ตุลาคม 20, 2014, 08:00:15 PM
ข่าว:
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย ในรองปูน แนวคิดลึกล้ำ ของ ลุงประยงค์ รณรงค์  (อ่าน 18208 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Bawornluk
YaBB God
*****

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3306


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2007, 04:42:01 PM »

เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย ในรองปูน แนวคิดลึกล้ำ ของ ลุงประยงค์ รณรงค์

โดย เทคโนโลยีชาวบ้าน วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 20 ฉบับที่ 418

เทคโนโลยีการประมง

ไชย ส่องอาชีพ

วันก่อนได้นำคณะสมาชิกเกษตรสัญจรไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป้าหมายหนึ่งในนั้นไม่พลาดไปเยี่ยมบ้านคุณลุงประยงค์ รณรงค์ ที่ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าของรางวัลแม็กไซไซ เพื่อศึกษาสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนไม้เรียง และดูงานเกษตรกรรมของมหาวิทยาลัยธรรมชาติที่คุณลุงประยงค์เป็นอธิการบดีอยู่

มหาวิทยาลัยกลางแจ้ง มีเนื้อที่ไม่ถึง 2 ไร่ อยู่ติดถนน ไม่มีรั้วกั้น หลังคามุงจาก พื้นปูด้วยดิน รายล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ กลายเป็นม่านบังสายตาจากภายนอกได้เป็นอย่างดี

ภายในนอกจากเป็นห้องเรียนแล้ว ยังมีอุปกรณ์สาธิต อาทิ เครื่องผลิตไบโอดีเซล การทำจุลินทรีย์ น้ำยาล้างจาน แชมพูสระผม และการแปรรูปขนมจีนเส้นสด เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อไว้เป็นต้นแบบให้ชาวบ้านหรือผู้สนใจเรียนรู้ และปฏิบัติได้จริง

ริมชายคาด้านในมีรองปูนซีเมนต์วางอยู่เกือบ 30 ลูก ภายในเลี้ยงปลาดุกและกบ รวมแล้วหลายพันตัวเลยทีเดียว

"อาชีพทุกอย่างก่อนที่จะเผยแพร่หรือให้ความรู้สู่ชาวบ้าน เราจะศึกษาวิจัย จนได้ข้อสรุปก่อน ไม่ใช่เอาข้อมูลที่ไม่ชัดเจนไปเผยแพร่ เมื่อชาวบ้านได้รับความรู้ พวกเขาก็นำไปปฏิบัติหรือประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวต่อไป หากปฏิบัติตามที่ได้ดูงานมา ผมรับรองได้ว่าประสบความสำเร็จทุกราย" คุณลุงประยงค์ กล่าวหลังจากต้อนรับสมาชิกด้วยรอยยิ้มและแนะนำตัว

พร้อมกับบอกว่า สถานที่แห่งนี้ ไม่เพียงเป็นแหล่งฝึกอบรมให้ความรู้กับชาวบ้านในหมู่บ้านไม้เรียงเท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างให้กับผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ทั่วประเทศด้วย

"ที่ผ่านมามีผู้คนเข้ามาดูงานกันเยอะ บางคนเดินทางจากจังหวัดอื่นๆ มาพักค้างคืนที่นี่ เพราะว่าต้องการความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจริง"

"แท้จริงแล้วชาวชุมชนบ้านไม้เรียงมีอาชีพหลักคือ ทำสวนยางพารา ซึ่งเมื่อก่อนนั้นถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ผมและเพื่อนๆ ได้ร่วมกลุ่มกันคิด และพยายามตัดพ่อค้าออกไป ในที่สุดผลผลิตยางพาราที่นี่เราจำหน่ายได้ผลตอบแทนมากขึ้น เมื่อประสบความสำเร็จเรื่องยางพารา เราก็พยายามหาอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านด้วย เพราะว่ายางพารานั้นไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ทั้งปี ดังนั้น ชาวบ้านหรือชาวสวนยางมีเวลาว่างเยอะ ผมก็ได้ตั้งศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียงขึ้น เพื่อถ่ายทอดอาชีพเสริมให้กับชาวบ้าน และผู้สนใจทั่วๆ ไป" คุณลุงประยงค์ เล่าถึงความเป็นมาของมหาวิทยาลัยธรรมชาติ



เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในรองปูน ต้นทุนต่ำ ได้ผลดี

ปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย และปรับตัวเข้าสู่สภาพแวดล้อมได้ค่อนข้างดี อีกทั้งการเจริญเติบโตก็เร็วด้วย

ปลาชนิดนี้สามารถนำมาเลี้ยงได้หลายรูปแบบ ทั้งในกระชังตามแหล่งน้ำทั่วไป บ่อปูนซีเมนต์ บ่อพลาสติคและบ่อดิน เป็นต้น

แม้ว่าสภาพน้ำในบ่อเลี้ยงจะมีคุณภาพค่อนข้างต่ำ แต่ก็ไม่ทำให้ปลาหยุดการกินอาหารหรือเจริญเติบโต อีกทั้งยังมีภูมิต้านทานต่อโรคระบาดค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ปลาชนิดนี้บางคนเลี้ยงไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากหาซื้อวัตถุดิบที่ใช้เป็นอาหารราคาต่ำไม่ได้ จึงทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสูง และเมื่อถึงเวลาจับขายก็ประสบปัญหาขาดทุน

ปลาดุกบิ๊กอุยเป็นปลาที่กินอาหารได้หลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่ในช่วงที่ลูกปลาดุกมีขนาดเล็ก (2-3 เซนติเมตร) มักให้อาหารสำเร็จรูปผสมคลุกน้ำปั้นเป็นก้อนๆ หลังจากนั้นเมื่อปลาโตขึ้นจนมีความยาว 15 เซนติเมตร ขึ้นไป จะให้อาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวหรืออาหารเสริมชนิดต่างๆ ได้ เช่น ปลาเป็ดผสมรำละเอียด อัตรา 9:1 หรือให้อาหารที่ลดต้นทุน เช่น อาหารผสมบดจากส่วนผสมต่างๆ เช่น กระดูกไก่ ไส้ไก่ เศษขนมปัง เศษเส้นหมี่ เศษเลือดหมู เลือดไก่ เศษเกี๊ยว หรือเศษอาหารทั่วๆ ไป

บางคนเสาะหาวัตถุดิบอาหารราคาต่ำได้ ก็ถือว่าโชคดีไป เพราะว่าสามารถลดต้นทุนการเลี้ยง ส่งผลให้การเลี้ยงปลาแต่ละรุ่นได้ผลตอบแทนสูง และพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพหลักอย่างถาวร สร้างความร่ำรวยมามากมายแล้ว

แต่สำหรับผู้เลี้ยงปลาที่ไม่สามารถเสาะหาอาหารราคาถูกหรือเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปอย่างเดียว ส่วนใหญ่จะขาดทุนเกือบทุกราย เนื่องจากปลาชนิดนี้กินอาหารแต่ละมื้อนั้นปริมาณเยอะนั่นเอง

ที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียงหรือมหาวิทยาลัยธรรมชาติ ที่คุณลุงประยงค์ ดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดีอยู่นั้น ไม่เพียงศึกษาวิธีการเลี้ยงปลาดุกในรองปูนซีเมนต์เท่านั้น แต่ยังได้ลงลึกถึงอาหารที่เลี้ยงปลา เพื่อลดต้นทุนในการผลิตอีกด้วย

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โปรดติดตาม

คุณลุงประยงค์ เริ่มทดลองโครงการดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2545 โดยช่วงแรกจะเลี้ยงปลาในอัตราหนาแน่นน้อย ประมาณ 30 ตัว ต่อ 1 รองปูน และให้อาหารสำเร็จรูปกินอย่างเต็มที่ ปรากฏว่า ปลาเจริญเติบโตช้า คือเลี้ยง 4 เดือน ยังได้ผลผลิตปลา 3-4 ตัว ต่อกิโลกรัม อยู่เลย ทั้งๆ ที่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกๆ 7 วัน

