สำนักพระราชวังประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ทรงเสด็จเปิดสถาบันเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งแห่งชาติ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สำนักพระราชวังประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

บทคัดย่อ

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำการผลิตลูกหอยมุกจาน Pinctada maxima (Jameson)จากการเพาะพันธุ์ โดยทำการรวบรวมพ่อแม่พันธุ์จากฝั่งทะเลอันดามัน ที่จังหวัดภูเก็ต นำมากระตุ้นให้ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ โดยใช้วิธีการเปลี่ยนถ่ายน้ำสลับกับการปล่อยแห้ง วิธีการอนุบาลลูกหอยใช้วิธีการเช่นเดียวกับการอนุบาลลูกหอยสองฝาทั่วไป วัสดุที่ใช้สำหรับล่อให้ลูกหอยลงเกาะคือ ตาข่ายพรางแสง, ตาข่ายพลาสติก และเชือกไนล่อน อาหารที่ใช้ในการอนุบาลลูกหอยตั้งแต่ระยะว่ายน้ำ จนถึงระยะวัยรุ่น คือแพลงก์ตอนพืชเซลล์เดียวชนิดต่างๆ ได้แก่ Isochrysis galbana, Chaetoceros calcitrans, Chlamydomonas sp. และ Tetraselmis sp.

บทคัดย่อ

การเลี้ยงหอยหวานในกระบะพลาสติก เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2544 ถึงเดือนมกราคม 2545 เป็นระยะเวลา 7 เดือน มี 3 ชุดการทดลอง ชุดที่ 1 เป็นการเลี้ยงที่ไม่มีกระบะพลาสติกมีอัตราความหนาแน่น 350 ตัว/ม2 จำนวน 462 ตัว/ถัง, ชุดที่ 2 เลี้ยงในกระบะพลาสติกมีอัตราความหนาแน่น 350 ตัว/ม2 จำนวน 462 ตัว/ถัง, และชุดที่ 3 เลี้ยงในกระบะพลาสติก มีอัตราความหนาแน่น 350 ตัว/ม2 จำนวนกระบะเป็น 2 เท่าของชุดที่มี 924 ตัว/ถัง พบว่าชุดทดลองที่ 1 มีอัตราการเจริญเติบโตขนาดความยาว 0.008 ซม./วัน ความกว้าง 0.005 ซม./วัน และน้ำหนัก 0.058 กรัม/วัน, มี FCR เฉลี่ย 2.96+-0.26, อัตราการรอดตายเฉลี่ย 95.81+-1.32% มีผลผลิตรวมเฉลี่ย 7, 193.33+- 575.12 กรัม,

บทคัดย่อ

     กรมประมงสามารถเลี้ยงกุ้งกุลาดำให้มีไข่แก่ในบ่อดิน และได้ดำเนินการให้เป็นพันธุ์เพาะเลี้ยง (Domestication) เพื่อผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำทดแทนการจับจากธรรมชาติ ดังนั้นการนำเครื่องหมายพันธุกรรมไมโครแซททัลไลท์มาใช้ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกของกุ้งกุลาดำ จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการนำข้อมูลนี้ไปใช้เป็นเครื่องหมายในการคัดเลือกพันธุ์กุ้งกุลาดำต่อไป ดำเนินการเพาะผสมเทียมกุ้งกุลาดำ และอนุบาลลูกกุ้งจนมีขนาด P50 ทำการสกัดดีเอ็นเอ และศึกษารูปแบบเครื่องหมายดีเอ็นเอ Microsatellite Markers ของพ่อแม่ลูกกุ้งกุลาดำ ด้วยวิธี PCR (polymerase chain reaction) โดยใช้ไพร์เมอร์ของกุ้งกุลาดำ หลังจากนั้นนำไปแยกความแตกต่างหารูปแบบ Microsattelite Marker ของกุ้งกุลาดำแต่ละตัว โดยทำอิเล็คโทรโฟริซีสบน 6% denaturing polyacrylamide gel เสร็จแล้วย้อมดูแถบดีเอ็นเอด้วยซิลเวอร์ไนเตรท (Silver stain)

