ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ปลาบู่ทราย จัดเป็นปลาที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยมาช้านาน ดังจะเห็นได้จากนิทานพื้นบ้าน เรื่อง ปลาบู่ทอง เป็นต้น จัดเป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่ง โดยนิยมใช้เนื้อบริโภคกันมาช้านาน มีราคาขายที่แพง ปัจจุบัน นิยมเพาะเลี้ยงกันอย่างกว้างขวาง

นอกจากนี้แล้วในตัวที่มีสีกลายไปจากสีปกติ เช่น สีทองหรือสีเงิน พบมีการเลี้ยงเป็นปลาสวยงามอีกด้วยเช่นในภาคใต้จะมีการเลี้ยงไว้เพราะเชื่อว่าจะนำโชคลาภมาให้ และเรียกปลาชนิดนี้ว่าปลาครีบทอง ตามสีที่ปรากฏ รวมทั้งสรรพคุณในการปรุงยา ผลผลิตส่วนใหญ่ถูกส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ เช่น ฮองกง สิงคโปค์ มาเลเซีย สามารถทำรายได้เข้าประเทศแต่ละปีมีมูลค่าหลายสิบล้านบาท เนื่องจากความต้องการปลาบู่ทรายจากต่างประเทศมีเพิ่มขึ้นทุกปี เป็นผลให้ปลาบู่ทรายมีราคาแพงขึ้น

ภาพจาก https://id.wikipedia.org/

 

ปลาบู่ทราย ( Oxyeleotris marmoratus Bleeker ) ชื่อสามัญ Sand goby เป็นปลาน้ำจืดที่คนไทยเรารู้จักกันอย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานานแล้ว จะเห็นได้จากถึงกับมีตำนานเรื่องปลาบู่ทองเล่าสืบทอดกันมา และนับวันปลาบู่ก็จะกลายเป็นทองขึ้นมาจริงๆ เพราะมีราคาแพงมาก สาเหตุนี้ทำให้ประชาชนหันมานิยมเลี้ยงปลาบู่กันมากขึ้น