คุณลุงประยงค์เปลี่ยนการทดลองใหม่ โดยปล่อยให้มีความหนาแน่น 100 ตัว ต่อ 1 รองปูน ปรากฏว่า ปลาเจริญเติบโตดีกว่าผลทดลองแรก

"ทางวิชาการบอกว่า การเลี้ยงปลาหรือสัตว์น้ำให้ตัวโตๆ นั้นต้องปล่อยปลาบางๆ แต่ผลทดลองกับปลาดุกแล้ว มันไม่ได้ผล เข้าใจว่าเมื่อปลากินอาหารแล้ว ก็จะว่ายน้ำไปมา ทำให้เสียพลังงานไปเปล่าประโยชน์ แทนที่จะสร้างเนื้อกลับไม่สร้าง ผมมานึกถึงการเลี้ยงไก่เนื้อที่ใช้พื้นที่น้อย ไก่ไม่ค่อยเดินไปไหน กินๆ นอนๆ มันเจริญเติบโตให้เนื้อปริมาณมาก ผมจึงนำแนวความคิดนี้มาใช้กับปลาดุก โดยปล่อยเลี้ยงในอัตราหนาแน่นมาก เพื่อไม่ต้องการให้ปลามันว่ายน้ำมากนัก ในที่สุดก็ได้ผลดี" คุณลุงประยงค์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การที่ปลาจะเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ และไม่เครียดนั้น คุณลุงประยงค์บอกว่า ควรปล่อยในอัตราหนาแน่น ประมาณ 70 ตัว ต่อ 1 รองปูน และเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกๆ 5 วัน

เมื่อมีข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวได้แล้ว ความคิดของเขาไม่หยุดนิ่งแค่นี้ พยายามศึกษาพฤติกรรมในการกินอาหารของปลาดุก ทั้งนี้เพื่อเสาะหาอาหารต้นทุนต่ำ หวังลดต้นทุนการผลิตให้ได้ ในที่สุดคุณลุงประยงค์ก็ได้สูตรอาหารราคาถูก และหลายคนรวมทั้งนักวิชาการคิดไม่ถึงว่า สามารถเลี้ยงปลาดุกให้เจริญเติบโตได้ แต่ทว่ากลับทำได้อย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียว

ผักตบชวากับอาหารสำเร็จรูป คือสูตรอาหารดังกล่าว

ในช่วงอนุบาลลูกปลาเขาจะให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปกินอย่างเต็มที่ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น แต่เมื่อเลี้ยงได้ประมาณ 15-20 วัน หรือลูกปลาขนาด 10 ตัว ต่อกิโลกรัม คุณลุงประยงค์ก็เสาะหาผักตบชวาตามธรรมชาติใส่ลงไปในรองปูน จากนั้นก็ค่อยลดปริมาณอาหารสำเร็จรูปลงเรื่อยๆ จากวันละ 2-3 กิโลกรัม เหลือเพียง 2 กรัม ต่อ 1 รองปูน เท่านั้นเอง

"เมื่อปลาหิวจัดๆ มันก็จะกินผักตบชวาเป็นอาหารด้วย แม้ว่าปริมาณโปรตีนแทบจะไม่มี แต่ก็ทำให้หายหิวได้ ตกเย็นเราก็หว่านอาหารสำเร็จรูปให้กินเพียงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มปริมาณโปรตีน แม้ว่ามีน้อย แต่เมื่อปลาออกกำลังน้อย เพราะมีพื้นที่จำกัด โปรตีนที่ได้จากอาหารสำเร็จรูปก็สามารถนำมาสร้างเนื้อปลาได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว"

คุณลุงประยงค์เลี้ยงปลาดุกแต่ละรุ่น จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือนครึ่ง ก็ได้ผลผลิตปลา 3 ตัว ต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นไซซ์ที่ตลาดต้องการแล้ว



วิธีการเลี้ยงและดูแลปลาดุกในรองปูน

ในการเลี้ยงปลาแต่ละรุ่นจะมี คุณขจร ทิพาพงศ์ เป็นผู้ช่วย เนื่องจากในระยะหลังนี้คุณลุงประยงค์ มีภารกิจต้องเดินทางไปเป็นวิทยากรรับเชิญทั่วประเทศ

