ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

หินเป็นก็คือ  หินที่เกิดจากองค์ประกอบของแร่ธาตุจำพวกแคลเซียม คาร์บอเนตจากโครงสร้างของซากปะการังที่ตายทับถมกัน โดยสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่อาศัยตามแนวปะการัง เช่น ดาวเปราะ สาหร่าย กุ้ง  หนอนทะเล  แพลงก์ตอน และแบคทีเรีย ที่อาศัยอยู่ทั้งผิวนอกและภายในรูพรุนของหินนั้นเอง

พอพูดถึงอย่างนี้ทุกคนก็คงจะถึงบางอ้อแล้วใช่มั๊ยคะ ว่าหินเป็น เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีประโยชน์มากทีเดียว  เช่นเป็นตัวช่วยในการบำบัดน้ำ หินเป็นที่เอามาใส่ในตู้เลี้ยงปลาทะเลนั้นมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้เป็นระบบกรองชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นจากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวและภายในรูพรุนของหินนั้น โดยผิวนอกเป็นที่อยู่ของ nitrifying bacteria ในการย่อยสลายแอมโมเนียและไนไตรท์ให้เปลี่ยนเป็นไนเตรท และยังเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียแบบไม่ใช้ออกซิเจน  ที่อาศัยอยู่ในรูพรุนของหินที่มีออกซิเจนน้อยมาก ทำหน้าที่เปลี่ยนไนเตรทให้เป็นไนโตรเจน นอกจากนี้ยังเป็นตัวช่วยในเรื่องของความสมดุลของระบบนิเวศภายในตู้ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติ  แต่ถ้าเราจะนำเอาหินเป็นจากท้องทะเล เอามาใส่ในตู้ปลาของเราเพื่อช่วยในการควบคุมคุณภาพน้ำ  และตกแต่งตู้ปลาของเรา ขอให้เราคิดถึงผลกระทบต่อธรรมชาติสักนิดหนึ่งนะคะว่าจะเกิดผลเสียกับท้องทะเลของเราอย่างไรบ้าง  การกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายระบบนิเวศแนวปะการัง โดยเฉพาะหากซากปะการังที่นำขึ้นมาถูกนำออกมาจากแนวปะการัง  ทั้งนี้เนื่องจากซากปะการังเหล่านี้เป็นที่สำหรับให้ตัวอ่อนของปะการัง และสิ่งมีชีวิตจำนวนมากมายหลายชนิดลงเกาะ และเจริญเติบโต ซึ่งหากปราศจากซากปะการังเหล่านี้ ตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิต ในแนวปะการังหลายชนิดจะต้องลงเกาะในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม  เช่น พื้นทราย  หรือก้อนหินขนาดเล็กใกล้พื้นท้องทะเล  ซึ่งมักจะกลิ้งไปมา ทำให้สิ่งมีชีวิตที่ลงเกาะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ การนำเอาหินเป็นขึ้นมาจากท้อง ทะเล เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย  เนื่องจากหินดังกล่าวเป็นซากของปะการัง ซึ่งมีกฎหมายห้ามทำการประมงควบคุมอยู่   ดังนั้นถ้าหากว่าเราอยากได้หินเป็นมาใส่ไว้ในตู้ปลาของเรา เราก็ควรจะรู้จักกับวิธีการทำหินเป็นเทียมกันดีกว่า
หินเป็นที่นำมาใช้กันนั้น สามารถทำขึ้นเองได้ จากวัสดุก่อสร้าง เช่น หินปูน ทราย เปลือกหอยนางรมบด นำมาผสมกับปูนซีเมนต์ แล้วหล่อขึ้นเป็นรูปร่างอย่างที่ต้องการ นำไปแช่น้ำให้หมดความเป็นด่างของปูน  แล้วจึงนำมาเพาะแบคทีเรีย และสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ เช่น สาหร่าย ฟองน้ำ ให้เกิดขึ้นบนหินที่ทำขึ้น ซึ่งเมื่อมีสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ เกิดขึ้นบนก้อนหินแล้ว หินจะแลดูเป็นธรรมชาติเหมือนกับหินที่นำขึ้นมาจากท้องทะเล  หินเป็นเทียมที่ทำขึ้นนั้นจะง่ายต่อการนำมาใช้ เนื่องจากมีรูปร่างและขนาดอย่างที่เราต้องการ

ภาพจาก http://www.rancadee.com

 

วิธีการทำหินเป็นเทียม คือ

1.   นำเปลือกหอยนางรมบด  หรือวัสดุอื่นๆ  จำนวน 4-5  ส่วน ผสมกับปูนซีเมนต์ 1 ส่วน ให้เข้ากันดี 

2.  ผสมน้ำลงไปประมาณ 1/2 -1 ส่วน ระวังอย่าใช้น้ำมากเกินไป จะทำให้ส่วนผสมเหลวเกินไป ผสมให้เข้ากัน

