สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

สุดมหัศจรรย์.....หญ้าแฝกไทย โดยขวัญเรือน  สุวรรณรัตน์หญ้าแฝกจัดเป็นพืชตระกูลหญ้าเขตร้อนที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ กระจัดกระจายทั่วไปในสภาพแวดล้อมต่างๆ เป็นพืชที่มีคุณสมบัติที่มีสมบัติที่เหมาะสมที่สุดต่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพราะว่าหญ้าแฝกเจริญเติบโตขึ้นเป็นกอใหญ่และยังมีรากที่ยาวเจริญได้ดีทั้งในสภาพดินที่ชื้นแฉะ และที่แห้งแล้งจัด ยังอยู่ได้ทั้งในดินที่มีสภาพดินเป็นกรดหรือสภาพดินเป็นเบส

หญ้าทะเล พื้นที่สีเขียวใต้ทะเลสีคราม โดย จำนง ถีราวุฒิถ้าพูดถึงทะเลคงจะปฏิเสธไม่ได้ คนไทยหลายคนคงได้ไปเที่ยวทะเลกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทะเลฝั่งอันดามันหรือทะเลฝั่งอ่าวไทยก็ตามแต่ โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนที่ไปเที่ยวทะเล จะไปทำกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น ไปเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ บ้างก็เล่นน้ำทะเล บ้างก็กินอาหารสังสรรค์ริมทะเล บ้างก็จับสัตว์น้ำเล่นตามชายหาด เป็นต้น

เมื่อกล่าวถึงปะการังเทียมแล้ว หลายๆ ท่านคงจะทราบดีว่ามีประโยชน์มากมายมหาศาลต่อสัตว์น้ำใต้ท้องทะเลเพียงใด เช่น เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต เป็นแหล่งทดแทนประชากรสัตว์น้ำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ เป็นแหล่งตกปลา ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และอื่นๆ อีกมากมาย ปะการังเทียมยังช่วยให้ชาวประมงไม่ต้องออกจากฝั่งไปไกลก็สามารถหาปูหาปลาได้แล้ว และยังช่วยประหยัดต้นทุนค่าน้ำมันได้อีกด้วย

"ซุปปลิงทะเล ปลิงทะเลน้ำแดง ปลิงทะเลผัดรวมมิตร” พูดแล้วมันเปรี้ยวปาก 555+ สำหรับชาวจีน ถือเป็นอาหารเหลาชั้นยอด แต่สำหรับคนไทยอย่างเราๆ พอได้ยินชื่อเท่านั่นละร้อง อี๊!! กันเลยทีเดียว พาลไปนึกถึง "ปลิงดูดเลือด" (ปลิงน้ำจืด) ทั้งที่จริงๆ แล้วสัตว์ทั้งสองชนิดนี้มีวิวัฒนาการห่างไกลกันมากถึงขนาดอยู่กันคนละไฟลัม และที่สำคัญปลิงทะเลไม่ดูดเลือดเหมือนกับปลิงน้ำจืดเลยสักนิด

แสงเจิดจ้า หลังฟ้าหม่น โดย จำนง ถีราวุฒิอ่วมอรทัยไปตามๆ กันครับ กับฤดูฝนที่ผ่านมาในปีนี้ สาหัสจริงๆ ถึงแม้ว่าในหลายพื้นที่กลับเข้าสู่สภาวะปกติกันแล้ว แต่ก็ทิ้งร่องรอยความเสียหายที่เจ็บปวด โดยเฉพาะภาคเกษตรและประมงตาต่อตาฟันต่อฟันครับแลกกันคนละหมัด มนุษย์เราทำความเสียหายให้กับธรรมชาตินั้นก็เยอะ ธรรมชาติเอาคืนบ้างถือว่าเสมอกันครับ

