ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

“เลี้ยงปลวกนี่น่ะ ! เฮ้ยไม่เอาด้วยหรอก แค่ได้ยินชื่อก็หนาวแล้ว” เออ...จริงสิน่ะ ยิ่งบ้านใครที่มีส่วนประกอบของไม้อยู่ด้วย ไม่ต้องพูดถึง ไปไกล ๆ เลยสำหรับเจ้าตัวร้าย ผมเชื่อและเข้าใจนะครับ จะให้ท่านผู้อ่านมาเลี้ยงปลวก เหมือนกับเลี้ยงนกเลี้ยงแมว คอยรักคอยห่วงใย มันเป็นไปไม่ได้ ใช่ครับสำหรับท่านทั่วไปผมเห็นด้วย แต่สำหรับท่านที่มีอาชีพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สงสัยต้องยอมทำใจให้รักปลวกเสียแล้วแหละครับ

เพราะปลวกถ้าเปรียบกับวงการบันเทิง จริงอยู่ มันเป็นได้แค่ผู้ร้ายหรือไม่ก็นางอิจฉา แต่ถ้าวงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลวกนี่แหละคือพระเอกระดับแถวหน้า นำปลวกมาเป็นอาหารเสริมสำหรับสัตว์น้ำวัยอ่อน ขอรับประกันคุณภาพครับ สัตว์น้ำที่ท่านเลี้ยงโตเร็ว แข็งแรง และประหยัดต้นทุนอีกด้วย เป็นไปได้หรือไม่ได้บทความฉบับนี้มีคำตอบครับ

ภาพจาก https://www.thaiarcheep.com/


   วัสดุและอุปกรณ์ในการเลี้ยง
-   กระสอบป่าน
-   ท่อนไม้แห้งแบบมีเปลือก
-   ปุ๋ยคอก
-   ใบไม้แห้ง
วิธีการเลี้ยง
เตรียมท่อนไม้แห้งแบบมีเปลือกความยาวประมาณ 1 เมตร ขุดหลุมลึกประมาณ 30 ซม. 
วางเรียงท่อนไม้ลงไปในหลุมแล้วให้มูลวัวที่แห้งผสมใบไม้โรยทับไปบนไม้ แล้วรดน้ำพอเปียกอย่าให้แฉะ คลุมด้วยกระสอบป่านทิ้งไว้ประมาณ 5 วัน เปิดกระสอบป่านดูก็เห็นปลวกขึ้นเต็มไปหมด เลี้ยงต่อไปอีก 3 วัน ปลวกก็จะมีขนาดโตพอที่จะนำไปเป็นอาหารเสริมของสัตว์น้ำได้เลย พยายามทำที่เลี้ยงปลวกไว้ให้หลาย ๆ หลุมนะครับ ถ้าหลุมใดหลุมหนึ่งปลวกเริ่มหมดต้องคอยเติมอาหารให้มัน คือมูลวัวผสมใบไม้แห้งแล้วรดน้ำพอเปียกคลุมกระสอบป่านเหมือนครั้งแรกไม่กี่วันก็จะมีปลวกให้เราเห็นอีก ระหว่างที่รอเราก็สามารถหนุนเวียนนำปลวกจากหลุมอื่นมาให้สัตว์น้ำของเรากินเป็นอาหารเสริมได้ตลอด  นอกจากสัตว์น้ำแล้ว เรายังสามารถนำปลวกไปให้สัตว์ชนิดอื่นได้อีกด้วย เช่น ลูกไก่
   เห็นมั๊ยครับ อุปกรณ์การเลี้ยงก็น้อย หาก็ไม่ยากวิธีการเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยาก ระยะเวลาเลี้ยงก็ไม่นาน 7 วันเห็นผล ต้นทุนต่ำสัตว์เลี้ยงโตไวแข็งแรง ทำฟาร์มเลี้ยงปลวกน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับท่านที่กำลังหาแนวทางในการที่จะลดต้นทุนการผลิตในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนะครับ
   มีคนเคยถามผมนะครับว่า การนำสิ่งมีชีวิตไปให้สัตว์อื่นกินมันไม่บาปหรือ ? เป็นคำถามที่ผมรู้สึกประทับใจและชื่นชมเป็นอย่างมาก ใช่ครับ “หิริโอตตัปปะ” ความละอายต่อบาปเป็นสิ่งที่ดี และผมเชื่อว่า สังคมไทย ณ เวลานี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีหิริโอตตัปปะบ้านเมืองของเราจะได้น่าอยู่และมีความสุขกันเสียที เพื่อความสบายใจของผมเอง ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแต่ละรุ่น ยกตัวอย่างเช่น ผมเลี้ยงกบจะมีส่วนหนึ่งที่ผมเลี้ยงแล้วปล่อยคืนธรรมชาติ เพื่อเป็นสิ่งทดแทนกับกบและอาหารที่มีชีวิต ที่ผมได้ทำร้ายมัน ฟังดูอาจจะตลกเหลวไหลนอกเรื่องสักหน่อยนะครับ แต่ผมตั้งใจครับ เขียนบทความมาก็หลายเรื่อง พยายามว่าน่าจะมีสักเรื่องที่มีส่วนหนึ่งได้แทรกแนวคิด และสิ่งดี ๆ ในยามที่สังคมมีปัญหา ถึงแม้ว่าเรื่องที่ผมละอายต่อบาปก็แค่การเลี้ยงสัตว์ เป็นความผิดที่ธรรมดาไม่เห็นจะแปลกอะไร แต่อย่างน้อยมันเกิดจากความตั้งใจและจุดริเริ่มที่สำคัญในการแสดงความรับผิดชอบที่เรากระทำต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยเฉพาะกับสังคม จริงมั๊ยครับ
   ขอขอบคุณ จ่าสิบเอกสะอาด  กัณหาวัณ  170  ม. 7 ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ มากนะครับ ตอนแรก ๆ การเลี้ยงปลวกผมก็แค่มือสมัครเล่น แต่พอได้โทรศัพท์ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและได้รับคำแนะนำที่ดี ๆ จากท่าน ทำให้ผมมีความมั่นใจ ก็เลยกล้าที่จะนำเสนอในรูปแบบของบทความ เพื่อที่จะเผยแพร่ให้กับบุคลที่สนใจต่อไป

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย......จำนง  ถีราวุฒิ