3. นำกระบะทรายที่เตรียมไว้ทำแบบ มาขุดหลุม เป็นขนาด และรูปร่างอย่างที่ต้องการแล้วนำส่วนผสมมาหยอดลงในแบบที่ขุดไว้  บริเวณใดที่ต้องการให้เป็นโพรง  ถ้ำ หรือ รอยแตก ให้ใช้ทรายเป็นตัวกั้นไว้

4. นำทรายมากลบทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง  นำออกจากแบบ

ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงแบคทีเรียและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บนหินเป็นเทียม

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญและใช้เวลาค่อนข้างนาน ซึ่งเปรียบได้กับการทำหินเทียมที่ทำขึ้นให้มีชีวิต คือสามารถใช้ประโยชน์ในด้านการควบคุมคุณภาพน้ำ เช่นเดียวกับหินเป็น หลังจากที่นำหิน เทียมออกจากแบบแล้วให้นำหินนั้นแช่น้ำและเปลี่ยนน้ำทุกวันเพื่อให้ปูนหมดความเป็นด่าง ซึ่งจะใช้เวลา ประมาณ 10-15 วัน หากต้องการเร่งให้ใส่น้ำส้มสายชูผสมลงไปด้วย จะช่วยล่นระยะเวลาให้เร็วขึ้นได้  หลังจากหินหมดความเป็นด่างแล้ว ให้นำมาใส่ในตู้ที่ต้องการเลี้ยงปลาที่ยังไม่มีสัตว์ หรือใน ภาชนะอื่นๆ เติมน้ำทะเล ใส่อากาศ แล้วใส่แอมโมเนียมคลอไรด์ หรือถ้าหาไม่ได้ อาจใช้เนื้อกุ้งหรือเนื้อหอย ขนาดตัวเล็กๆ จำนวน 1 ตัว ใส่ลงไปทุกอาทิตย์ จะเกิดการเน่าสลายให้แอมโมเนียออกมาเป็นอาหารกับ แบคทีเรีย ทำให้แบคทีเรียที่ต้องการ เจริญเติบโตเพิ่มจำนวนเกาะอยู่บนหินที่ทำขึ้น ในช่วงนี้ให้ทำการตรวจ ปริมาณของแอมโมเนียและไนไตร์ทด้วยชุดทดสอบ จนไม่พบหรือเกือบไม่พบแอมโมเนียและไนไตร์ท ซึ่งจะ ใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน หินนั้นก็จะมีแบคทีเรียพร้อมที่จะทำงานได้เมื่อนำไปใส่ในตู้เลี้ยง หากต้องการ ให้มีสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ เช่น สาหร่าย ก็สามารถนำเอาสาหร่ายผูกติดหรือเกาะบนหิน เมื่อเวลาผ่านไป สาหร่าย ก็จะขึ้นปกคลุมหินนั้น ทำให้เหมือนกับหินที่ได้มาจากธรรมชาติ 
   จะเห็นว่าหินเป็นเทียมที่ทำขึ้นนั้นไม่ใช้เรื่องอยากเลยใช่มั๊ย และยังง่ายต่อการนำมาใช้ เพราะเราสามารถกำหนดรูปร่างและขนาดตามที่เราต้องการได้ ไม่ทำให้เกิดการเน่าเสียของน้ำในตู้ปลา ไม่ทำลายความสมดุลทางธรรมชาติ และยังสามารถเลือกชนิดและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่ต้องการให้เกิดบนหินได้ด้วย  แต่อย่าใจร้อนนำหินเป็นเทียมที่ pH ยังไม่ได้ที่ ลงตู้ปลาทะเลเป็นอันขาด   ถ้า pH ยังสูงขึ้นได้เรื่อย ๆ อยู่ก็แช่-เปลี่ยนน้ำต่อไปจนกว่าจะได้ที่  จึงสามารถนำมาลงตู้เพื่อให้สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เข้าหิน   หินเป็นเทียมที่ทำขึ้นมีคุณสมบัติเหมือนกับหินเป็นที่ได้จากธรรมชาติในรักษาคุณภาพน้ำ  แต่ต้องใช้ระยะเวลาสักระยะหนึ่งสำหรับให้แบคทีเรียลงเกาะ นอกจากปลาทะเลและสัตว์สวยงามที่ได้จากการเพาะเลี้ยงแล้ว การทำหินเป็นเทียมถือว่าเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญอีกวิธีหนึ่งด้วยเช่นกัน 

 

 

 

เรียบเรียงโดย.....นันริกา  ธรรมเนียม



เอกสารอ้างอิง

Aquabiz Magazine  ธันวาคม 2551.  Vol. 2  ฉบับที่ 14.

http://www.ginkosea.com/forum/showthread.php?t=4

http://www.bims.buu.ac.th/Oldweb/Th/variousGist/liverock.asp

http://www.rancadee.com