดี้ได้ 2 ชนิดคือ Mab 1C3 และ Mab 7D2 ซึ่ง Mab 1C3 เป็น IgG1 subclass และ Mab 7D2 เป็น IgG2aและโมโนโคลนอลแอนติบอดี้ทั้งสองชนิดนี้มี light chain เป็นชนิด K จากการทดสอบโดยเทคนิค ELISA พบว่าทั้ง Mab 1C3 และ 7D2 ทำปฏิกิริยากับอิมมูโนกลอบูลินเอ็มของปลาช่อน

บทคัดย่อ

ศึกษาการตรวจจับเชื้อ Mycobacterium sp. เพื่อตรวจการปรากฎของเชื้อในระบบเลือด และอวัยวะภายในได้แก่ ม้าม ตับ และไตโดยเทคนิค PCR และ ISH ทำการทดลองโดย ฉีดเชื้อ Mycobacterium marinum(S268) เข้าช่องท้องปลาช่อน (Channa striata) 140 ตัว ปริมาณตัวละ 9.4 x 107 CFU/มิลลิลิตร สุ่มเก็บตัวอย่างปลาทดลองจำนวน 10 ตัว ทุกสัปดาห์ เพื่อเก็บ เลือด ม้าม ตับ และ ไต ตัวอย่างเลือดทำการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค PCR ส่วนตัวอย่างเนื้อเยื่อวิเคราะห์ด้วยเทคนิค PCR และ ISH

บทคัดย่อ

การศึกษาชีววิทยาปูม้า ( Portunus   pelagicus ) ในบริเวณอ่าวไทยตอนบน  โดยการเก็บตัวอย่างทุกเดือนจากท่าขึ้นสัตว์น้ำจังหวัดเพชรบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และชลบุรี ระหว่างเดือนมกราคม 2538 ถึงเดือนธันวาคม 2541 พบว่าปูม้ามีความสัมพันธ์ระหว่างโอกาสของปูม้าที่มีเซลสืบพันธุ์ในระยะสมบูรณ์เพศ กับขนาดความยาวกระดองเป็นเส้นโค้งรูปตัว S แบบ Symmetric Sigmoid curve โดยมี สมการความสัมพันธ์ดังนี้ Y = 1/(1+e(15.74-0.3x))

บทคัดย่อ

ทำการสำรวจการใช้เครื่องมือประมงของชาวประมงพื้นบ้านในอ่าวพังงานและอ่าวกระบี่ โดยการสัมภาษณ์ผู้นำหมู่บ้านรวม 176 หมู่บ้าน ที่อยู่โดยรอบอ่าว ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2541 และศึกษารายละเอียดของแต่ละเครื่องมือประมง ระหว่างเดือน มกราคม ถึง กันยายน พ.ศ. 2542 พบเครื่องมือประมง 11 ประเภท 38 ชนิด ชาวประมงแต่ละรายใช้เครื่องมือประมงมากกว่า 1 ชนิด