ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

บทคัดย่อ

The study was conducted in approximetely 26 ton rectangular concrete ponds. In each treament , which two times of replication was fed with living rotifer , frozen rotifer , boiled egg yolk and steamed mixer of egg and instant milk respectievely. Water in treatment A was changed 30 to 50 percent every day mean while in treatment B,C and D running water system was considered to be done for aviod water pollution. Detritous and remained food were siphined out everyday. The feeding trial was terminated when the larvae were 12 day old. The larvae in treatment A were strong, active and they grew normally meanwhile the larvae in the other tertments grew slowly and high mortality. From this experiment revealed that such kinds of the food in treatment B,C and D could be used only as the supplementary feed 2-3 days instead of lacking living rotifer.

บทคัดย่อ

จากการทดลองกับปลาขนาดเล็ก (21.7ซม.) อาหารสูตรโปรตีน:คาร์โบไฮเดรต ที่ 95:5 , 90:10 ให้การเจริญ เติบโตมากกว่าสูตรอาหาร 85:15 และ 75:25 เล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับสูตรควบคุมปรากฏว่าสูตรควบคุมสูงกว่า แสดงว่าอาหาร สำเร็จรูปดั่งกล่าว ให้ผลการเจริญเติบโตได้น้อยกว่า อาหารตามธรรมชาติ ส่วนการทดลองใน ปลาที่มีขนาดใหญ่ (30.12ซม.) อาหารสูตรโปรตีน:คาร์โบไฮเดรต ที่ 85:15, 80:20 และ 75:25 ให้ผลการทดลองสูงกว่าสูตร 95:5, 90:10 แสดงว่าการเลี้ยงปลากะพงขาวด้วยอาหารสำเร็จรูป เหมาะกับปลาขนาดเล็ก และจะให้ผลการเจริญเติบโตมากกว่า ปลาขนาดใหญ่

บทคัดย่อ

ลูกปลากินโรติเฟอร์จนอายุ 13 วัน และเมื่ออายุ 22 วัน สามารถกินไรแดงได้ทุกตัวพออายุ 25 วัน เริ่มฝึกให้กิน เนื้อปลาสดสับละเอียด และเมื่ออายุครบ 1 เดือน ลูกปลาสามารถกินเนื้อปลาได้ และเฉลี่ยมีลูกปลาเหลือรอด จากการทดลองเท่ากับ 54.36% อยู่ในขั้นดีพอสมควร ซึ่งการใช้อาร์ทีเมียอาจไม่มีความจำเป็นสำหรับการอนุบาลลูกปลากะพงขาววัยอ่อนถ้าหากสามารถผลิตโรติเฟอร์และไรแดงให้ได้มากพอ

บทคัดย่อ

การเจริญเติบโตของปลากะพงขาวที่เลี้ยงในระดับโปรตีน 30,40 และ 50% มีการเจริญเติบโต 11.463,11.203 และ 12.349 กรัม ในเวลา 3 เดือน 10 วัน จากการวิเคราะห์ทางสถิติพบว่า ไม่มีความแตกต่างกัน ส่วนอัตราการ เจริญเติบโต 0.115 , 0.112 และ 0.123 กรัม/วัน จากการวิเคราะห์ทางสถิติพบว่าไม่มีความแตกต่างกัน อัตราการรอดตาย 41.1 , 38.8 และ 36.9% ตามลำดับ FCR 4.6,4.06 และ4.79 ตามลำดับ เนื่องจากปลากะพงขาวเป็นปลากินเนื้อ การฝึกให้กินอาหารเมล็ด โดยไม่ ผสมปลาเป็ดปลาจะไม่กิน แต่จากการทดลองปลาสามารถกินอาหาร ผสมได้ดี มีการเจริญเติบโตรวดเร็ว FCR มีค่าต่ำ ประมาณ 4.1-4.7 เมื่อเทียบกับการเลี้ยงปลาเป็ดชนิดเดียว มีค่า Conversation rate เท่ากับ 8 และถึงแม้ในระดับ โปรตีน ทั้ง 3 ระดับ ต่างกัน แต่การเจริญเติบโตไม่ แตกต่างกัน

บทคัดย่อ

พบว่าการให้อาหารวันละ 2 ครั้ง ให้การเจริญเติบโต น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และผลผลิตสูงสุดตลอดจน การแพร่ กระจายของน้ำหนัก เป็นไปในทิศทางที่เพิ่มขึ้นมากกว่า การเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อก็มีค่า ต่ำสุด สำหรับความ แตกต่างของการเจริญเติบโตจากความถี่ในการให้อาหารต่างกันจะเริ่มแสดงผล หลังจากการเลี้ยงไป 60 วัน แม้อัตราการรอดจะไม่แตกต่างทางสถิติ พบว่าในปลาที่เลี้ยงโดยให้ อาหารวันละ 2 ครั้ง และวันละ 1 ครั้ง มีอัตรา การรอดตายต่ำกว่า ปลาที่เลี้ยงโดยให้อาหารวันเว้น วัน ในการทดลองครั้งนี้ยังพบว่า ปลาที่เลี้ยงโดยให้อาหาร วันละ 2 ครั้ง จะกินอาหารต่อครั้งน้อย กว่าที่เลี้ยงโดยให้อาหารวันละ 1 ครั้ง และวันเว้นวัน อย่างไรก็ตามปลา ที่เลี้ยง โดยให้อาหารวันละ 2 ครั้ง ได้รับปริมาณอาหารที่มากกว่า และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ กว่าปลาที่เลี้ยงโดยให้อาหารวันละ 1 ครั้ง และวันเว้นวัน