ลักษณะลำตัวกลม ยาวส่วนหัวค่อนข้างแบนใหญ่และเรียวลงไปตามส่วนจนถึงหาง มีปากที่กว้างทางด้านบน มุมปากเฉียงลงยาวถึงระดับเดียวกันกับกึ่งกลางหางตา มีขากรรไกรล่างยาวกว่าขากรรไกรบน ที่บริเวณด้านบนของขากรรไกร จะมีฟันเป็นซี่ ๆ ขนาดเล็กแหลมคมเรียงต่อกันเป็นแถวเดียว ที่บริเวณคอหอยจะมีฟันซี่เล็ก ๆ ๔ ส่วน บริเวณข้างลำตัวจะมีจุดสีดำลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ข้าวหลามตัดจากฐานครีบหลังลายยาวลงมาตามลำตัวทั้งสองข้าง มีประมาณ ๔ - ๕ แถบ สีของลำตัวเป็นสีน้ำตาลปนเทา ส่วนบนของหัวมีจุดสีดำประปราย ด้านท้องมีลักษณะสีขาวจาง ๆ ส่วนหลังและด้านข้าง ลำตัวจะมีสีขาวปนเหลืองหรือสีเหลืองอ่อน ๆ ข้างลำตัวและที่ครีบทุกครีบจะมีลายดำพาดหาง ยกเว้นครีบหางจะมีสีน้ำตาลเกือบดำ
               ลักษณะของตา ตาปลาบู่ทรายจะโปนออกอยู่ทางด้านบนของหัว ระหว่างตาและริมฝีปากมีรูจมูกสองคู่ โดยคู่หน้ามีลักษณะเป็นหลอดยื่นมาติดกับร่อง ที่แบ่งปากและริมฝีปากด้านบน ส่วนคู่หลังอยู่ค่อนขึ้นไปทางด้านบนของตา
               นิสัยการกินอาหาร ปลาบู่ทรายจัดเป็นปลาที่กินสัตว์เป็นอาหาร ซึ่งอาหาร ที่ปลาบู่ทรายชอบกิน ได้แก่ ลูกปลา ตัวอ่อนแมลงน้ำ กุ้ง ปู แมลงในน้ำ หอย ฯลฯ มักจะชอบหลบอาศัยในดินอ่อน หรือตามซอกหินโพรงไม้ถึงแม้ว่าปลาบู่ทรายจะกินปลา ลูกกุ้ง เป็นอาหารแต่โดยลักษณะนิสัยแล้วปลาบู่ทรายไม่ดุร้ายเมื่อเทียบกับปลาช่อนหรือปลาชะโดโดยปกติแล้วจะอยู่กับที่นิ่ง ๆ เมื่อเหยื่อผ่านหน้าจึงจะงับกินเป็นอาหาร ถึงแม้ว่าปลาบู่ทราย จะดูว่าเป็นปลาที่เชื่องช้าแต่จะมีความว่องไวมากเมื่อสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น 
            การเลี้ยงปลาบู่ทรายรวบรวมได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติเป็น ส่วนใหญ่แต่มาในระยะหลังความต้องการของผู้บริโภคมีมาก ประกอบกับปลาบู่เป็นปลาที่ราคาแพงและเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ จึงมีผู้สนใจเลี้ยงกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันโดยมีการทดลองเลี้ยงกันในบ่อและในกระชัง
การเลี้ยงปลาบู่ทรายในบ่อ สรุปเป็นแนวทางได้ดังนี้
๑.บ่อปลาควรตั้งอยู่ในแหล่งที่มีการถ่ายเทน้ำได้สะดวกและ มีน้ำตลอดปีความลึกของบ่อประมาณ ๑.๕๐ เมตร
๒.การปล่อยปลาลงเลี้ยงไม่ควรปล่อยเกิน ๑ ตัวต่อตารางเมตรในการเลี้ยงปลาบู่ชนิดเดียวและลด อัตราส่วนลงตามสมควรเลี้ยงรวมกันกับปลาชนิดอื่น และขนาดปลาเมื่อเริ่มเลี้ยงควรมีขนาดใกล้เคียงกันโดยทั่วไปมีขนาดประมาณ ๑๐๐ กรัม
๓.อาหารของปลาบู่ควรเป็นอาหารสดคาว เช่น ลูกกุ้ง ลูกปลา หรือปลาสดสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ
๔.การให้อาหารควรให้อาหารเป็นเวลาและ อัตราการให้อาหารควรอยู่ระหว่าง ๓ - ๕ เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว
๕.ระยะเวลาของการเลี้ยงไม่ควรเกิน ๑๒ เดือน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการจัดหาลูกปลาลงปล่อยในครั้งต่อไป
๖.อัตราการเจริญเติบโตของปลาที่เลี้ยงในบ่อควรมีค่า เฉลี่ยเดือนละประมาณไม่ต่ำกว่า ๓๐ กรัม จึงนับได้ผลดี
๗.การจับปลาบู่ออกจากบ่อ ควรจับให้หมดภายในครั้งเดียว ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดค่า ใช้จ่ายในกรณีที่ต้องการสูบน้ำออกจากบ่อและเพื่อป้องกันปลาที่เหลือบอกช้ำ

