อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ปัจจุบันประเทศไทยมีฟาร์มเลี้ยงจระเข้อยู่เป็นจำนวนมาก จระเข้พันธุ์น้ำจืดประมาณ30,000ตัวในแต่ละปีจะมีการเพาะลูกจระเข้เกิดใหม่ประมาณ 50,000-80,000 ตัว แต่เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้หนังจระเข้ทั่วโลกประมาณ1-2ล้านผืนต่อปีจะเห็นได้ว่าปริมาณลูกจระเข้ที่เกิดขึ้นในแต่ละปีมีจำนวนไม่มากที่จะสามารถแทรกเข้าไปในตลาดโลกได้ ดังนั้นควรจะหาวิธีที่จะผลิตให้ได้ตามปริมาณที่ต้องการทั่วโลก


   ปัจจัยสำคัญ
1.   คุณภาพหนังที่สวย
2.   ราคาที่สามารถสู้กับราคาตลาดโลกได้
3.   แก้ปัญหาการกีดกันทางการค้า
   กฎหมายภายในประเทศของลูกค้า
   ปฏิบัติตามเงื่อนไขสากล เช่น GAP,GMP,HACCP
4.   เพิ่มมูลค่าจากหนังดิบเป็นหนังฟอกหรือผลิตภัณฑ์
เลี้ยงจระเข้ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงต้องพยายามลดต้นทุน
   ต้นทุนนับว่าสำคัญมากเพราะปลายทางคือ หนังที่ต้องไปสู่กับตลาดโลก ซึ่งบางแห่งหนังจระเข้จากการล่า หรือเก็บไข่และลูกมาเลี้ยงทำให้ต้นทุนต่ำ ต้นทุนการเลี้ยงจระเข้ในประเทศไทยซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมากต่ออนาคตจระเข้ไทยคือ...
(1)   ค่าใบอนุญาตต่างๆ รวมทั้งค่าเดินทางในการติดต่อ
ปัญหาที่พบ  มี...
1.การขอใบอนุญาตครอบครองมีอายุ  3  ปี  และใบอนุญาตค้ามีอายุได้  1  ปี  แต่ความไม่เข้าใจของเจ้าหน้าที่และเกษตรกรทำให้ขายจระเข้ทุกครั้งต้องขอใบอนุญาตทุกครั้ง  ทำให้สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์
2.การเตรียมเอกสารไม่ครบเพราะไม่ทราบ ทำให้ต้องเดินทางหลายครั้งซึ่งบางแห่งผู้เลี้ยงต้องเดินทางถึง 100-200 กม.เพื่อ...
   2.1 ยื่นคำขอ
   2.2 เตรียมเอกสารเพิ่มเติมเพราะไม่ครบถ้วนต้องกลับไปเตรียมใหม่
   2.3 ไปรับใบอนุญาต ซึ่งบางครั้งมาตามนัดแต่ใบอนุญาตยังไม่เสร็จ
   2.4 ต้องมารับใหม่
   2.5 บางครั้งใบอนุญาตพิมพ์ผิดต้องกลับไปแก้ไขใหม่
(2)  ต้นทุนบ่อ  ผู้เลี้ยงควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้องก่อนเริ่มทำการสร้างบ่อ  แหล่งข้อมูลคือฟาร์มจำหน่ายลูกพันธุ์  และเจ้าหน้าที่ราชการ
สถานที่เลี้ยงควรคำนึง...
-   การเดินทางสะดวก
-   น้ำท่วมถึงหรือไม่
-   สร้างบ่อได้ถูกต้องตามแบบ
-   น้ำที่ใช้เลี้ยงเหมาะสมหรือเพียงพอหรือไม่
-   ต้องบำบัดน้ำเสียที่ปล่อยทิ้งหรือไม่
-   แหล่งอาหารที่ใช้เลี้ยงเหมาะสมหรือไม่ มีเพียงพอหรือไม่
เพราะการสร้างบ่อต้องลงทุนดังนั้นควรใช้เป็นระยะเวลานานจึงจะคุ้มถ้าวางแผนไม่ดีแล้วเกิดมาทำใหม่ก็สิ้นเปลืองหลายรอบ