เสียงสะท้อนจากทะเลสาบสงขลา ตอน คำสัญญาจากใจ โดยจำนง ถีราวุฒิอีกครั้งกับเสียงสะท้อนจากทะเลสาบสงขลา มาถึงอีกตอนหนึ่งครับ สำหรับท่านที่ติดตามบทความเรื่องนี้มาโดยตลอดอย่าท้อ อย่าเหนื่อย อย่าเบื่อน่ะครับ ผมเชื่อว่าหลายท่านยังคงเป็นกำลังใจ ยังคงร่วมอุดมการณ์ไปกับผม ในการที่จะร่วมด้วยช่วยกัน ให้ทะเลสาบสงขลาที่ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแห่งนี้เป็นทะเลสาบที่อุดมไปด้วยสัตว์น้ำนานาพันธุ์และขอขอบคุณสำหรับกำลังใจ ที่หลายท่านโทรมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น บ้างก็ให้กำลังใจ ขอบคุณจริง ๆ ครับ ขอนำสิ่งดี ๆ เหล่านี้เป็นกำลังใจในการต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ในการพัฒนาทะเลสาบสงขลาต่อๆ ไปครับ

สำรวจคุณภาพน้ำทะเลสาบสงขลาตอนนอก เดือน สิงหาคม 2559 โดย นายนรินทร ใหม่วัดสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมของทะเลสาบสงขลาตอนนอก จังหวัดสงขลา บริเวณตำบลชิงโค หัวเขาหัวเขา ตำบลสทิงหม้อ ตำบลเกาะยอ และตำบลปากรอ จำนวน 15 สถานี ดังรูปที่ 1และตารางที่ 1 เป็นประจำทุกเดือน เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง และประเมินแนวโน้มของสถานะคุณภาพน้ำ ซึ่งได้ดาเนินการติดตามตรวจวัดปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ 1

สำรวจคุณภาพน้ำคลองนาทับ เดือนสิงหาคม 2559 โดย นายนรินทร ใหม่วัดคลองนาทับ เป็นคลองสายหลักของชาวตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เปรียบเสมือนสายเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำที่อุดมไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำ อันเอื้อต่ออาชีพประมงพื้นบ้าน ตามวิถีของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้คลองนาทับหนึ่งในแหล่งเลี้ยงปลากะพงขาวของ จงหวัดสงขลา แม้ว่าในปัจจุบันคลองนาทับจะมีสภาพน้ำที่เริ่มตื้นเขิน มีดินโคลน และสภาพน้ำที่บางช่วงเน่าเสีย

          ดังที่กล่าวกันเสมอว่า ปัจจัยที่จะทำให้ปลามีสีสันที่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของตัวปลาเองและคุณภาพของน้ำที่เหมาะในการเลี้ยงปลา ตลอดจนอาหารและแสงสว่าง ในที่นี้ขอกล่าวถึงเรื่องคุณภาพน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญอันดับแรก เพราะถ้าหากนักเลี้ยงปลาไม่สามารถที่จะรักษาคุณภาพของน้ำที่เหมาะสมกับการเลี้ยงปลาได้ ก็จะทำให้เกิดความเสียหายต่อปลาที่เลี้ยง อาจทำให้ถึงตายหรือเจ็บป่วย อย่างน้อยปลาก็จะอาศัยอยู่ในน้ำนั้นอย่างไม่มีความสุข

ปัญหาเรื่องตะกอนในบ่อกุ้งนั้นเกิดขึ้นได้ทุกฤดูการเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูฝนหรือฤดูร้อน ก็มักจะพบปัญหาดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากการเลี้ยงกุ้งในปัจจุบันเป็นการเลี้ยงที่หนาแน่น ประกอบกับพฤติกรรมของกุ้งโดยเฉพาะกุ้งขาวมักจะคุ้ยพื้นและมีพู่เหงือกขนาดเล็ก จึงก่อให้เกิดการอุดตันของเหงือกได้ง่าย นอกจากนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นกุ้งกุลาดำ หรือกุ้งก้ามกรามก็พบเจอปัญหานี้เช่นเดียวกัน การเลี้ยงกุ้งนั้นถ้าหากสามารถคุมสีน้ำให้โปร่งตลอดการเลี้ยง กุ้งจะโตดี แตกต่างจากบ่อที่น้ำล้มบ่อยตะกอนแขวนลอยสูงมักส่งผลให้กุ้งโตช้า