อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ในการเลี้ยงกุ้งให้ประสบความสำเร็จนั้น มีปัจจัยและองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างที่เกษตรกรจะต้องนำมาพิจารณาประกอบกัน ซึ่งอาหารนับว่าเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนาและสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ อาหารธรรมชาติ และอาหารสำเร็จรูป
   อาหารธรรมชาติ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
1.   แพลงก์ตอนสัตว์ มีโภชนาการสูงเหมาะสำหรับลูกกุ้งวัยอ่อนเช่นลูกไรโรติเฟอร์ และไซคลอป ซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่มีปริมาณไม่เพียงพอกับลูกกุ้งที่ปล่อยในระยะแรกจึงควรสร้างเสริมเพื่อให้เพียงพอ
2.   หนอนแดง เป็นตัวอ่อนของแมลงพวก Chironomus sp. มองเห็นด้วยตาเปล่า ตัวเต็มวัยคล้ายยุง มีหนวดเป็นพู่ยาว ชาวบ้านเรียกว่า “ยุงหนวดยาว” จะวางไข่และเป็นตัวอ่อนในบ่อ ถ้าบ่อมีความเหมาะสมและอาหารมีเพียงพอหนอนแดงจะเกิดปริมาณมาก
   อย่างไรก็ตามสาหร่ายสไปรูไลน่าหรือสาหร่ายเกลียวทองก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ ด้วยสารอาหารที่มีมากมายหลายชนิด เช่น กรดอะมิโน ไขมันที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต วิตามินที่ละลายในน้ำและในน้ำมัน อีกทั้งแร่ธาตุหลายชนิด แต่จะเห็นผลชัดเจนหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าได้รับในปริมาณมากน้อยแค่ไหน
   สไปรูไลน่าจัดเป็นพืชหรือสาหร่ายเซลล์เดียวกลุ่มสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน รูปร่างของสไปรูไลน่าจะมีลักษณะเป็นเกลียวขนาดเล็ก ซึ่งเกิดจากการต่อกันของเซลล์ ๆ เดียวหลาย ๆ เซลล์มาเรียงต่อกัน ขนาดของสไปรูไลน่าจะมีความยาวประมาณ 50-500 ไมครอน และกว้างประมาณ 3-80 ไมครอน
   สไปรูไลน่ามีการขยายพันธุ์โดยการหักของเกลียวแล้วเกิดเป็นเกลียวใหม่ มนุษย์ได้มีการนำเอาสาหร่ายในลักษณะการใช้เป็นอาหารเสริมสุขภาพ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย จากประโยชน์ต่าง ๆ ที่ช่วยทำให้มนุษย์มีสุขภาพที่ดีขึ้น ก็ได้มีการนำสาหร่ายสไปรูไลน่ามาใช้ในการเลี้ยงสัตว์และพบว่าคุณประโยชน์อันมากมายที่ส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ ก็ส่งผลเช่นเดียวกันกับสัตว์ โดยเฉพาะในกุ้งกุลาดำ
   สาหร่ายสไปรูไลน่า (Spirulina Algae) เป็นสาหร่ายที่มีขนาดใหญ่ม้วนตัวเป็นเกลียว และเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบในเซลล์ เซลล์เดียว ถูกจำแนกให้อยู่ระหว่างสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์และพืช แต่ค่อนข้างจะมีความคล้ายไปทางพืชมากกว่าสัตว์ อาศัยอยู่ในน้ำทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็มรวมทั้งน้ำกร่อย จำแนกลักษณะสีของต้นซึ่งมีสีเขียว สีแดง สีน้ำตาล และสีเขียวแกมน้ำเงิน สาหร่ายสไปรูไลน่ามีโปรตีนเป็นส่วนประกอบมากถึง 55-70 เปอร์เซ็นของน้ำหนักแห้ง เมื่อเทียบกับปลาป่นและถั่วเหลือง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในอาหารกุ้งจะมีโปรตีนที่ต่ำกว่ามาก โปรตีนในสไปรูไลน่านั้นเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย เนื่องจากผนังเซลล์ของสไปรูไลน่าเป็นแบบเปปทิโดไกลแคน ซึ่งกุ้งสามารถย่อยได้ง่ายกว่าผนังเซลล์อื่น ๆ ทำให้กุ้งสามารถดูดซึมเอาโปรตีนไปใช้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจำเป็นมาก เพราะกุ้งมีลำไส้สั้น การดูดซึมที่รวดเร็วจึงช่วยให้กุ้งโตได้รวดเร็วมากกว่า
   นอกจากนี้ผนังเซลล์ที่เป็นเปปทิโดไกลแคนยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันสารสีในสไปรูไลน่า ช่วยบำรุงตับ ขจัดสารพิษตกค้าง และกุ้งที่ได้รับสไปรูไลน่าเป็นประจำยังสามารถต้านทานการติดเชื้อไวรัสเข้าไปในตัวกุ้ง แต่เนื่องจากสไปรูไลน่าเป็นพืชและกุ้งเป็นสัตว์ที่กินเนื้อกินซากเป็นอาหาร หากจะให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรเสริมเอ็มไซม์ช่วยย่อย ซึ่งจะทำให้กุ้งดูดซึมคุณประโยชน์ต่าง ๆ ไปใช้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
   ต่อไปจะกล่าวถึงผลดีของสาหร่ายสไปรูไลน่าต่อกุ้งว่า เมื่อกุ้งกินสาหร่ายชนิดนี้เข้าไปแล้วจะส่งผลต่อสุขภาพของกุ้งอย่างไร แล้วสารประกอบชีวเคมีในสไปรูไลน่าตัวไหนส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพกุ้ง

