ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

สภาวะสัตว์น้ำรอบทะเลสาบสงขลา เดือนพฤศจิกายน 2559ช่วงนี้กล่าวได้ว่าชีวิตของพี่น้องชาวประมงกำลังสดใสเหมือนฟ้าหลังฝน  หลังจากที่ต้องประสบพบเจอกับสารพันปัญหาไม่ว่าจะน้ำแล้ง  ฝนตกชุก  หรือกระแสลมที่พัดแรง  ซึ่งก็ทำเอาพี่น้องประมงเราเกือบไปต่อไม่ไหว ไปไหนไม่ถูกกันเลยทีเดียว แต่ด้วยความขยัน  ซื่อสัตย์  ประหยัดและอยู่อย่างพอเพียง  จึงทำให้อยู่มาได้จนถึงวันที่ฟ้าสีทองผ่องอำไพ  ขอแสดงความชื่นชมยินดี! 

ตลาดชะอวดช่วงนี้ฝนยังตกชุก  ปลาพรหมหัวเหม็นก็เริ่มออกมาให้เห็นหน้าค่าตากัน และที่จับได้เกือบทั้งหมดจะตัวโตและมีไข่  แม่ค้าเล่าให้ฟังว่าเคยจับได้ถึงน้ำหนัก 3.7 กิโลกรัมต่อตัว โอ้โห! ปลาที่ยังหนาตาคงเส้นคงวาก็ยังคงเป็นปลาช่อนเหมือนเดิม  
ทางเกาะใหญ่ช่วงนี้ชาวประมงหันมาวางอวนเพื่อจับกุ้งหัวมันกันมาก ส่วนปลาโสดก็มีมากมายล้นตลาดจนต้องเบรคการจับกันเลยทีเดียว ปลาดุกทะเลก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกัน  จับกันได้มากมายก่ายกอง
ข้ามมาฝั่งคูขุด  ปลาช่อนอีกเช่นกันมีปริมาณหนาตามากๆๆๆ  บางวันมีปริมาณการรับซื้อมากถึง 700 กิโลกรัม จนแม่ค้าต้องแบ่งตารางการรับซื้อเป็นซื้อ 1 วันและเว้น 2 วัน เพื่อระบายสินค้า
ส่วนคูเต่าช่วงนี้ก็มีปริมาณกุ้งค่อนข้างเยอะ  และยังมีปลากระเบน ที่แทบจะห่างหาย ก็โผล่มาให้เห็นบ้างประปราย

ตลาดปากพะยูน กุ้ง ปู ปลา ยังคงละลานตาเต็มไปหมด บ่งบอกถึงความอุดสมบูรณ์ทรัพย์ในดิน สินในน้ำจริงๆ ถัดมาแถวช่องฟืน ชาวประมงหันมาวางกัดกุ้งหัวมันกันเป็นส่วนใหญ่ ถือได้ว่าช่วงนี้เป็นนาทีทองของกุ้งหัวมัน

แวะมาทะเลน้อย ช่วงนี้ปลาช่อนยังครองตลาดเหมือนเดิม  แต่เพิ่มเติมปลาหน้าน้ำอย่างแขยงนวลที่มีปริมาณมากขึ้น ส่วนใหญ่ใช้กัดลอยในการจับ เพราะจะได้ปลาแขยงนวลที่มีขนาดใหญ่

ถึงตลาดพัทลุง แขยงนวลยังคงตามมาครองตลาดเช่นเดียวกัน แต่จะมีเยอะเฉพาะช่วงฝนตก

แวะมาดูปลาบึกที่ลำปำ ขนาดใหญ่สุดที่จับได้ตัวละ 120 กิโลกรัม  จับโดยเครื่องมือบาม (ยอยักษ์)

ตลาด 72 พรรษาปูม้าที่จับได้ช่วงนี้จะเป็นปูขนาดใหญ่ ปูใหญ่ เนื้อก็เยอะ เต็มปากเต็มคำ

มาติดตามกันว่า เขตไหน โซนไหน สัตว์น้ำอะไร จะมากน้อยเพียงใด  มาดู!

ตลาดชะอวดและโซนทะเลน้อย...กุ้งก้ามกราม 20 กิโลกรัม  ปลากดเหลือง 21 กิโลกรัม  ปลากระสูบขีดหรือปลาโสด 153 กิโลกรัม  ปลากราย 4 กิโลกรัม  ปลากระสงหรือปลาช่อนไช 15 กิโลกรัม  ปลาแขยงนวล 32.5 กิโลกรัม  ปลาช่อน 118 กิโลกรัม  ปลาชะโด 11 กิโลกรัม  ปลาชะโอน 0.7 กิโลกรัม  ปลาดุกอุย 10.5 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนขาว 18 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนทราย 55 กิโลกรัม  ปลาตาแดง 30 กิโลกรัม  ปลาตุม 2 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 40 กิโลกรัม  ปลาบู่ทราย 0.2 กิโลกรัม  ปลาพรหมหัวเหม็น 6 กิโลกรัม  ปลาแมว 3 กิโลกรัม  ปลาสร้อยนกเขาหรือปลาขี้ขม 83.5 กิโลกรัม  ปลาสลาด 148 กิโลกรัม  ปลาสลิด 14 กิโลกรัม  ปลาหมอช้างเหยียบหรือปลาตรับ 62 กิโลกรัม  ปลาหมอไทย 10.5 กิโลกรัม  ปลาหัวแข็งหนวดอ่อนหรือปลาหัวโม่ง 15 กิโลกรัม  ปลาไหลนา 0.6 กิโลกรัม  (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