บทคัดย่อ

การตรวจหาเชื้อไวรัส MBV ในลูกกุ้งกุลาดำระยะวัยอ่อน (Postlarva) จากฟาร์มเพาะฟักในจังหวัดภูเก็ต ระหว่างเดือนตุลาคม 2543 ถึง เดือนกันยายน 2544 จำนวน 1,189 ตัวอย่าง พบลูกกุ้งกุลาดำติดเชื้อไวรัสMBV 885 ตัวอย่าง (74.43%) โดยพบการติดเชื้อไวรัสMBV สูงสุดในเดือนพฤศจิกายน 95%, ต่ำสุดในเดือนกันยายน 47% ได้แบ่งระดับการติดเชื้อไวรัสMBV ในลูกกุ้งกุลาดำตามปริมาณ Occusion body ที่พบออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้คือ 1.ตรวจไม่พบเชื้อไวรัสMBV พบสูงสุดในเดือนกันยายน 53%, 2.ตรวจพบเชื้อไวรัสMBV น้อย พบสูงสุดในเดือนธันวาคม 34%, 3.พบเชื้อไวรัสMBV ปานกลาง พบสูงสุดในเดือนตุลาคม 37%, 4. พบเชื้อไวรัสMBV มาก พบสูงสุดในเดือนพฤษภาคม 49%,

บทคัดย่อ

พยาธิ กรีการีน ได้ถูกค้นพบในวงการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในประเทศไทยเมื่อหลายปีมาแล้วในลูกกุ้งวัยอ่อน การติดเชื้อพยาธิ กรีการีน อย่างรุนแรงมีผลต่ออัตราการเจริญเติบโตที่ลดลงและอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อกุ้ง (FCRs) เพิ่มมากขึ้น ในการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้กระเทียมสดบดละเอียดในอัตราส่วน 10 กรัม คลุกผสมอาหารกุ้งชนิดเม็ด 1 กิโลกรัม ให้กุ้งวัยอ่อนที่ติดพยาธิกรีการรีน กินวันละ 5 มื้อ ติดต่อกันเป็นเวลา 30 วัน และทำการตรวจสอบโดยการเก็บตัวอย่างกุ้งจำนวน 20 ตัว ทุกสัปดาห์ทั้งก่อนและหลังการรักษาด้วยกระเทียมสดบดละเอียด ตามวิธีการของเดวิดสัน (Davidson ‘s fixative process) จากการตรวจสอบตัวอย่างทางเนื้อเยื่อวิทยาพบว่า จำนวนพยาธิ กรีการีน ที่พบในตัวกุ้งลดลงภายใน 2 สัปดาห์ และตรวจไม่พบหลังจากการรักษาไปได้ 30 วัน ดังนั้น พอจะกล่าวได้ว่าการใช้กระเทียมสดบดละเอียดเป็นสมุนไพรสามารถใช้ในการลดปริมาณและกำจัดพยาธิ กรีการีนที่ติดเชื้อในตัวกุ้งได้

บทคัดย่อ

อิริโดไวรัสทำให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลาทะเลและปลาสวยงามน้ำจืด ในการศึกษาในครั้งนี้ได้แยกอิริโดไวรัสจากปลากะพง (Lateolabrax spp) วัยอ่อน ที่รวบรวมจากบริเวณทะเลจีนใต้ ปลากะพงแดง (Chrisophylus (=Paglus) major) ที่เลี้ยงในประเทศญี่ปุ่น ปลากะรัง (Epinephelus spp )ในประเทศไทย และจากปลาสวยงามน้ำจืดคือ ปลา African lampeye (Aplocheilichthys normani) และปลากระดี่แคระ (Colisa lalia) จากประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย ปลาที่ทำการศึกษาทั้งหมดแสดงอาการป่วยและมีลักษณะการเปลี่ยนทางเนื้อเยื่อที่เหมือนกัน โดยพบการเกิดของ inclusion body และการตายของเซลในส่วนของ เซลม้ามและตับ ลักษณะของไวรัสที่แยกได้ เป็นรูปหกเหลี่ยม มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 140-200 nm.

บทคัดย่อ

ได้ทำการวิเคราะห์ปริมาณการตกค้างของยาปฏิชีวนะออกซีเตทตราไซคลินในกุ้งก้ามกราม จำนวน 120 ตัวอย่าง ซึ่งสุ่มจากบ่อเลี้ยงใน 3 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี นครปฐม และราชบุรี ระหว่างปี 2543 – 2544 โดยแบ่งวิเคราะห์เป็นส่วนเนื้อและส่วนหัว พบว่าปริมาณยาปฏิชีวนะออกซีเตทตราไซคลินตกค้างในส่วนของเนื้อกุ้งที่อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ร้อยละ 88.33 ซึ่งแบ่งเป็นตัวอย่างที่ตรวจไม่พบร้อยละ34.17 พบตกค้างในเกณฑ์มาตรฐาน (ไม่เกิน 0.1 มก./กก.) ร้อยละ 54.17 และเกินมาตรฐานร้อยละ 11.67 สำหรับในส่วนหัวพบปริมาณยาปฏิชีวนะออกซีเตทตราไซคลินตกค้างอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ร้อยละ 61.67 ซึ่งแบ่งเป็นตัวอย่างที่ตรวจไม่พบร้อยละ 17.50 พบตกค้างในเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 44.17 และเกินมาตรฐานร้อยละ 38.33