ปลาเพศผู้ จะมีอวัยวะอยู่ถัดจากช่องทวารมาทางด้านหางเป็นแผ่นของ ดิ่งเนื้อขนาดเล็กปลายเรียวแหลมและมีรูซึ่งเป็นทางออกของน้ำเชื้อ
               ปลาเพศเมีย ก็จะมีแผ่นเนื้อเช่นเดียวกันแต่มีขนาดใหญ่กว่ามากและตอนปลาย ของอวัยวะเพศไม่แหลมแต่มีรูขนาดใหญ่ซึ่งเป็นทางออกของไข่
               การผสมพันธุ์วางไข่ในธรรมชาติ ในธรรมชาติปลาบู่ทรายจะเริ่มการวางไข่เมื่อย่าง เข้าสู่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมโดยปลาบู่เพศผู้ที่มีความยาว ๑๔.๕ เซนติเมตร และมีน้ำหนัก ๔๔ กรัมขึ้นไปเพศเมียมีความยาว ๑๒.๕ เซนติเมตรหนัก ๓๔ กรัมขึ้นไป จะสามารถผสมพันธุ์กันได้โดยระบบสืบพันธุ์มี ความพร้อมตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงฤดูวางไข่จะสังเกตได้ ว่าติ่งเพศจะมีสีแดงเข้มทั้งเพศผู้เพศเมีย
ความดกของไข่ ปลาบู่ทรายมีรังไข่แบบสองพู (bilobed) จากการนับจำนวน ไข่โดยวิธีสุ่มตัวอย่างเปรียบเทียบความยาวลำตัวและน้ำหนัก รังไข่พบว่าปลามีความยาวมาตรฐาน ๑๕.๒ เซนติเมตร มีน้ำหนักรังไข่ ๑.๖ กรัม จำนวนไข่ทั้งสิ้น ๖,๘๐๐ ฟอง และปลาที่มีความยาว ๒๑.๕ เซนติเมตรน้ำหนักรังไข่ ๔.๗ กรัมมีไข่จำนวน ๓๖,๐๐๐ ฟอง ซึ่งความแตกต่างของจำนวนไข่ส่วนใหญ่จะแปรผันไปตามขนาดของปลาเป็นสำคัญ ปลาบู่ทราย สามารถที่จะทำการแพร่ขยายพันธุ์ได้ในน้ำจืดทั่วไป โดยไข่และน้ำเชื้อผสมกันภายนอกตัวปลา (external fertilization) และแม่ปลาจะวางไข่ติดกับวัสดุต่างๆ ในน้ำ เช่น เสาไม้ ตอไม้ โพรงไม้ ก้อนหิน ในตอนเช้าตรู่การวางไข่จะเริ่มจากตัว ผู้จะเริ่มทำความสะอาดรังเพื่อให้มีความเหมาะสมและจะชักตัวเมียให้เข้ารัง หลังจากนั้นไม่นานตัวเมียมีความเคยชินกับสภาพก็จะเริ่มวางไข่ให้ติดกับวัตถุ เมื่อไข่ออกมาตัวผู้จะฉีดน้ำเชื้อเข้าผสมช่วงเวลาในการวางไข่นั้นจะ ขึ้นอยู่กับจำนวนไข่ที่มีอยู่ในท้องปลาตัวเมียภายหลังจากวางไข่เสร็จ แล้วตัวผู้ก็จะไล่ตัวเมียออกจากรัง ส่วนตัวเองก็จะเฝ้าไข่ตลอดเวลาโดยใช้ครีบหูที่มีขนาดใหญ่พัด โบกไปมา เพื่อการไหลเวียนของน้ำตลอดเวลา ไข่ปลาบู่เป็นไข่ติดรูปร่างยาวรีปลายมนมีเม็ดน้ำมันมากที่อุณหภูมิ ๒๕ - ๒๗ องศาเซลเซียส ไข่ปลาบู่ทรายจะใช้เวลาฟักเป็นตัวประมาณ ๒ - ๘ ชั่วโมง
               สำหรับปัญหาการเลี้ยงปลาบู่ทรายขณะนี้มี 3 ประการ คือ 1.พันธุ์ ปลาที่นับวันจะหายาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการ 2.ผู้เลี้ยงขาดความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการเพาะเลี้ยง3.สภาพสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะเลี้ยงปลา ซึ่งเหตุผล 3 ประการนี้เอง ทำให้ผลผลิตปลาบู่ในบ้านเรายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด หวังพึ่งพาปลาจากธรรมชาติก็ไร้ความหวัง เพราะนับวันปลาบู่ทรายจากแหล่งน้ำธรรมชาติยิ่งหาได้ยากก็ยังมีไม่มากพอ ขอยกตัวอย่างปลาบู่ทรายจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลผลิตจากทะเลสาบสงขลามาให้ผู้อ่านได้ดูเป็นข้อมูลว่า ทำไมดิฉันถึงบอกว่ายังไม่เพียงพอกับความต้องการจากการสำรวจสัตว์น้ำของทีมงานสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งรวบรวมข้อมูลได้ดังตารางข้างล่างนี้ผลผลิตปลาบู่ทรายจากท่าขึ้นสัตว์น้ำรอบทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่ ปี 2545 - 2556

 

ปี พ.ศ.

