อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

กบเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่คนไทยรู้จักกันมานานแล้ว ในอดีตสามารถจับกบที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำในธรรมชาติเพื่อนำมาบริโภคไม่ยากนัก เพราะสภาพแวดล้อมยังเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ของกบ     แต่ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมในธรรมชาตินั้นได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้กบตามธรรมชาติลดน้อยลงไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคและทำให้กบเป็นอาหารที่มีราคาแพง


     จากเหตุผลดังกล่าวปัจจุบันอาชีพการเลี้ยงกบเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่เกษตรกรให้ความสนใจกันมากขึ้นเรื่อยๆรวมทั้งตัวของผมเองก็สนใจในการเลี้ยงกบและเลี้ยงกบเป็นอาชีพเสริมเช่นกัน   การเลี้ยงกบให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องยากถ้าหากเรามีความตั้งใจจริงที่จะเลี้ยงผสมผสานกับการนำเทคนิคใหม่ๆเข้ามาใช ้ ตัวของผมเองก่อนที่จะเลี้ยงได้ศึกษาทั้งจากตำราและจากเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ   และนำประสบการณ์ที่ได้มาผสมผสานกับความคิดของตัวเอง โดยเริ่มจากการนำปัญหาการเลี้ยงกบจากเกษตรกรรายอื่นมาวิเคราะห์ เพื่อจะนำปัญหามาแก้ไขและประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงกบของตัวเอง จากการวิเคราะห์พบว่าปัญหาของเกษตรกรส่วนใหญ่ มักจะพบปัญหาที่คล้ายคลึงกันคือ ลูกกบมีราคาแพง , ต้นทุนการก่อสร้างบ่อสูง , อาหารมีราคาแพง และปัญหาโรคระบาด     จึงทำให้เกิดแนวคิดว่าปัญหาเหล่านี้น่าจะแก้ไม่ยากถ้าเรามีวิธีการเลี้ยงและการจัดการที่ดี ตลอดจนหาวิธีการมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้   โดยเริ่มจากการแก้ไขปัญหาเรื่อง
ลูกกบมีราคาแพง  ผมจึงตัดสินใจเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ขึ้นมาเอง  โดยไปซื้อกบจากเกษตรกรใกล้บ้าน  คัดเอาตัวที่โตและแข็งแรง  เลือกมาเพศละร้อยตัวโดยแต่ละเพศต้องซื้อจากคนละแห่งกันเพื่อป้องกันสายเลือดชิด นำมาเลี้ยงต่ออีกประมาณ 7-8 เดือน ก็สามารถได้พ่อแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์และแข็งแรง  ปกติกบสามารถผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุ 1 ปี ในการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ต้องแยกเลี้ยงคนละบ่อ ระหว่าง 7-8 เดือนที่รอพ่อแม่พันธุ์ผสมพันธุ์กันได้    เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราสามารถหากิจกรรมอื่นมาเสริมได้นอกเหนือจากการทำงานปกติ เช่นตัวของผมก็ปลูกดอกไม้เป็นอาชีพเสริมอีกทางหนึ่ง   พอพ่อแม่พันธุ์โตสมบูรณ์และพร้อมที่จะผสมพันธุ์ก็คัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่ดีที่สุดมาผสมพันธุ์ในบ่อซีเมนต์ จะผสมพันธุ์มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับต้นทุนด้วย ถ้ามีต้นทุนมากพอก็สามารถผสมพันธุ์หลายคู่ได้
     บ่อซีเมนต์ขนาด 3x4 เมตรสามารถผสมพันธุ์กบได้ 10-15 คู่ แม่พันธุ์ 1 ตัวสามารถให้ไข่ประมาณ 1,000-1,200 ฟอง ระดับน้ำในบ่อผสมพันธุ์สูงประมาณ 4 นิ้วใส่พันธุ์ไม้น้ำ  เช่น  ผักบุ้ง  หรือหญ้า  เพื่อปรับสภาพบ่อให้ใกล้เคียงธรรมชาตินำพ่อแม่พันธุ์มาปล่อยในช่วงเย็น ยามดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า กบจับคู่กัน ดึกๆกบก็จะผสมพันธุ์  ุ์ ยามเช้ากบจะออกไข่ให้เห็น   และทำการจับพ่อแม่พันธุ์ออก ประมาณ 20-24 ชั่วโมง ไข่กบก็จะออกเป็นตัวอ๊อด ไข่กบจะออกเป็นตัวเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ และอุณหภูมิของน้ำด้วย สามวันแรกไม่ต้องให้กินอาหาร ย่างเข้าวันที่4 เปิดท่อน้ำล้นให้น้ำเก่าไหลออกแล้วปล่อยน้ำใหม่เข้าแทนที่ ขั้นตอนนี้ทำอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกอ๊อดตื่นน้ำใหม่มากนัก หลังเปลี่ยนถ่ายน้ำก็ให้อาหารโดยใช้ไข่ตุ๋น หรืออาหารปลาดุกเล็กแช่น้ำพอหมาดแล้วปั้นเป็นก้อน ให้กินวันละ 2 ครั้ง 25-35 วันลูกอ๊อดก็จะ