(3) ลักษณะการเลี้ยง การเลี้ยงบ่อรวมต้นทุนจะต่ำการดูแลจัดการง่ายประหยัดพลังงานแต่หนังจะไม่สวยจึงขายในราคาถูกและหาตลาดยาก การเลี้ยงบ่อเดี่ยวต้นทุนจะสูงเพราะ1บ่อใส่จระเข้1ตัว การดูแลจัดการจะเสียเวลาและจระเข้จะโตช้ากว่าบ่อเลี้ยงรวมทำให้ต้นทุนต่ำแต่หนังมีคุณภาพ มีราคาสูง และขายง่ายกว่าบ่อรวม
(4) ต้นทุนลูกพันธุ์ควรหาแหล่งที่เชื่อถือได้และต้องคำนึงถึงการรับซื้อคืนด้วยมีการรับซื้อคืนหรือไม่
(5) ต้นทุนค่าอาหารเดิมทีจะใช้ไก่ตายเป็นอาหาร ราคาถูก มีคนมาส่งให้เป็นประจำ แต่หลังจากเกิดไข้หวัดนกอาหารเหล่านี้ก็ถูกทำลายทิ้ง ทำให้ผู้เลี้ยงหาอาหารลำบากขึ้นและแพงขึ้นด้วย ดังนั้นหากมีคนวิจัยอาหารสำเร็จรูปได้ก็จะดีเพราะมีต้นทุนที่แน่นอนดีกว่าใช้อาหารสดที่ราคาไม่แน่นอน
(6) การทำประวัติจระเข้ทำได้หลายวิธี เช่น การตัดเกล็ดหาง การปิดTag การใส่ไมโครชิฟ แต่วิธีที่ได้ผลดีและราคาถูกคือการตัดเกล็ดหางซึ่งเหมาะสำหรับการทำประวัติ แล้วควบคุมจระเข้ภายในประเทศ ส่วนการใช้ Tag การใส่ไมโครชิฟมักจะทำกับจระเข้ที่ส่งขายต่างประเทศ
(7) ภาษีอื่นๆจากท้องถิ่น
-  ภาษีสัตว์น่ารังเกียจ
-  ภาษีโรงเรือน
   อบต.บางแห่งพยายามเก็บภาษีทุกรูปแบบและก็พยายามมองว่าเป็นสัตว์น่ารังเกียจซึ่งต้องเก็บทุกปีส่วนบ่อเลี้ยงก็พยายามตีความเป็นโรงเรือนโดยไม่คำนึงว่าเป็นอาชีพประมงเกษตรกรรมเช่นเดียวกับการเลี้ยงปลากับกุ้ง ดังนั้นหน่วยงานราชการควรเข้ามาดูแลตรงนี้มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอนเพื่อมิให้ความจริงตีความต่างๆกันเพื่อเรียกเก็บแพงๆเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต 
   จะเห็นได้ว่าการเลี้ยงจระเข้ต้องเลี้ยงอย่างน้อย2-4ปี ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องดูศักยภาพของตัวเองว่าเหมาะสมเลี้ยงเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม เพราะระยะเวลาที่เลี้ยงจะมีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับและต้องดูปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น อาหาร น้ำ ที่ดิน แรงงาน อยู่ในต้นทุนต่ำเห็นหรือไม่
      เมื่อมองปัญหาและการแก้ไขการเลี้ยงจระเข้ในประเทศไทยแล้ว  จะเห็นว่าหากมีการจัดระบบและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแล้ว  สามารถลดต้นทุนการเลี้ยงลงได้ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงจระเข้มีรายได้จากการเลี้ยงเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพรองได้และสามารถขยายการเลี้ยงให้กว้างขวางขึ้นหากตลาดหนังและเนื้อจระเข้ของจระเข้ไทยกว้างขึ้นและได้ราคาดีขึ้น...

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย.............บุญยา  คงคาลิหมีน

 


อ้างอิง
 ร้อยเอกนายแพทย์ปัญยา ยังประภากร บริษัท จระเข้ทองการเกษตร(ประเทศไทย) จำกัด นานาสัตว์ 
     ปีที่11(เล่มที่36) มิถุนายน 2550 หน้า 22-25