บทคัดย่อ

ศึกษาคุณลักษณะน้ำปลาไทยและจัดทำแบบทดสอบทางประสาทสัมผัสพร้อมฝึกผู้ทดสอบสำหรับการชิม สุ่มตัวอย่างน้ำปลาทุกชั้นคุณภาพมาทดสอบ โดยแบ่งลักษณะที่ประเมินออกเป็น สี กลิ่น และรสชาติ ได้แบบทดสอบที่กำหนดคะแนนระดับคุณภาพเป็น 1-9 คะแนน คุณภาพต่ำสุดคือ 1 คะแนน คุณภาพสูงสุดคือ 9 คะแนน ได้เอกลักษณ์น้ำปลาแท้ของไทย คือ น้ำปลาแท้ต้องมีสีน้ำตาลแกมแดงใสไม่มีตะกอน มีกลิ่นหอมของน้ำปลาที่หมักได้ที่ อาจมีกลิ่นของกะปิ มีกลิ่นคล้ายน้ำต้มเนื้อหรือน้ำต้มปลา มีรสเค็มจัดและมีรสหวานจากเนื้อปลาตามมา โดยค่าสีวัดเป็นค่า L*, a*, b* ด้วยเครื่อง Chroma meter ได้เท่ากับ 69.56 - 73.73, +16.38 ถึง +24.76 และ +83.72 ถึง + 99.38 ตามลำดับ มีปริมาณเกลือไม่ต่ำกว่า 200 กรัม/ลิตร และมีปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (TN) มากกว่า 10 กรัม/ลิตร

บทคัดย่อ

สำรวจคุณภาพปลากะตักตากแห้งและกระบวนการผลิตจากแหล่งผลิตทางภาคใต้และตะวันออก โดยมีจำนวนตัวอย่างจากภาคใต้ 65 ตัวอย่าง จากภาคตะวันออก 15 ตัวอย่าง และจากร้านค้าทั่วไปที่ไม่รู้แหล่งผลิตอีก 74 ตัวอย่าง ตรวจวิเคราะห์คุณภาพตัวอย่างทั้งหมดด้านกายภาพ เคมี และจุลินทรีย์ จากการสำรวจพบว่า การผลิตปลากะตักตากแห้งมี 3 ลักษณะ คือ นำปลาสดมาตากแห้งโดยตรง ปลาสดต้มในน้ำเกลือก่อนตากแห้ง และปลาขนาดเล็กต้มในน้ำเกลือแล้วผึ่งพอหมาด ปลากะตักตากแห้งแบ่งออกเป็น 3 ขนาด ไดัแก่ ใหญ่ กลาง และเล็ก ซึ่งกำหนดความยาวตัวที่ มากกว่า 6.5 ซม. 3.5-6.5 ซม. และน้อยกว่า 3.5 ซม. ตามลำดับ การตรวจคุณภาพด้านประสาทสัมผัสซึ่งแบ่งระดับคุณภาพปลากะตักตากแห้งเป็น 4 ระดับ ดีมาก 8-9 คะแนน ดี 7 คะแนน พอใช้ 5-6 คะแนน

บทคัดย่อ

ศึกษาการใช้ไคโตซานในการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย 4 ชนิด คือ Escherichia coli Staphylococcus aureus Vibrio cholerae และ Salmonella Weltevreden โดยผสมสารละลายไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุล 106 ดาลตัน และ ดีอเซททิลเลชัน นัมเบอร์ 90% ความเข้มข้น 0.001% 0.01% 0.1% และ 1%และนำเชื้อแต่ละชนิดที่เตรียมไว้มา inoculate ลงไปในอาหารเลี้ยงเชื้อ nutrient broth แล้วตรวจผลการเจริญของเชื้อโดยวัดค่า Absorbance ที่ 550 nm และเทียบเป็นจำนวน cell โดยใช้กราฟมาตรฐานของเชื้อที่เตรียมไว้ จากการทดลองพบว่า ระดับความเข้มข้นของสารละลายไคโตซานที่0.001% ไม่มีผลในการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียทั้ง 4 ชนิด ในขณะที่ความเข้มข้นที่ 0.01%สามารถยับยั้งเฉพาะการเจริญของเชื้อ Staphylococcus aureus เท่านั้น แต่ที่ระดับความเข้มข้นเพิ่มเป็น 0.1 % สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียที่ใช้ทดสอบทั้ง 4 ชนิด โดยพบว่าไคโตซานมีผลต่อการเจริญของเชื้อ Staphylococcus aureus มากที่สุด รองลงมาคือ Vibrio cholerae Salmonella Weltevreden และEscherichia coli ตามลำดับ