กลายเป็นลูกกบ อายุลูกกบขนาดนี้สามารถให้อาหารกบเล็กได้ และทำการคัดเลือกขนาดไปเลี้ยงบ่ออื่น เพื่อลดความหนาแน่นและป้องกันการกินกันเอง
     สำหรับบ่อเลี้ยงกบนั้นผมใช้วิธีการเลี้ยงกบในกระชัง เหตุผลที่เลี้ยงกบในกระชังก็เพราะว่าต้นทุนต่ำ         ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาจากปัญหาของเกษตรกรที่ผมได้นำมา
วิเคราะห์แล้วข้างต้น นอกจากนี้การเลี้ยงกบในกระชังยังทำให้กบโตเร็ว และยังประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ เราสามารถเอาเวลาจากการเปลี่ยนถ่ายน้ำไปทำกิจกรรมอื่นได้มาก   โดยใช้หลักการบริหารเวลาให้เกิดประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่นตัวของผมเอง ก่อนจะไปทำงานตามปกติ ต้องตื่นแต่เช้ารดน้ำต้นไม้ ก็มาให้อาหารกบ แล้วก็ไปทำงานโดยที่เวลาไม่สูญเปล่า
     การเลี้ยงกบในกระชังสามารถทำได้ไม่ยาก   โดยใช้อวนเขียวเย็บเป็นรูปกระชังขนาดตามความต้องการ  เช่นขนาด (กว้าง x ยาว x สูง) 2.5 x3 x1.2 เมตร สามารถปล่อยกบลงเลี้ยงได้ 800 ตัวรอบๆกระชังให้ปิดด้วยวัสดุพรางแสง เพื่อป้องกันกบมองเห็นภายนอกมิฉะนั้นกบจะพยายามกระโดดหนี ส่วนด้านบนกระชังก็ปิดด้วยวัสดุพรางแสงเช่นกัน แต่ไม่ต้องปิดหมด ปิดประมาณ  1 ใน 3 ของพื้นที่กระชัง ให้ก้นกระชังอยู่ในน้ำประมาณ 20 ซม.ตัวกระชังอยู่เหนือผิวน้ำประมาณ 1 เมตรในกระชังใส่พืชน้ำ เช่นผักตบ ผักบุ้ง เพื่อให้กบหลบซ่อนตัว พืชน้ำเหล่านี้ยังสามารถช่วยไม่ให้อุณหภูมิของน้ำสูงเกินไปซึ่งมีผลต่อการกินอาหารของกบด้วย และที่สำคัญพวกพืชน้ำยังเป็นที่อาศัยของแมลงต่างๆ ซึ่งกบสามารถกินเป็นอาหารอีกทางหนึ่ง
     การให้อาหาร อาหารที่ใช้เลี้ยงกบในกระชังก็เหมือนกับการเลี้ยงกบในบ่อดินและบ่อซีเมนต์โดยจะให้อาหารเม็ดเป็นหลักสลับกับปลาเป็ด เพราะถ้าให้อาหารเม็ดอย่างเดียวทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงเกินไป กบอายุ 1-2 เดือนให้อาหารกบเล็กผสมกับปลาบดบ้าง โดยการนำอาหารไปวางบนโฟมหรือแผ่นไม้กระดานวันละ 2 ครั้ง เช้ากับเย็น กบอายุ 3 เดือนถึงจับขาย กบในช่วงนี้ให้อาหารกบใหญ่และปลาเป็ดสับโดยให้วันละ 1 ครั้งเพื่อต้องการลดต้นทุนเรื่องอาหาร กบโตกินอาหารไม่มากเท่าไหร่จึงสามารถลดต้นทุนได้
     การเลี้ยงกบในกระชังปัญหาเรื่องอื่นๆมีน้อยโรคระบาดก็ไม่ค่อยมีเพราะมีการถ่ายเทน้ำอยู่ตลอดเวลา ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 4 เดือน ก็สามารถจับกบขายได้ขนาดของกบประมาณ 5-6 ต่อกิโลกรัม   ขายส่งกิโลกรัมละ 50 บาท   และขายปลีกกิโลกรัมละ 80 บาทก็สามารถอยู่ได้ แต่ราคาของกบจะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับฤดูกาล ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน    ราคากบค่อนข้างดีเพราะกบที่ได้จากธรรมชาติมีน้อยจะเห็นได้ว่าการเลี้ยงกบนั้นไม่ยากอย่างที่คิดยิ่งได้เลี้ยงกบในกระะชังแล้วไม่ยุ่งยากและเสียเวลา การเลี้ยงกบให้ประสบความสำเร็จนั้น ขึ้นอยู่ที่ท่านเองนะครับ ถ้าขยัน อดทน ตั้งใจ ใฝ่ศึกษา เริ่มจากน้อยไปหามากยึดแนวพระราชดำริแบบเศรษฐกิจพอเพียง แค่นี้แหละครับ อาชีพการเลี้ยงกบสามารถสำเร็จได้ด้วยตัวท่านเอง

 

 

เรียบเรียงโดย............จำนง  ถีราวุฒิ

 

 

ที่มาของภาพ

https://www.77kaoded.com/