บทคัดย่อ

ปลากะพงขาวที่ใช้ทดลองมีน้ำหนักเฉลี่ย 1.1 กรัม อาหารทดลองใส่วิตามินรวม 5 ระดับคือ 0,0.5,1,1.5 และ 2%พร้อม กับทำการเปรียบเทียบกับอาหารเสริม (Premix) ที่มีขายในท้องตลาดใส่ใน อัตราส่วน 2% ผลการทดลองพบว่าหลังจากสัปดาห์ที่ 8 ปลาที่ให้อาหารผสมที่ระดับวิตามิน 0% ลูกปลา กะพงขาวแสดงอาการขาดวิตามินอย่างเด่นชัดโดยมีลำตัวคดงอ สูญเสียการทรงตัวในการว่ายน้ำ

บทคัดย่อ

Two kinds of living food , nauplius of brine shrimp ,Artemia salina and the rotifer , Brachionus plicatilis wase used seabas larvae , 11-18 day old (initial total length +- S.D. : 4.66+-0.46 mm.). This experiment was given by adjusting daily 60% of the water was changed everyday. At the of the experiment , results showed that the mean total length +-S.D. of seabass larvae fed with brine shrimp and rotifer were 9.63+-1.09 mm. And 8.13+-0.8 mm. respectively , and that thair survival rates of larvae fed with brine shrimp and of those fed with rotifer were not statisically different. During this stage , the feeding amont of brine shrimp or rotifer per larvae per day were estimated as follows; Y1 = 63.69X-630.96 Y2 = 404.76X-3041.67 Y1 : amount of brine shrimp per larva per day Y2 : amount of rotifer per larva per day X : the ge of larvae.

บทคัดย่อ

ทดลองอนุบาลลูกปลากะพงขาว Lates calcarifer อายุ 2-13 วัน ด้วยโรติเฟอร์ Brachionus plicatilis ที่ให้อาหาร ต่างกัน 4 แบบคือให้อดอาหาร ให้กินยีสต์ขนมปัง ให้กินยีสต์เสริมน้ำมันตับปลา และ ให้กิน Chlorella sp. เจริญ เติบโตดีที่สุด มีความยาว 6 มม. หนัก 0.0305 กรัม ขณะที่ลูกปลาซึ่งอนุบาลด้วยโรติเฟอร์ซึ่งอดอาหารเจริญเติบโต น้อยที่สุด มีความ ยาวเพียง 4.7 มม. หนักเพียง 0.0099 กรัม นอกจากเจริญเติบโตดีที่สุด ลูกปลาที่อนุบาลด้วยโรติเฟอร์ที่กินChlorella sp. ยังมีอัตรารอด สูงสุดคือ 59.1% ขณะที่ลูกปลาซึ่งอนุบาลด้วยโรติเฟอร์ที่กินยีสต์มีอัตรา รอดต่ำสุดเพียง 22.7%

บทคัดย่อ

การเลี้ยงปลากะพงขาวที่มีขนาดเริ่มต้นเฉลี่ย 1.85 กรัม/ตัว ในน้ำจืดโดยใช้อาหารสำเร็จรูป ซึ่งวิตามินซี ระดับต่าง ๆ กันเป็นเวลา 10 สัปดาห์ วิตามินซีมีความสำคัญและจำเป็น อย่างยิ่ง ต่อการกินอาหาร การเจริญเติบโต ประสิทธิภาพ อาหาร สุขภาพ และการอยู่รอด ของปลากะพงขาว เพราะถ้าไม่ใส่วิตามินซีในอาหารสำเร็จ ปลาไม่ เพียงแต่เลี้ยงไม่โตแต่จะตายเกือบหมดเมื่อเลี้ยงได้ 10 เดือนอาการของปลาขาดวิตามินซีก็คือ กินอาหารน้อยลง โตช้า

บทคัดย่อ

ปรากฏว่าการขาดวิตามิน 4 ชนิดคือ โคลีน ไนอาซิน อินโนซิทอล หรืออี เป็นเวลา 18 สัปดาห์ ปรากฏว่าการขาด อาหารดังกล่าวในอาหารที่มีปลาป่น น้ำมันตับปลาคอด และแป้งเหนียวเป็นส่วนประกอบ ไม่ทำให้ปลามีการ เจริญเติบโต อัตรารอดและประสิทธิภาพ ภาพอาหารต่ำ กว่าสูตรที่วิตามินดังกล่าวและไม่ทำให้เนื้อเยื่อ ตับและหัวใจ ผิดปกติด้วยจึงสรุปได้ว่าในสภาพอาหารการเลี้ยง อายุและเวลาตามการทดลองยังมีความจำเป็นน้อย มากใน การเติม โคลีน ไนอาซิน อินโนซิทอล และอี ในอาหาร เพราะในปลาป่นและ น้ำมันตับปลาคอด อาจมีวิตามิน ดังกล่าวอยู่พอ วิตามินที่น่าสนใจและควรแก่การศึกษา ต่อไปคือ วิตามินอี เพราะปลาที่ให้อาหารขาดวิตามินอี แสดงอาการรุนแรงกว่าปลาที่ให้ อาหารขาดวิตามินอื่น ๆ เมื่อวิตามินซีเสื่อมสลายไป การใช้วิตามินซี 1 กรัม/อาหาร 1กก. มีส่วนช่วยให้ ความต้องการวิตามินอีไม่แร่งด่วนมาก ส่วนสารกันหืน สามารถลดการใช้ สารประเภท วิตามินอีได้ ควรศึกษาหาข้อมูล ระดับวิตามินอีที่จำเป็นต้องเติมในอาหาร สัมพันธ์กับวิตามินซีและปริมาณ สาร กันหืนในอาหารต่อไป