ภาพจาก https://cuir.car.chula.ac.th/
 

ประโยชน์ 6 ประการของสไปรูไลน่าต่อสุขภาพกุ้ง

   1. สไปรูไลน่าช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบภูมิคุ้มกันในตัวกุ้งกุลาดำ เพราะโครงสร้างของสไปรูไลน่าจะคล้ายคลึงกับแบคทีเรียจนสามารถจัดไว้ในกลุ่มของไซยาโนแบคทีเรีย โดยเฉพาะเยื่อหุ้มเซลล์ของสไปรูไลน่าที่มีโครงสร้างเป็นเปปทิโดไกลแคน ซึ่งเปปทิโดไกลแคนนี้ได้รับการทดสอบมาอย่างดีแล้วว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเม็ดเลือดกุ้งในการทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
   2. สไปรูไลน่าช่วยในการเสริมสร้างทำให้อวัยวะสร้างเม็ดเลือดมีความสมบูรณ์ ผลิตเม็ดเลือดออกสู่ระบบหมุนเวียนโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาหร่ายสไปรูไลน่าเป็นพืชที่มีองค์ประกอบหลักคือโปรตีน ซึ่งแตกต่างจากพืชชนิดอื่นอย่างมาก สไปรูไลน่ามีโปรตีนอยู่ในช่วง 65-70 % จากน้ำหนักแห้ง นอกจากมีโปรตีนสูงแล้ว โปรตีนในสไปรูไลน่ายังเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูงมีกรดอะมิโนครบทั้ง 18 ชนิด นอกจากนั้นยังมีแร่ธาตุต่าง ๆ อยู่ในปริมาณที่สูง และอยู่ในรูปของสารประกอบอินทรีย์ โดยเฉพาะทองแดง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของฮีโมไซยานินในเลือดกุ้งอีกด้วย จากกรดอะมิโนทั้ง 18 ชนิด และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่อยู่ในรูปของสารประกอบอินทรีย์จะช่วยเสริมสร้างให้อวัยวะสร้างเม็ดเลือดของกุ้งให้มีความสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา
   3. สไปรูไลน่าช่วยในการทำงานของระบบทางเดินอาหารให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เนื่องจากสไปรูไลน่าเป็นพืชที่มีโครงสร้างของผนังเซลล์ที่บาง ดังนั้นหากให้กุ้งกินสไปรูไลน่าร่วมกับการใช้โปรไบโอติกจะช่วยให้เชื้อจุลินทรีย์โปรไบโอติกมีการเจริญเติบโตได้อย่างดี
   4. สไปรูไลน่าช่วยในการกำจัดสารพิษและยาปฏิชีวนะต่าง ๆ ออกจากร่างกายกุ้ง โดยมีคลอโรฟิลล์เข้ามาช่วยในกลไกการกำจัดสารพิษและยาที่ตกค้างออกจากตับกุ้ง
   5. สไปรูไลน่ายังมีกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างความสมบูรณ์ของเซลล์ตับและตับอ่อนของกุ้งเป็นอันมาก ซึ่งกรดไขมันที่กล่าวถึงนี้จะพบได้น้อยในวัตถุดิบที่นำมาใช้เป็นอาหารกุ้ง แต่จะพบได้มากในสไปรูไลน่า กรดไขมันชนิดนี้มีชื่อย่อว่า G.L.A. หรือกรดแกมม่าลิโนเลนิค
   6. สไปรูไลน่าช่วยในการลดความเครียดของกุ้งลงได้ เนื่องจากสไปรูไลน่าจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ประสิทธิภาพสูงอยู่ด้วยกันหลายชนิด ได้แก่ เบต้าแคโรทีนหรือที่เรียกว่า โปรวิตามิน-เอ ไฟโคไซยานิน ซึ่งเป็นสารสีน้ำเงินเข้มที่มากเฉพาะในสไปรูไลน่าและวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ ประสิทธิภาพสูงนี้จะช่วยลดความเครียดของกุ้งลงได้และทำให้กุ้งทนต่อความเครียดได้มากขึ้น
   จากคุณประโยชน์อันมากมายของ สไปรูไลน่าที่ส่งผลต่อสุขภาพของกุ้งในลักษณะของการใช้เป็นอาหารเสริมดังที่ได้กล่าวมาแล้ว สาหร่ายยังเป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสภาพแวดล้อมของโลกและความเป็นอยู่ของมนุษย์ เป็นส่วนหนึ่งของต้นทางห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศน์ เป็นตัวการในการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ สามารถสร้างสารพิเศษบางชนิดที่มีประโยชน์และโทษต่อมนุษย์และสัตว์ ฉะนั้นจึงมีการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสาหร่าย เพื่อที่จะรวบรวมและจัดจำแนกให้เป็นระบบสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต
 
 
 
 
เรียบเรียงโดย........มยุรี  พัฒโนทัย
 


เอกสารอ้างอิง
http://www.ku.ac.th/e-magazine/july46/agvi/seaweed.html
http://www.ku.ac.th/e-magazine/july48/Know/spiralina.html
เพื่อนชาวกุ้ง  พฤศจิกายน  2545  หน้า 54-58.