ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ชีวพิษในสัตว์น้ำ

แบคทีเรียที่สร้างเททโทรโดท๊อกซินในแมงดาทะเล
โดย     อัธยา กังสุวรรณ ทะมะโอะ โนะงุจิ คะเนฮิชะ ฮะชิโมะโตะ
ที่มา      รายงานการสัมมนาวิชาการประจำปี 2530 หน้า 144 - 151
              งานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับการสร้างเททโทรโดท๊อกซิน (tetrodotoxin, TTX) ของแบคทีเรียในแมงดาทะเลไทย (Carcinoscorpius rotundicauda) ซึ่งเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่พบว่ามีความเป็นพิษ เนื่องจากเททโทรโดท๊อกซิน การศึกษาทำโดยแยกแบคทีเรียจากลำไส้ และไข่ของแมงดาทะเลที่ยังมีชีวิตอยู่ สายพันธุ์ที่พบมากถูกเลี้ยงใน 2 x ORI medium ที่ 20 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชม. แบคทีเรียเซลล์ที่ได้ถูกนำมาทำให้เซลล์แตก โดยใช้ ultrasonication แล้วกรองโดย ultrafiltration ทำสารที่กรองได้ให้บริสุทธิ์เป็นบางส่วน โดยผ่าน Bio-Gel P-2 คอลัมน์ จากการวิเคราะห์โดยใช้ high performance liquid chromatography (HPLC), ultraviolet spectrophotometry (UV) และ gas chromatography mass spectrometry (GC-MS) พบว่า 15 ใน 16 Strains ที่นำมาวิเคราะห์สามารถสร้าง TTX หรือ anhydrotetrodotoxin ได้ นอกจากนี้จากการวิเคราะห์โดยใช้พื้นฐานทางชีวเคมีและลักษณะอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่า 1 ใน 15 strains เป็น Vibrio alginolyticus

พิษของปลาปักเป้า Arothron meppa  และ Lagocephalus inermis
โดย     อัธยา กังสุวรรณ ทะมะโอะ โนะงุจิ1 คะเนะฮิซะ ฮะชิโมะโตะ1
ที่มา    รายงานการสัมมนาวิชาการประจำปี 2533 หน้า 90-93
            ตามที่ได้รายงานผลการวิเคราะห์พิษในปลาปักเป้า หลายชนิดของไทยในการประชุมวิชาการฯ ประจำปี 2532 ไปแล้วนั้น ปรากฏว่าพบพิษในปลาปักเป้า Arothron meppa และ Lagocephalus inermis ด้วย ซึ่งยังไม่เคยมีรายงานมาก่อน ดังนั้น จึงได้ทำการทดลองทางเคมีเพิ่มเติม เพื่อยืนยันชนิดของพิษดังกล่าว โดยได้นำส่วนที่พบพิษ คือ ตับ และไข่ของ L.inermis และเนื้อของ A. mappa มาทำการสกัด เพื่อรวบรวมพิษโดยใช้เมทธิลแอลกอฮอล์ที่มีกรดน้ำส้มผสมอยู่ 1% และสกัดไขมันออกโดยใช้คลอโรฟอร์ม พิษที่สกัดได้ถูกนำมาทำให้บริสุทธิ์เป็นบางส่วน โดยใช้วิธี คอลัมน์โครมาโตกราฟี่ ใช้ Bio-Gel P-2 คอลัมน์ และสกัดโดยใช้กรดน้ำส้ม 0.1 N เก็บรวบรวมส่วนที่เป็นพิษมาวิเคราะห์ โดยวิธี High performance liquid chromatography (HPLC) ผลที่ได้แสดงว่าพิษในตับ ไข่ ของ L. inermis และในเนื้อของ A. mappa ประกอบด้วย tertrodotoxin และ อนุพันธ์ anhydrotetrodotoxin 

สำรวจปลาปักเป้าที่มีพิษในทะเลอันดามัน
โดย      อัธยา กังสุวรรณ
ที่มา     การสัมมนาวิชาการประจำปี 2536 หน้า 715 - 725
             ปลาปักเป้าของวงศ์ Tetraodontidae เป็นชนิดที่นิยมเอามาบริโภค และมีการศึกษากันมากในประเทศญี่ปุ่นสำหรับการสำรวจปลาปักเป้าในอ่าวไทยนั้น ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว ส่วนในการศึกษาครั้งนี้เป็นการสำรวจในทะเลอันดามัน ข้อมูลที่ได้จะนำมายืนยันและช่วยชี้แนะ การนำเอาปลาปักเป้ามาใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น ในการทดลองครั้งนี้ ได้เก็บตัวอย่างปลาปักเป้าที่พบบ่อยมา 9 ชนิด จาก 3 จังหวัดภาคใต้ทางฝั่งทะเลอันดามัน คือ จังหวัดภูเก็ต ตรัง และระนอง ได้แก่ Lagocephalus spadiceus, Lagocephalus lanaris, Lagocephalus inermis, Lagocephalus sceleratus, Arothron immaculatus, Arothron stellatus, Diodon hystrix, Chelonodon patoca, และปลาปักเป้าสีทอง Xenopterus naritus ทำการวิเคราะห์พิษในเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของแต่ละตัวอย่าง โดยใช้วิธี mouse bioassay และคำนวณปริมาณพิษ โดยเปรียบเทียบกับตารางมาตรฐาน สำหรับมลพิษปลาปักเป้าตามวิธีที่ได้เคยรายงานมาแล้วผลการทดลองและมาตรฐานที่ยอมให้พิษ ได้ไม่เกิน 4 MU/g (ญี่ปุ่น) แสดงให้เห็นว่า Lagocephalus spadiceus, Diodon hystrix และ Arothron stellatus เป็นชนิดที่ปลอดภัย โดยไม่พบพิษในทุกส่วนของเนื้อเยื่อที่ตรวจสอบ ส่วนอีก 5 ชนิด มีพิษในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในระดับต่าง ๆ กันทั้งนี้ พบความเป็นพิษสูงสุดในเนื้อของ Chelonodon patoca ทุกตัวอย่าง ในปริมาณ 156 MU/g รองลงมา ได้แก่ Lagocephalus lunaris ซึ่งพบพิษในเนื้อสูงสุด 20 MU/g ส่วน Xenopterus naritus หรือปลาปักเป้าเหลืองทองนั้น พบว่ามีพิษในเนื้อเยื่อทุกส่วนที่นำมาวิเคราะห์ของทุกตัวอย่าง โดยปริมาณที่พบในเนื้อสูงสุด 18 MU/g ทั้งนี้เป็นการรายงานเกี่ยวกับพิษของปลาปักเป้าเหลืองทองเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

