ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

หากจะกล่าวถึงกุ้งก็นับว่าเป็นอาหารทะเลที่มีผู้นิยมบริโภคเป็นอันดับต้นๆ กันเลยทีเดียวและประเทศไทยเองก็นับได้ว่าการส่งออกของอุตสาหกรรมกุ้งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมากเนื่องจากกุ้งสามารถนำรายได้เข้าประเทศไทยในแต่ละปีเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท เห็นมั๊ยค่ะว่ามูลค่ามันเยอะมากจริงๆ

 

ที่มา http://www.nicaonline.com/

 

     ประเทศไทยถือว่ามีความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และภูมิอากาศเหนือประเทศคู่แข่ง เนื่องจากมีแหล่งเลี้ยงกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคมีการเลี้ยงในทุกระดับความเค็ม มีแหล่งน้ำที่สามารถเพาะเลี้ยงกุ้งได้อยู่ทั่วทุกภูมิภาคและมีแหล่งน้ำที่ไม่เชื่อมต่อกันทำให้ลดความเสี่ยงของการระบาดของโรคกุ้งทั่วทุกแหล่งน้ำ ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นก็ไม่รุนแรงมากนัก อุณหภูมิไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ไทยเลี้ยงกุ้งได้ตลอดทั้งปี ประมาณ 1-3 รอบ ขณะที่ประเทศอื่นๆ เลี้ยงกุ้งได้เพียง 1-2 รอบเท่านั้น  ประเทศของเรามีเทคโนโลยีและรูปแบบการเลี้ยงที่มีความหลากหลาย ซึ่งมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เช่นการเลี้ยงแบบธรรมชาติ เลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติกึ่งพัฒนาหรือเลี้ยงแบบพัฒนาก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพื้นที่และต้นทุนของเกษตรกร แต่โดยรวมแล้วการเลี้ยงกุ้งของไทยที่เลี้ยงแบบพัฒนา ทำให้ได้ผลผลิตกุ้งที่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับรูปแบบอื่นๆ ส่วนเรื่องของต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงาน ค่าลูกกุ้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกษตรกรท้อถอยยังคิดหาวิธีและหนทางเพื่อความอยู่รอดของตนเองไปเรื่อยๆ นี่แหละค่ะคือสุดยอดของเกษตรกรไทยที่ใครๆ ต้องยกนิ้ว

     ดังนั้นเราต้องภูมิใจที่ได้รับประทานกุ้งที่เป็นผลผลิตของประเทศเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศในแต่ละปีเยอะจริงๆ  และตัวดิฉันเองก็เพิ่งเข้าใจในตอนนี้เองว่าทำไมเวลานักท่องเที่ยวที่เป็นชาวต่างชาติเวลามาเที่ยวประเทศไทยจึงชอบสั่งเมนูอาหารที่มีกุ้งเป็นส่วนประกอบเสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะต้มยำกุ้งที่กลายเป็นเมนูฮิตติดลมบนดังกระฉ่อนไปทั่วโลก ถึงแม้ว่าราคาต่อจานสำหรับชาวต่างชาติค่อนข้างสูงแต่ด้วยรสชาติที่แซ่บครบทุกรสของต้มยำกุ้งชาวต่างชาติก็สู้ไม่ถอยผิดกับดิฉันถ้าราคาสูงขนาดนั้นคงไม่กล้ารับประทานแน่ แต่ดิฉันยังโชคดีที่ดิฉันอยู่ในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับทะเลสาบสงขลา ดิฉันเลยมีโอกาสได้รับประทานกุ้งในราคาที่ไม่แพงเพราะบางครั้งได้มีโอกาสซื้อกุ้งจากแพปลาชุมชน เรื่องความสด และคุณภาพ ไม่ต้องกล่าวถึงสดๆ มาจากทะเลสาบสงขลาเลย และก็ต้องขอบคุณกรมประมงที่มีโครงการดีๆ อย่างนี้ และมีการปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกร้ามลงสู่ทะเลสาบทำให้ชาวประมงมีรายได้ตลอดปีและตลอดไป

     ปัจจุบันประเทศไทยครองแชมป์การส่งออกกุ้งเป็นอันดับ 1 ของโลกมาอย่างยาวนานกว่า 15 ปี โดยมีตลาดส่งออกเป็นหลัก คือ ตลาดสหรัฐอเมริกา (46.1%) ญี่ปุ่น (17.9%) และสหภาพยุโรป (15.9%) ซึ่งประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่มีความเจริญทั้งนั้น และยังมีคู่แข่งขันอีกหลายประเทศที่พยายามพัฒนาสินค้าของตนให้มีมาตรฐาน ดั้งนั้นกุ้งไทยของเราที่จะส่งออกไปต้องมีมาตรฐานมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและดิฉันเองก็หวังว่าคนไทยจะไม่ทำให้ประเทศตัวเองเสียชื่อเสียง  ทำลายอนาคตของเกษตรกรและถูกกีดกันการส่งออกของกุ้งเพราะเกษตรกรที่มีอาชีพเลี้ยงกุ้งของประเทศไทยเรา นับว่ามีเยอะมากดังนั้นจึงได้มีการจัดทำกระบวนการแปรรูปที่ได้มาตรฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมทั้งมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ และที่สำคัญเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั่วโลก ระบบการตรวจสอบย้อนกลับกระบวนการผลิตได้ทั้งระบบจึงกลายเป็นพระเอกที่สำคัญของวงการอุตสาหกรรมกุ้งไทยทำให้กุ้งปัจจุบันเป็นที่จับตามองทั่วโลก

     นี่ถ้าเปรียบเทียบกุ้งที่ส่งออกของไทย ในประเทศก็คงจะเป็นสินค้า OTOP  ประมาณนั้นเลย  บทความฉบับนี้ดิฉันขอกล่าวถึงความสำคัญของกุ้งว่ามีบทบาทกับประเทศไทยและเกษตรกรอย่างไรหากท่านใดสนใจฉบับหน้าพยายามหาข้อมูลเรื่องสารตกค้างที่ตกค้างในกุ้งแล้วมีผลทำให้กุ้งไทยถูกกีดกันการส่งออกมาฝากนะค่ะ

 

 

เรียบเรียงโดย.......ขวัญเรือน  สุวรรณรัตน์

 

เอกสารอ้างอิง

มติชน เทคโนโลยีชาวบ้าน. 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554. ปีที่ 23 ฉบับที่ 512.

www.fisheries.go.th