จำนวน(ก.ก.)

2545

-

2546

75

2547

441

2548

100

2549

72.5

2550

-

2551

-

2552

-

2553

1,025

2554

32.5

2555

1,170

2556

1,925

 

                ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามเพิ่มผลผลิตปลาชนิดนี้ด้วยการเพาะพันธุ์ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น วิธีการฉีดฮอร์โมนหรือวิธีการเลียนแบบธรรมชาติแต่ก็ยังไม่เพียงพออยู่ดีแหละค่ะ....ประโยชน์ของปลาบู่ทราย เป็นปลาเนื้อนุ่ม รสดี มีก้างน้อย ทำอาหารจำพวกนึ่ง ต้มยำ ต้มเค็ม นอกจากนี้แล้วในตัวที่มีสีกลายไปจากสีปกติ เช่น สีทองหรือสีเงิน พบมีการเลี้ยงเป็นปลาสวยงามอีกด้วย ปลาบู่ทราย จัดเป็นปลาที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยมากชนิดหนึ่ง ดังจะเห็นได้จากนิทานพื้นบ้านเรื่อง ปลาบู่ทอง เป็นต้น คนไทยไม่นิยมกินเพราะรังเกียจผิวหนัง ที่มีลักษณะคล้ายหนังงูและยังมีความเชื่อถือเกี่ยวกับนิทานปรัมปราว่าเป็นปลาที่กลายร่างมาจากคน ส่วนคนจีนนิยมกินเพราะเชื่อว่าให้พลังทางเพศ

ปลาบู่ถึงแม้ว่าจะเป็นปลาที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่คุ้นเคยทั้งรสชาดและหน้าตา แต่ปลาบู่ก็จัดว่าเป็นปลาที่อยู่ในความสนใจของเกษตรกรบ้านเราไม่แพ้ปลาชนิดอื่นเช่นกัน ด้วยรสชาดที่อร่อยและราคาที่ค่อนข้างสูง สร้างแรงจูงใจให้กับผู้สนใจได้ไม่น้อย ดังนั้นถ้าปลาบู่ถูกจัดให้อยู่ในทำเนียบปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของไทยอีกชนิดหนึ่ง

                อย่างไรก็ดีในอนาตคอันใกล้ เชื่อว่าปลาบู่นี้แหละค่ะจะต้องเป็นปลาที่ได้รับความนิยม ทั้งด้านการบริโภคและการเพาะเลี้ยงอย่างแน่นอน กรมประมงเองก็พยายามอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการเพาะขยายพันธุ์ การหาเทคโนโลยีใหม่ๆ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านต่างๆ เพื่อให้ปลาบู่เป็นปลาที่อยู่ในใจของผู้คนตลอดไป.......

 

 

 

เรียบเรียงโดย......ฉวีวรรณ หนูนุ่น

 

อ้างอิง

 http://www.vet.ku.ac.th/library-homepage/db_directory/fish/fish_boo.htm

 http://www.aquatoyou.com/

 http://th.wikipedia.org

 https://groups.google.com

http://www.baanmaha.com

ฟาร์มทะเลในทะเลสาบสงขลา การฟื้นฟูทรัพยากรประมงโดยชุมชน ผลการดำเนินงานปี 2545 – 2556

รายงานประจำปี 2522 สถานีประมงจังหวัดชัยนาท กองประมงน้ำจืด กรมประมง

เอกสารเผยแพร่ ฉบับที่ 10/2532 การเพาะและอนุบาลปลาบู่ทราย สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดปทุมธานี กองประมงน้ำจืด กรมประมง