อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ไรน้ำนางฟ้า (Fairy shrimps) มีอยู่ในธรรมชาติมาช้านานแล้ว คนอีสานเรียกว่า “แมงอ่อนช้อย”“แมงหางแดง” “แมงแงว” หรือ “แมงน้ำฝน” ไรน้ำนางฟ้า เป็นสัตว์ที่อยู่ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางบางส่วน ภาคตะวันตก โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งไรน้ำนางฟ้าที่พบในประเทศไทย

โดย ศ.ดร.ละออศรี เสนาะเมือง มี  3 ชนิด คือ 
1.ไรน้ำนางฟ้าสิรินธร
2.ไรน้ำนางฟ้าไทย
3.ไรน้ำนางฟ้าสยาม
จากการศึกษาพฤติกรรมของไรน้ำนางฟ้าทั้ง 3 ชนิด พบว่าไรน้ำนางฟ้าเป็นสัตว์น้ำจืดที่พบได้ง่ายในช่วงฤดูฝน ตามแหล่งน้ำท่วมขังทั่วไป เช่น บ่อน้ำชั่วคราวที่เกิดจากน้ำฝน แอ่งน้ำในสวนป่า  แอ่งน้ำในทุ่งนา หรือ แม้แต่คูน้ำข้างถนน รวมถึงบ่อลึกกักเก็บน้ำ ซึ่งในการขยายพันธุ์ ไรน้ำนางฟ้าจะวางไข่ในแอ่งน้ำนั้นๆ

ภาพจาก http://phetchaburi-fightingfish.blogspot.com/


ไรน้ำนางฟ้า จัดเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่ของไทย เนื่องจากเป็นสัตว์น้ำที่เลี้ยง ง่าย โตเร็ว ต้นทุนในการเลี้ยงต่ำ โดยการผลิต 1 กิโลกรัม มีต้นทุนประมาณ 25.51 บาท เหมาะใช้เป็นอาหารเลี้ยงปลาสวยงาม หรือปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยไรน้ำนางฟ้าจะ ให้โปรตีนสูงถึง 64-69% มากกว่า อาร์ทีเมียที่มีเพียง 56% เท่านั้น ส่วนราคาเมื่อเปรียบ เทียบราคาอาร์ทีเมียตัวโตเต็มวันขายกันอยู่ที่ 50-100 บาท/ก.ก. ส่วนไข่อารทีเมียราคาประมาณ  15,000 บาท / 6 ก.ก. (1 กรัม ราคา 2.5 บาท ) ขณะที่ไรน้ำนางฟ้าไทยตัวเต็มวัย ซื้อขายกันที่ราคาตัวละ 0.20-0.50 บาท สำหรับไข่  ไรน้ำนางฟ้าราคาจำหน่าย 200 บาท ต่อ 10,000 ฟองเท่านั้น
วิธีเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าที่ค้นพบ เราจะทำโดยจำลองสภาพภูมิอากาศจริงที่มีฝนตกตาม    ธรรมชาติ ตั้งแต่การเก็บดินที่มีไข่ ไรน้ำนางฟ้าฝังอยู่จากแหล่งน้ำขังที่แห้งขอดมาเติมน้ำเพื่อฟักไม่น้อยกว่า 2 ครั้งจึงจะได้ปริมาณที่มากเพียงพอที่จะเพาะพันธ์ โดยครั้งแรกเติมน้ำ และปล่อยไว้ 1 วัน จึงเทน้ำออกแล้วตากแดดไว้ 3 วัน และเติมน้ำใหม่ เพื่อกระตุ้นการฟักครั้งที่ 2 และ 3 ตามลำดับ ดร.นุล และ      นายราเมศ  เล่าถึงขั้นตอนการฟักไข่ไรน้ำนางฟ้าที่ได้จากการวิจัย ซึ่งจะมีอัตราการฟัก 75% และเมื่อโตเต็มวัยมันจะขนาดยาวกว่า 3 ซม. หรือราว 2-3 เท่าของอาร์ทีเมีย อีกทั้งยังมี สัดส่วนโปรตีนมากถึง 65%
ต่อมา หลังเติมน้ำแล้วให้ปล่อยทิ้งไว้ 5 วัน จะได้ไรน้ำนางฟ้าคอกแรกออกมา จากนั้นเทน้ำออกเพื่อแยกไรน้ำนางฟ้าออกมาเลี้ยงในน้ำที่สะอาด ส่วนไข่ที่เหลือนำไปตากแดดก่อนที่จะนำมาฟักครั้งที่ 2และ 3 หรืออีกหลายครั้ง โดยมีปริมาณการฟักลดลงจากครั้งแรกเล็กน้อย ซึ่งจากดินที่เก็บมา 1 กก. จะฟักได้ ไรน้ำนางฟ้าประมาณ 1-10 ตัว เพียงเท่านี้ เกษตรกรหรือชาวบ้านทั่วไปก็ไม่จำเป็นต้องหาซื้อ    ไรน้ำนางฟ้าจากนอกพื้นที่แล้ว เนื่องจาก  สามารถเพาะพันธุ์ได้เองโดยชาวบ้านยังสามารถนำไปพัฒนาเป็นอาชีพเพื่อหารายได้เสริมเข้าครอบครัวได้อีกด้วย
         ไรน้ำนางฟ้าสามารถทนอยู่ได้ เพื่อในอนาคตจะได้มีการส่งเสริมไรน้ำนางฟ้าให้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงกุ้ง ทดแทนอาร์ทีเมียที่เกษตรกรใช้เลี้ยงกุ้งกุลาดำซึ่งมีราคาแพง โดยผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่าไรน้ำนางฟ้าช่วยให้กุ้งเจริญเติบโตได้ดี 
 ไรน้ำนางฟ้าสัตว์น้ำจืดที่น่าสนใจที่จะนำมาทดแทนกุ้งฝอยและArtemia?
              เนื่องจากไรน้ำนางฟ้าเป็นสัตว์น้ำที่จัดอยู่ในจำพวก Arthopoda หรือลำตัวเป็นข้อปล้อง อย่างพวกแมลงและกุ้ง แต่ไม่มีเปลือกแข็งอย่างพวกกุ้ง นอกจากนั้นยังไม่มีกรี อันนี้เรียกได้ว่าปลอดภัยกับพวกปลากินเนื้ออย่างยิ่ง นอกจากนั้นยังมีการทดลองโดยนักวิจัยของทางมหาวิทยาลัยยืนยันว่า การนำไรน้ำนางฟ้ามาเป็นอาหารของปลาหมอสีนั้น จะช่วยเพิ่มคุณภาพสีและมุกที่ตัวปลาอย่างเห็นได้ชัด  ดังนั้นจึงทำให้หลายๆท่านเริ่มสนใจที่จะนำมาเป็นอาหารปลากันมากขึ้นเรื่อยๆ 
           แต่เนื่องจากที่ผ่านๆมาการเพาะเลี้ยงยังอยู่ในวงจำกัดอันเนื่องจากสาเหตุหลายๆอย่าง ดังนั้นการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อให้ได้จำนวนมากพอกับความต้องการของตลาดจึงยังไม่สามารถทำได้ จึงทำให้สัตว์น้ำตัวนี้ ไม่ค่อยเป็นที่แพ่รหลายและคุ้นเคยเท่าที่ควร จึงทำให้มีข่าวคราวของสัตว์ตัวนี้ออกมาเป็นระยะๆ มากบ้าง น้อยบ้าง จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ถึงกับเคยมีการประโคมออกข่าวเพื่อปั่นกระแสกันมาก็มาก ชนิดที่ว่าราคาไข่เพียงหนึ่ง 1 กิโลกรัมมีราคาพอๆกับรถเบนซ์ C180 ฟังแล้วก็อึ้งไปเหมือนกันว่า มันสัตว์อะไรกันจะหายากหาเย็นจนราคาแพงขนาดอะไรจะปานนั้น
 ประโยชน์ของไรน้ำนางฟ้าต่อผู้เพาะเลี้ยงปลากัด
1.ไรน้ำนางฟ้านั้นเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งสำหรับผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามที่ต้องการอาหารปลาที่คุณภาพสูง