เกาะใหญ่และโซนทะเลหลวง...กุ้งกระต่อมหรือกุ้งนา 310 กิโลกรัม  กุ้งก้ามกราม 76 กิโลกรัม  กุ้งกุลาดำ 3.2 กิโลกรัม  กุ้งหัวมัน 161 กิโลกรัม  ปลากดคันหลาว 17.5 กิโลกรัม  ปลากดเหลือง 15 กิโลกรัม  ปลากระทิงลาย 0.1 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวควาย 3.7 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวปากแดง 10 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวปากยาว 10 กิโลกรัม  ปลากระบอกขาว 1.5 กิโลกรัม  ปลากระสูบขีดหรือปลาโสด 107 กิโลกรัม  ปลากระตักควาย 0.5 กิโลกรัม  ปลากะพงหิน 3.5 กิโลกรัม  ปลากระสงหรือปลาช่อนไช 6 กิโลกรัม  ปลาแขยงนวล 34.2 กิโลกรัม  ปลาโคบ 17 กิโลกรัม  ปลาจิ้มฟันจระเข้ใหญ่ 7.8 กิโลกรัม  ปลาช่อน 81.5 กิโลกรัม  ปลาชะโด 9 กิโลกรัม  ปลาดุกทะเลหรือปลามิหลัง 202 กิโลกรัม  ปลาดุกอุย 0.8 กิโลกรัม  ปลาตะกรับหรือปลาขี้ตัง 14 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนขาว 15 กิโลกรัม  ปลาตาแดง 4 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 44 กิโลกรัม  ปลาบึก 5 กิโลกรัม  ปลาบู่ทราย 15 กิโลกรัม  ปลาแป้นเล็กหรือปลาบุตรี 49.5 กิโลกรัม  ปลาแป้นใหญ่หรือปลาลาปัง 4 กิโลกรัม  ปลาพรหมหัวเหม็น 0.1 กิโลกรัม  ปลาแมว 35 กิโลกรัม  ปลาลิ้นหมาหรือปลาชังชุน 1 กิโลกรัม  ปลาวัวสีเงินหรือปลาวัวเล็ก 0.1 กิโลกรัม  ปลาสร้อยนกเขาหรือปลาขี้ขม 10 กิโลกรัม  ปลาสลาด 214 กิโลกรัม  ปลาสลิด 1 กิโลกรัม  ปลาเสือพ่นน้ำ 0.7 กิโลกรัม  ปลาหมอช้างเหยียบ 35 กิโลกรัม  ปลาหมอไทย 3 กิโลกรัม  ปลาหัวแข็งหนวดอ่อน 152.2 กิโลกรัม  ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 2 กิโลกรัม  ปลาไหลนา 4 กิโลกรัม  (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

คูขุดปากพะยูนและโซนทะเลสาบตอนใน...กั้งตั๊กแตน 0.1 กิโลกรัม  กุ้งกะต่อมหรือกุ้งนา 60 กิโลกรัม  กุ้งก้ามกราม 82.5 กิโลกรัม  กุ้งกุลาดำ 44 กิโลกรัม  กุ้งกุลาลาย 0.1 กิโลกรัม  กุ้งขาว 4 กิโลกรัม  กุ้งแชบ๊วยหรือกุ้งหางแดง 38.8 กิโลกรัม  กุ้งตะกาดขาวหรือกุ้งหัวแข็งเล็ก 297.8 กิโลกรัม  กุ้งตะกาดหรือกุ้งหัวแข็งใหญ่ 113.6 กิโลกรัม  กุ้งหัวมัน 1395 กิโลกรัม  ปลากดขี้ลิง 0.6 กิโลกรัม  ปลากดเหลือง 12 กิโลกรัม  ปลากระดี่หม้อ 1 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวปากแดง 2 กิโลกรัม  ปลากระบอกขาว 17 กิโลกรัม  ปลากระสูบขีดหรือปลาโสด 132 กิโลกรัม  ปลากะพงข้างปาน 0.1 กิโลกรัม  ปลากะพงขาว 1.5 กิโลกรัม  ปลากะพงหิน 1.2 กิโลกรัม  ปลากะรังจุดส้ม 0.3 กิโลกรัม  ปลากระสงหรือปลาช่อนไช 1 กิโลกรัม  ปลาขี้จีน 17.2 กิโลกรัม  ปลาแขยงนวล 0.7 กิโลกรัม  ปลาโคบ 11.4 กิโลกรัม  ปลาจิ้มฟันจระเข้ใหญ่ 2.5 กิโลกรัม  ปลาช่อน 455 กิโลกรัม  ปลาดุกทะเลหรือปลามิหลัง 122 กิโลกรัม  ปลาดุกอุย 0.5 กิโลกรัม  ปลาตะกรับหรือปลาขี้ตัง 17.7 กิโลกรัม  ปลาตาแดง 3 กิโลกรัม  ปลาท่องเที่ยวเกล็ดใหญ่ 124.8 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 77 กิโลกรัม  ปลาบ้า 3 กิโลกรัม  ปลาบู่จุดเขียวใหญ่ 7 กิโลกรัม  ปลาบู่ทอง 2.6 กิโลกรัม  ปลาแป้นเล็กหรือปลาบุตรี 31.5 กิโลกรัม  ปลาแป้นใหญ่หรือปลาลาปัง 6 กิโลกรัม  ปลาแมว 7 กิโลกรัม  ปลาลิ้นควาย 0.5 กิโลกรัม  ปลาลิ้นหมา 0.5 กิโลกรัม  ปลาวัวสีเงินหรือปลาวัวเล็ก 0.2 กิโลกรัม  ปลาสร้อยดอกหมาก 2 กิโลกรัม  ปลาสร้อยนกเขาหรือปลาขี้ขม 35.5 กิโลกรัม  ปลาสลาด 210 กิโลกรัม  ปลาสลิด 2 กิโลกรัม  ปลาสลิดหินลายขาวหรือปลาขี้ตังลาทา 29.4 กิโลกรัม  ปลาหมอช้างเหยียบหรือปลาตรับ 43 กิโลกรัม  ปลาหัวแข็งหนวดอ่อนหรือปลาหัวโม่ง 11.9 กิโลกรัม  ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 19 กิโลกรัม  ปลาหางควายหางแถบ 5.6 กิโลกรัม  ปลาเห็ดโคนหรือปลาบุหลุด 2.6 กิโลกรัม  ปลาอุบหรือปลาอีค้อง 0.8 กิโลกรัม  ปูดำ 22.6 กิโลกรัม  ปูม้า 39.6 กิโลกรัม  ปลาดอกหมากครีบสั้น 9.66 กิโลกรัม  ปลากระบางหรือปลาจ้องม่อง 1 กิโลกรัม  (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

โซนทะเลสาบตอนนอก...กั้งตั๊กแตน 0.5 กิโลกรัม  กุ้งกุลาดำ 0.4 กิโลกรัม  กุ้งกุลาลาย 0.3 กิโลกรัม  กุ้งขาว 44 กิโลกรัม  กุ้งแชบ๊วยหรือกุ้งหางแดง 196 กิโลกรัม  กุ้งฝอย 70 กิโลกรัม  กุ้งตะกาดขาว 1602 กิโลกรัม  กุ้งตะกาด 168 กิโลกรัม  กุ้งหัวมัน 6 กิโลกรัม  ปลากดขี้ลิง 14 กิโลกรัม  ปลากระบอกขาว 13 กิโลกรัม  ปลากระเบนตุ๊กตา 1 กิโลกรัม  ปลากล้วย 5 กิโลกรัม  ปลากะพงข้างปาน 0.6 กิโลกรัม  ปลากะรังจุดส้ม 4 กิโลกรัม  ปลาขี้จีน 1 กิโลกรัม  ปลาโคบ 5 กิโลกรัม  ปลาดุกทะเล 11 กิโลกรัม  ปลาตะกรับหรือปลาขี้ตัง 16 กิโลกรัม  ปลาท่องเที่ยวเกล็ดใหญ่ 61 กิโลกรัม  ปลาบู่จุดเขียวใหญ่ 17.7 กิโลกรัม  ปลาบู่ทอง 5.5 กิโลกรัม  ปลาแป้นเล็กหรือปลาบุตรี 10 กิโลกรัม  ปลาลิ้นหมา 4 กิโลกรัม  ปลาสลิดหินลายขาว 26 กิโลกรัม  ปลาหัวแข็งหนวดอ่อนหรือปลาหัวโม่ง 13 กิโลกรัม  ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 5 กิโลกรัม  ปลาหางควายหางแถบ 7 กิโลกรัม  ปลาเห็ดโคนหรือปลาบุหลุด 7.5 กิโลกรัม  ปูดำ 24.5 กิโลกรัม  ปูม้า 222 กิโลกรัม  ปลาดอกหมากครีบสั้น 11 กิโลกรัม  (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

อาชีพทำประมงจะเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนสามารถสืบทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานได้นั้น  ก็ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันทั้งภาครัฐและภาคราษฏร์ กรมประมงปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ  ส่วนชาวบ้านก็ช่วยกันอนุรักษ์ และจับสัตว์น้ำอย่างมืออาชีพคือจับให้เป็น จับให้เหลือ ไม่จับสัตว์น้ำแบบมือสมัครเล่นที่สักแต่จับให้ได้ โดยไม่สนใจจะอนุรักษ์ไว้ให้ชนรุ่นหลัง   อนาคตประมงไทยอยู่ในกำมือของพวกท่านนะคะ  อย่าลืม!

กมลศิริ  รักกมล...รายงาน