ช่วงว่างเว้นจากภารกิจคุณลุงประยงค์ก็จะเข้ามาดูแลพร้อมกับถ่ายทอดความรู้สู่คุณขจรเกือบทุกอย่าง เพื่อช่วยเหลือและคอยต้อนรับแขกผู้มาเยือนในยามที่ไม่อยู่บ้าน

"ช่วงหลังๆ นี้ ผมเข้ามาช่วยงานอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะการเลี้ยงปลาดุกกับกบนี้ ผมได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง และทุกๆ วันผมจะดูแลให้อาหาร พร้อมกับคอยสังเกตดูพฤติกรรมของสัตว์ที่เลี้ยงไว้ด้วย หากพบความผิดปกติหรือเจริญเติบโตช้า ก็จะรายงานให้กับคุณลุงประยงค์ทราบ เพื่อหาหนทางแก้ไขต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ปัญหาเรื่องการเลี้ยงหรือการดูแล แทบจะไม่มีปัญหาอะไรเลย เพราะว่ามันค่อนข้างลงตัวแล้ว" คุณขจร กล่าวเสริมในฐานะผู้ดูแลการเลี้ยงสัตว์น้ำโดยตรง

คุณขจรตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อจัดการความเป็นระเบียบเรียบร้อยของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียง รวมทั้งบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำดังกล่าวด้วย

ปลาดุก 1 รองปูน จะใช้ผักตบชวาประมาณ 3-4 กอ ต่อ 5 วัน ซึ่งปลาจะกัดกินบริเวณใบและยอดอ่อนจนหมด เหลือไว้เพียงลำต้นแก่ๆ เท่านั้น

"เราให้กินอาหารเม็ดสำเร็จรูป วันละ 1 ครั้ง และให้ปริมาณน้อยเพียง 2-3 กรัม ต่อ 1 รองปูน หรือปลา 70 ตัว เท่านั้น พวกปลาจะหิวกันมาก มันจะกินเกือบทุกอย่างที่เราใส่ลงไป เพื่อให้ท้องอิ่มไว้ก่อน เมื่ออิ่มแล้วมักจะไม่เคลื่อนไหวไปไหน"

กินและนอน คือเป้าหมายสูงสุดในการเลี้ยงปลาดุกของที่นี่ ทั้งนี้เพื่อไม่ต้องการให้เสียพลังงานไปเปล่าประโยชน์นั่นเอง

"เราจะให้อาหารสำเร็จรูปกินเต็มที่ในช่วงแรกๆ หรือช่วงเป็นลูกปลา เท่านั้น เพื่อสร้างรูปร่างให้สมบูรณ์ หลังจากนั้นก็ควบคุมปริมาณอาหาร โดยให้วันละ 1 ครั้ง เท่านั้นเอง"

"แม้ว่าเราจะควบคุมการให้อาหาร ปลามันก็เจริญเติบโตได้ดี ซึ่งผมเข้าใจว่า ไม่เพียงมาจากเลี้ยงพื้นที่แคบๆ เท่านั้น แต่อาจมาจากเราเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆ ด้วย ซึ่งทำให้ปลามีสุขภาพดี กินและนอน มันก็โตวันโตคืนเลยทีเดียว" คุณขจร กล่าวย้ำ

คุณขจรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำ 5 วัน ต่อครั้ง แต่ละครั้งจะเปิดน้ำที่เลี้ยงปลาออกทิ้งทั้งหมด จากนั้นก็ดูดน้ำใหม่มาใส่แทนที่

"รองปูนที่เราใช้เลี้ยงปลานั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร และสูง 50 เซนติเมตร ทุกบ่อจะต่อท่อน้ำทิ้งไว้บริเวณก้นบ่อ เพื่อให้เปลี่ยนถ่ายน้ำได้อย่างสะดวก เพียงแต่กดหรือถอด พีวีซี ออก น้ำในรองปูนก็ไหลออกมาเกือบทั้งหมดแล้ว" คุณขจร กล่าว