1.1ไรน้ำนางฟ้ามีโปรตีนสูงมากถึง 65% ทำให้ปลาที่กินไรน้ำนางฟ้าโตเร็วเพราะได้โปรตีนช่วยในการเจริญเติบโต และการสร้างกล้ามเนื้อ
     1.2คาร์โบไฮเดรตสูงกว่าอาหารประเภทอื่นๆ  ทำให้ปลาได้รับพลังงานสูงกว่าการเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉง ทำให้ปลาอึด-ทน ในเวลาขึ้นสู่สังเวียน
     1.3 ไขมันต่ำที่สุดทำให้ปลาไม่อ้วน สุขภาพดีและไม่ขี้โรค ที่สำคัญไรน้ำนางฟ้านั้นอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน เป็นสารที่สร้างสีสันให้ปลาดูสวยงาม
2.ไรน้ำนางฟ้านั้นเจริญเติบโตเร็วมาก สามารถเก็บผลผลิตได้ใน 3-4 วัน
3.สามารถเลือกเก็บตัวไรไปใช้ประโยชน์ได้หลายขนาด ตามขนาดของปลาที่เลี้ยง เช่น
     -ลูกไร อายุ 1-3 วัน ใช้เลี้ยงลูกปลาได้
     -ไร อายุ 3-4 วัน มีขนาด 1 ซม. ใช้เลี้ยงปลาขนาดเล็ก
     -ไรอายุ 5-7 วัน มีขนาด 2 ซม. และอายุ 15 วัน ขนาด 3-4 ซม. ใช้เลี้ยงปลาขนาดใหญ่ได้
4. ลดต้นทุนค่าอาหาร เพราะถ้าต้องการซื้อจากฟาร์มสามารถลดต้นทุนได้มาก เพราะต้นทุนเพียงค่าน้ำ ค่าปุ๋ย และค่าไฟฟ้าเพียงเล็กน้อย
   สรุปไรน้ำนางฟ้าดีกว่าอาหารมีชีวิตอื่น คือเป็นสัตว์น้ำที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ใช้ต้นทุนในการเลี้ยงที่ต่ำ มีโปรตีนสูง 64-69% ราคาถูกกว่าอาหารมีชีวิตอื่นๆ

 

เรียบเรียงโดย....ฉวีวรรณ  หนูนุ่น



เอกสารอ้างอิง

นิรนาม.(2547).http://www.pantown.com/board.php?id=4658&area=1&name=board1&topic=229&action=view
 นิรนาม.(2547).www.arda.or.th/documents/angel.doc
นิรนาม.(2547).http://news.cedis.or.th/detail.php?id=2456&lang=en&group_id=1
นิรนาม.(2547). http://www.ridbetta.com/rainangfar.htm
นิรนาม.(2551).อาหารชั้นเลิศของสัตว์น้ำ..นางฟ้าของเกษตรกรไทย.AQUA BIZ MAGAZINE January-february 2008     
          Vol.1 Issue 6 หน้า 34-35.