ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

มองต่างมุมฉบับนี้ต่อจากฉบับที่แล้วที่ค้างเอาไว้ตรงที่แม่ค้ารอบทะเลสาบสงขลาแต่ก่อนจะไปตรงนั้น เราจะมาพูดถึงความสมบรูณ์ในทะเลสาบสงขลากันก่อนน่ะ...ซึ่งใครหลาย ๆ คนอาจจะไม่เข้าใจว่าความสมบรูณ์ของทะเลสาบนั้นเป็นอย่างไรเขาวัดกันตรงไหน แต่เอ... เราจะเริ่มตรงไหนก่อนดีล่ะ เอางี้แล้วกันผมจะบอกสิ่งที่ชัดที่สุดเลยเกี่ยวกับความสมบรูณ์ของทะเลสาบนั้นก็คือ ปริมาณสัตว์น้ำในทะเลสาบที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างเช่น กุ้งก้ามกราม เดือนกรกฎาคม 2556 มียอดรวมทั้งหมดต่อเดือนได้ถึง 14,377.50 กิโลกรัมแน่ะ  ถือว่าเยอะอยู่นา และมีคำถามต่ออีกว่าแล้วกุ้งก้ามกรามเหล่านี้มาจากไหน ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เห็นมีเลย จะใครที่ไหนอีกเล่าก็โครงการฟาร์มทะเลของกรมประมงนี่แหล่ะ เค้าจัดให้...

ภาพ สัตว์น้ำที่ชาวบ้านจับมาจากทะเลสาบสงขลา

 

     นี่เป็นแค่ตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ยกมาเพื่อให้เห็นถึงความสมบรูณ์ของทะเลสาบและยังมีต่ออีกน่ะ อย่างปลาดุกทะเลได้เดือนล่ะ 5,825 กิโลกรัม และกุ้งแชบ๊วยได้ 2,875 กิโลกรัมต่อเดือน เป็นต้น สัตว์น้ำเหล่านี้ที่ทำรายได้อย่างมหาศาลให้กับชาวบ้านรอบทะเลสาบ ถ้าเราจะเทียบรายได้ต่อวันละก้อ 500 บาทนี้สบายสบายเลยแหล่ะ จะบอกให้ และยังมีอีกอย่างที่สามารถวัดความสมบรูณ์ของทะเลสาบก็คือ การเพิ่มจำนวนของแม่ค้ารอบทะเลสาบโดยเฉพาะแม่ค้ากุ้งก้ามกรามที่ส่งเข้าประเทศมาเลเซีย แม้ว่าการเป็นแม่ค้าก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ทั้งแม่ค้าเก่าและใหม่ต่างก็เจออุปสรรคด้วยกันทั้งนั้น เดี่ยวจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง...เริ่มด้วย

     แม่ค้าคนเก่าก่อนที่จะลงตัวนั้น ต้องเจอกับสารพัดปัญหาเลยแหล่ะ แรกเลยก็คือทุนต้องหนาไว้ก่อนเพื่อเปิดทางให้ชาวบ้านได้ลงทุนไปก่อนทั้งเรือ ทั้งอวนรวมทั้งเครื่องยนต์ด้วยก็อุปกรณ์ทำการประมงทั้งหลายนั้นแหล่ะ และถ้าเราลงทุนให้หลาย ๆ คนก็เท่ากับว่าลูกเรือก็ต้องมาขายให้กับเราโดยปริยาย ส่วนจะหักหนี้หรือไม่นั้นก็แล้วแต่รายได้ในแต่ละวันคือถ้าได้เยอะก็จะหักหนี้ไว้ส่วนหนึ่ง และถ้าได้น้อยก็ค่อยว่ากันรอบต่อไป แต่ส่วนใหญ่แล้วแม่ค้าจะไม่ค่อยหักไว้หรอกเพราะถ้าหักไว้จนหมดลูกเรืออาจจะเปลี่ยนแม่ค้าไปขายคนอื่นก็ได้ และด้วยความเชื่อใจตรงนี้แหล่ะที่ทำให้แม่ค้าบางคนต้องน้ำตาตกในก็เป็นได้ เพราะลูกเรือบางคนที่หัวหมอหน่อยก็แอบแบ่งไปขายให้กับแม่ค้าคนอื่น ทำทีว่าตัวเองจับสัตว์น้ำได้น้อยงัย...ช้ำนะครับคราวนี้...! จะพูดมากก็ไม่ได้ พูดหยาบก็ไม่ดี เพราะหนี้เก่ายังค้างอยู่อีกเยอะ ทำงัยดีหล่ะทีนี้ ก็คงต้องทำได้อย่างเดียวเลยก็คือ ทำใจ....