นอกจากนี้ ในระหว่างเลี้ยงปลาดุกคุณลุงประยงค์ได้บอกให้คุณขจรราดน้ำหมักชีวภาพลงในบ่อเลี้ยงทุกๆ 5 วัน หรือหลังเปลี่ยนถ่ายน้ำด้วย ซึ่งปริมาณการใช้แต่ละครั้งนั้น ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ต่อบ่อ ก็เพียงพอแล้ว ทั้งนี้ เพื่อปรับสภาพน้ำให้ดีขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้ปลาเกิดโรคระบาดด้วย

น้ำหมักชีวภาพที่นำมาใช้ดังกล่าวนั้น เขาจะผลิตขึ้นมาเอง โดยนำกล้วยน้ำว้า ฟักทอง และมะละกอ อย่างละ 3 กิโลกรัม สับให้ละเอียด จากนั้นนำมาคลุกผสมกับกากน้ำตาล 3 กิโลกรัม หมักปิดฝาทิ้งไว้ 7 วัน

หลังจากนั้น นำน้ำสะอาดปริมาณ 9 ลิตร เทใส่ลงไป พร้อมกับคนให้กับส่วนผสมดังกล่าว ตั้งทิ้งไว้อีก 15 วัน หรือเมื่อมีกลิ่มหอม ก็สามารถนำไปใช้งานได้เลย

"ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อเชื้อจุลินทรีย์ เพียงแต่เรานำส่วนผสมดังกล่าวมาหมักรวมกัน มันก็เกิดจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์แล้ว ซึ่งสามารถนำมาใช้กับบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วๆ ไปได้" คุณขจร กล่าว

งานเลี้ยงปลาดุกในรองปูนสูตรคุณลุงประยงค์นี้ ลดต้นทุนได้เป็นอย่างดีทีเดียว กล่าวโดยสรุปแล้ว ใช้ระยะการเลี้ยงเพียง 105 วัน กินอาหารสำเร็จรูป ประมาณ 350 บาท หรือประมาณ 17-18 กิโลกรัม ต่อรุ่น หรือ 70 ตัว ซึ่งเฉลี่ยต้นทุนค่าอาหารและอื่นๆ อยู่ประมาณ 18-20 บาท ต่อการผลิตปลา 1 กิโลกรัม ในขณะที่ราคารับซื้อสูงถึง 35-40 บาท ต่อกิโลกรัม เลยทีเดียว

"การเลี้ยงปลาลักษณะนี้ เราจะได้ปลาที่หนังไม่หนา เนื้อไม่เละ และไม่คาวด้วย เนื่องจากไขมันในตัวปลามีน้อย และขั้นตอนการเลี้ยงก็สะอาดด้วย ซึ่งปลาที่เราเลี้ยงนั้นชาวบ้านที่อยู่แถวๆ นี้ เข้ามาติดต่อซื้อถึงปากบ่อ แถมให้ราคาสูงถึง 50-60 บาท ต่อกิโลกรัมด้วย เพราะว่าปลาที่นี่เหมือนกับปลาที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เนื้อไม่คาวหรือเละ ชาวบ้านชอบบริโภคกันมากเลย"

ต้นทุนการผลิตต่ำ การเลี้ยงไม่ยุ่งยาก น่าทดลองนำแนวทางไปปฏิบัติกันบ้างนะครับ
บันทึกการเข้า

technomatch
Newbie
*

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2007, 10:36:05 AM »

โทษครับ รองปูน คืออะไรครับหน้าตาเป็นไงสนใจมากครับ...พอดีอยากจะลองเลี้ยงดูด้วยต้นทุนที่ต่ำ...
แต่ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย.............

 ฮืม
บันทึกการเข้า

Nicaonline
Nicaonline
Administrator
YaBB God
*****

Karma: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3041



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2007, 11:30:04 AM »

เอารูปรองปูนมาให้ดูครับ แต่ที่ใช้ สูง50 ซม  บางทีเราก็เรียกท่อซิเมนต์ครับ

บันทึกการเข้า

ความรู้ ข่าวสาร สร้างปัญญา

technomatch
Newbie
*

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2007, 02:31:43 PM »

ขอบคุณมากครับว่าจะลองทำดู หลังบ้านมีที่ว่างอยู่หน่อยนึง ถ้าสำเร็จจะเอามาบอกครับ.....
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: