อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

อาชีพเสริมของชาวทะเลสาบมีมากมายก็แล้วแต่จะเลือกหรือ ถนัดที่จะทำทุกอย่างที่เลือกนั้นดีหมดเพราะนั้นคือรายได้เสริมที่จะมาช่วยเหลือครอบครัวอีกทางหนึ่ง ลำพังอาชีพหลักบางครอบครัวก็ใช้จ่ายไม่พอเนื่องจากว่าในทะเลสาบบางครั้งก็จะทำมาหากินได้ไม่ตลอดปี คลื่นลมแรงบ้าง สัตว์น้ำจับได้น้อยบ้าง แต่รายจ่ายนั้นมีทุกวันอยู่แล้ว และการแปรรูปกุ้งนาหรือกุ้งกะต่อมนี่แหล่ะที่จะเป็นทางเลือกให้เสริมรายได้แก่ครอบครัวยามคลื่นลมแรง 

ภาพจาก http://foodfis.blogspot.com/

 

          กุ้งกะต่อมจะอาศัยตามชายฝั่งทะเลในที่ตื้น ๆ เป็นโคลนโดยเฉาะพตามรากต้นแสม ต้นโกงกางหรือตามแอ่งน้ำขัง ใต้ดอกหญ้าทะเลกุ้งกะต่อมจะกินตัวอ่อนของแมลงน้ำเป็นอาหาร ซึ่งชาวบ้านจะใช้ไซขนาดเล็กหรือแหนด ซึ่งแหนดลักษณะการใช้คือจะใช้คือรุนในตอนเช้าส่วนไซจะวางในช่วงเย็นเวลาประมาณ 16:00- 18:00 น. และจะเก็บในช่วงเช้าของอีกวันหนึ่งเวลาประมาณ 05:00–08:00 น. ซึ่งการทำประมงด้วยไซนั้นจะใช้อาหารปลาดุกเป็นตัวล่อ ชาวประมงที่ทำประมงด้วยไซนั้นแต่ละคนจะมีไซไม่ต่ำกว่า 200 ลูก ซึ่งหลังจากได้กุ้งกะต่อมมาแล้วก็จะนำไปแปรรูป ดังนี้ 

  1. การแปรรูปเป็นกุ้งต้มหวาน การแปรรูปในลักษณะนี้ได้ราคาดีมากเพราะว่ากุ้งกะต่อมสดราคากิโลกรัมละ 35 บาท แต่เมื่อนำไปทำกุ้งต้มหวานแล้วจะได้ราคากิโลกรัมละ 65 บาท เลยทีเดียวและเมื่อเทียบกันแล้วกุ้งกะต่อมสด 1 กิโลกรัม จะได้กุ้งต้มหวาน 1 กิโลกรัม (กุ้งกะต่อม 10 กิโลกรัมใช้น้ำตาล 5 กิโลกรัม) เพราะน้ำตาลจะไปช่วยเพิ่มน้ำหนักกุ้งต้มหวานทีขาดหายไป
  2. การแปรรูปเป็นกุ้งส้ม การแปรรูปในลักษณะนี้จะได้ราคากิโลกรัมละ 45 บาท แต่มีข้อเสียคือต้องใช้เวลามในการหมัก จะกระทำได้โดยใช้กุ้งสด 10 กิโลกรัม หมักไว้ในโอ่งโดยใช้น้ำ น้ำตาล และเกลือผสมเข้าด้วยกันหมักไว้ 4-5 วัน จากนั้นก็สลับล่างขึ้นบนประมาณ 2-3 วัน ก็นำไปจำหน่ายได้เลย (กุ้งสด 10 ก.ก. : น้ำตาล 4 ก.ก. : เกลือ 0.5 ก.ก.) 

เป็นงัยบ้างครับน่าสนใจมั้ยละครับอาชีพเสริมในลักษณะอย่างนี้แน่ะถ้าหากสนใจละก้อติดต่อหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณหีด คลองเล็บ 126 ม.10 ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง และขอขอบคุณ คุณหีด คลองเล็บ มา ณ โอกาสนี้ด้วยในการให้ข้อมูลเพื่อเผยแพร่ครั้งนี้ ขอขอบคุณครับ...

 

 

เรียบเรียงโดย....บุญยา คงคาลิหลีน