อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

กลางดึกอันเงียบสงัด ลมสงบนิ่ง แสงไฟจากตะเกียงแก๊สได้สาดส่อง ลงสู่น้ำระดับต่ำกว่าเข่าใสจนมองเห็นพื้นท้องน้ำที่เป็นทรายปนหินตลอดแนวชายฝั่ง ทันใดแสงสว่างจากตะเกียงก็ปะทะกับก้ามอันใหญ่โตของปูทะเลตัวหนึ่ง นำสวิงวางไว้ด้านข้างของตัวปูแล้วค่อย ๆ ต้อนเข้าสวิงอย่างง่ายดาย

เดินต่อไปไม่นานเจอกับกุ้งกุลาดำตัวโตนอนนิ่งทำตัวเหมือนท่อนไม้ ก็ค่อย ๆ เอาซุ่มคลอบลงบนตัวกุ้งอย่างช้า ๆ แล้วใช้มือล้วงจับตัวกุ้งใส่ข้องอย่างสบายใจแล้วเดินยิ้มกลับบ้าน…เสียงตะโกนถาม “ไปไหนมา…?” ตอบกลับเสียงดังว่า “โหล๊ะปู…ได้ไอ้เคี่ยม (ปูทะเลตัวผู้ขนาดใหญ่) กับแม่กุ้ง (กุ้งกุลาดำขนาดใหญ่) ครับ”…อาจจะกล่าวว่าเป็นวิถีชีวิตของคนรอบทะเลสาบสงขลา วิถีที่เรียบง่าย พอเพียง มีความสุขอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง ซึ่งก็เป็นภาพชัดในความทรงจำของผู้เขียนแม้จะผ่านมาเกือบ 20ปี

ภาพจาก  https://www.shrimpnews.com           

 

            “โหล๊ะ” คือคำของภาษาใต้แปลว่า ส่อง หรือ หา การ “โหล๊ะปู…โหล๊ะกุ้ง” ก็คือการส่องหรือหาสัตว์น้ำโดยใช้แสงสว่างจากแหล่งกำเนิดแสงส่องหาตัวสัตว์น้ำ การโหล๊ะสัตว์น้ำ เป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างสนุก แต่จะทำได้เฉพาะพื้นที่ริมชายฝั่งที่มีน้ำตื้น ๆ ระดับไม่เกินหัวเข่าตอนกลางคืนเท่านั้น และต้องรอวันที่คลื่น-ลมสงบ ซึ่งน้ำทะเลจะใสมองเห็นพื้นน้ำได้ชัดเจน ยิ่งเป็นคืนเดือนมืดยิ่งดี จะมีปูและกุ้งรวมไปถึงสัตว์น้ำชนิดอื่นเยอะแยะเต็มไปหมด การโหล๊ะสัตว์น้ำทำได้ค่อนข้างง่ายโดยเดินถือตะเกียงแก๊ส ซึ่งในปัจจุบันมีไฟฉาย LED ที่มีแสงสว่างค่อนข้างมาก พร้อม สวิง ซุ่ม หรือฉมวก และข้องใส่สัตว์น้ำ จะเดินโหล๊ะคนเดียวหรือมีผู้ช่วยนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมแต่ละท่าน อีกประการหนึ่งคือสายตาเฉียบคมและก้าวที่เงียบเบาพยายามอย่าให้น้ำกระเทือนมากนักจะทำให้สัตว์น้ำตื่นและว่ายหนี เมื่อเจอสัตว์น้ำก็จัดการตามความเหมาะสมของแต่ละชนิดสัตว์น้ำ ตัวอย่างเช่น ปูทะเลจะต้อนเข้าสวิง กุ้งจะใช้สุ่มคลอบจับขึ้นมา ปลาอาจใช้สุ่มหรือแทงด้วยฉมวกสำหรับท่านกลัวความมืดก็จะไม่เหงาเนื่องจากจะมีนักโหล๊ะอาชีพลงไปเดินหาสัตว์น้ำกันหลายคน เห็นแสงไฟเต็มไปหมดรับรองว่าไม่เหงาแน่นอน

          สุดสัปดาห์หนึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสกลับบ้านเกิดซึ่งเป็นเกาะอยู่ในทะเลสาบสงขลา ผู้เขียนมีเวลาอยู่กับบ้านหลายวันนั่ง ๆ นอน ๆ ไม่มีอะไรทำ ก็เป็นปกติสำหรับหมู่บ้านที่ห่างไกลจากตัวเมืองซึ่งจะไม่มีกิจกรรมอะไรมากมายนักสำหรับคนทีชอบอะไรตื่นเต้น สุดท้ายก็ผุดความคิดขึ้นมาทันทีว่า “คืนนี้ โหล๊ะปู…โหล๊ะกุ้ง ดีกว่า” ภาพเก่า ๆ ของการ โหล๊ะปู…โหล๊ะกุ้ง ชัดขึ้นมาอีกครั้ง ในใจคิดคืนนี้ต้องสนุกแน่ ๆ ว่าแล้วก็เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหลาย คลื่นลมก็เป็นใจ และแล้ว...กลางดึกแต่ไม่เงียบสงัดเหมือนในอดีต ลมยังสงบนิ่ง แสงจากไฟฉาย ELDได้สาดส่อง ผ่านน้ำอันหมองค่อนข้างขุ่น พื้นเบื้องล่างกลายเป็นโคลน ไม่เจอไอ้เคียมหรือแม่กุ้งเลยแม้แต่ตัวเดียว จะเจอก็แต่กิ่งไม้ ขยะ และเศษแก้วสุดท้ายก็เดินคอตกกลับบ้าน… 

การเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ที่ดินบริเวณต้นน้ำทำให้ตะกอนดินถูกชะล้างไหลลงสู่ทะเลสาบ การความตื้นเขินของทะเลสาบสงขลา การใช้เครื่องมือประมงประสิทธิภาพสูง การทิ้งขยะลงสู่ทะเลสาบ สิ่งเหล่านี้ที่เข้ามา ปฎิเสธไม่ได้ว่าเป็นไปเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น แต่ผลกระทบก็มีตามมา การโหล๊ะสัตว์น้ำ หลายพื้นที่อาจจะยังคงวิถีชีวิตแบบเดิมเหมือนอย่างในอดีต แต่สำหรับผู้เขียนวิถีชีวิตที่มีความสุขอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แล้วจะมีใครสักคนไหมที่จะมีคำถามถึงวิถีชีวิตแบบเดิมว่าเราจะเรียกกลับมาอีกครั้งให้เหมือนเดิมได้ไหม?

 

 

เขียนโดย.....นรินทร ใหม่วัด