   ส่วนแม่ค้าคนใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวส่วนใหญ่แล้วแม่ค้าเหล่านี้จะไม่ไปรับเองกับลูกเรือหรอกเพราะว่าลูกเรือเขามีเจ้าของอยู่แล้ว คราวนี้เขาจะทำอย่างไร ก็ไม่เห็นยากนี่ ขั้นตอนแรกเลยก็คือ ทุนต้องมีไว้ก่อนจากนั้นก็ไปซื้อกุ้งก้ามกรามจากแม่ค้าคนเก่า ๆ นี่แหล่ะ ซึ่งสองสามเที่ยวแรกก็ต้องจ่ายสดไว้ก่อนเพื่อให้แม่ค้าคนเก่าเชื่อใจและไว้ใจเรา พอถึงขั้นสนิทและเชื่อใจ แล้วจากนั้นก็ค้างทีละเที่ยว คือรับกุ้งเที่ยวที่สองแต่ขอจ่ายเงินเที่ยวแรกอะไรประมาณนั้นนี้แหล่ะ จนในที่สุดพอยอดเงินเยอะ ๆ ละก้อ เสร็จโจร หายวับไปในกลีบเมฆเลย...โอ้ย...ทำไปได้...

   ตกลงว่าแม่ค้านี่โดนทั้งขึ้นทั้งล่องเลยใช่มั้ย? ก็น่าเห็นใจอยู่น้า...และสิ่งที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าแม่ค้าทุกคนจะต้องเจออย่างนี้น่ะ คนดี ๆ แม่ค้าดี ๆ ก็มีอีกเยอะ นี่เป็นเพียงแค่บางคนเท่านั้นที่ต้องเจอแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นคราวซวยของเราแล้วกัน ทำงัยได้ละน่ะ ก็จำไว้เป็นบทเรียนแล้วกัน ถึงแม้ว่าบทเรียนคราวนี้จะมีราคาแพงไปหน่อยก็ตามเฮอะ...

    ส่วนใครอีกหลาย ๆ คนที่มีความคิดอยากจะยึดอาชีพเป็นแม่ค้าละก้อ ต้องพิจารณากันให้ถี่ถ้วน และยึดเอาบทเรียนนี้เป็นตัวอย่างเพื่อจะได้ไม่เป็นแบบนี้งัย และสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ ความเชื่อใจ ความไว้ใจ ซึ่งตรงนี้แหล่ะอาจจะเป็นดาบสองคมได้ ถ้าเจอลูกเรือที่ดี ๆ มีความรับผิดชอบสูง ก็ดีไป แต่ถ้าเจอลูกเรือหรือแม่ค้าใหม่ที่ผมยกตัวอย่างมาละก้อ ต้องช้ำใจไปอีกนานเลยแหล่ะ

   ท้ายสุดนี้ก็ขอขอบคุณทีมงานสำรวจทะเลสาบสงขลาของสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สงขลา ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยอดรวมสัตว์น้ำในแต่ละเดือนเพื่อมาประกอบในบทความฉบับนี้ ขอขอบคุณครับ...

 

 

เรียบเรียงโดย..............บุญยา  คงคาลิหมีน