อาหารเป็นพิษเนื่องจากไข่แมงดาทะเล
โดย     อัธยา กังสุวรรณ สมชาย รุ่งจิรธนานนท์ มนูน พรมเดช โยชิโอะ โอโนอุเอะ
ที่มา    การสัมมนาวิชาการประจำปี 2538 หน้า 395 - 400
            เนื่องจากในปี 2538 มีผู้ป่วย เนื่องจากรับประทานไข่แมงดาทะเล เป็นจำนวนมากกว่า 100 ราย และเสียชีวิตกว่า 10 ราย จึงได้ทำการศึกษาโดยเก็บตัวอย่างแมงดาถ้วย และแมงดาจาน จากจังหวัดสมุทรปราการ ชลบุรี สมุทรสาคร และเพชรบุรี มาทำการวิเคราะห์ในระหว่างเดือนมีนาคม - กรกฎาคม 2538 เพื่อทำการศึกษาความรุนแรงและการแพร่กระจายของพิษ รวมทั้งองค์ประกอบของสารพิษโดยวิธี Mouse bioassay และวิธีทางเคมี คือ HPLC โดยใช้คอลัมน์ Develosil ODS C8 (4.6 x 250 mm)ผลการทดสอบพิษปรากฏว่า ไข่แมงดาถ้วยเท่านั้น ที่มีพิษแต่ไม่พบพิษในไข่แมงดาจาน ทั้งนี้ พบว่าในแมงดาถ้วยจากสมุทรปราการ 53 ตัวพบที่เป็นพิษ 11 ตัว จากชลบุรี 9 ตัว พบที่เป็นพิษ 4 ตัว ความเป็นพิษที่พบสูงสุด คือ 230 MU/g ในไข่ของแมงดาถ้วยที่มาจากชลบุรีในเดือน พฤษภาคม นอกจากนี้จากการที่ได้นำเอาไข่ที่มีพิษมาสกัดพิษและทำให้บริสุทธิ์เป็นบางส่วนแล้ว นำไปวิเคราะห์ด้วย HPLC นั้น ผลปรากฏว่าพบ tetrodotooxin และพิษอัมพาต (Paralytic shellfish poison, PSP) บางชนิดด้วย

พิษของปลาปักเป้าน้ำจืด
โดย        อัธยา กังสุวรรณ มนูน พรมเดช โอซามุ อาระคาวา โยชิโอะ โอโนอุเอะ
ที่มา       เอกสารวิชาการเลขที่ 11/2539
               ศึกษาพิษของปลาปักเป้าน้ำจืด Tetraodon leiurus complex และ T. suvatii ที่จับมาจากอ่างเก็บน้ำจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดยโสธร ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2538- เดือนมีนาคม 2539 ทำการทดสอบพิษ โดยใช้หนูทดลองและรวบรวมเนื้อเยื่อที่เป็นพิษมาสกัด และทำให้บริสุทธิ์เป็นบางส่วนโดยใช้ ultrafiltration แล้วนำไปวิเคราะห์โดยเครื่อง HPLC (Shimadzu) โดยใช้ column LiChroCART RP - 18(e) ขนาด 0.4 x 25 ซม. (Merck) ผลจากทดสอบพิษปรากฏว่า ปลาทุกชนิดมีความเป็นพิษในทุกส่วนของเนื้อเยื่อ โดยพบพิษในตับสูงสุด (880 MU/g) ผลทาง HPLC แสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบพิษของปลาปักเป้าน้ำจืด ทุกชนิดเป็นพิษอัมพาต (Paralytic shellfish poison : PSP ) กล่าวคือ saxitoxin, neoosaxitooxin และ decarmaboyl saxitoxin ซึ่งผิดจากปลาปักเป้าน้ำเค็มที่เป็น tetrodotoxin ครั้งนี้เป็นรายงานครั้งแรกของการพบ PSP ในปลาปักเป้าน้ำจืดของไทย

 

 

 

อ้างอิง

บทคัดย่องานวิจัยด้านการควบคุมคุณภาพและการใช้ประโยชน์จากสัตว์น้ำ

http://www.nicaonline.com/