ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ปลาปักเป้า หรือ Puffer fish เป็นปลาชนิดหนึ่งที่พบได้ทั้งในน้ำจืด และน้ำเค็ม พบได้ทั่วไปทั้งในประเทศที่มีอากาศร้อน และอบอุ่น ในประเทศไทยปลาปักเป้าน้ำจืด เช่น ปลาปักเป้าเขียว ปลาปักเป้าเหลือง ปลาปักเป้าทอง พบได้ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ เช่น หนอง คลอง บึง และตามแม่น้ำ สายต่าง ๆ

ส่วนปลาปักเป้าหนามทุเรียน ปลาปักเป้าหลังแดง ปลาปักเป้าหลังแก้ว ปลาปักเป้าดาว ฯลฯ เป็นปลาปักเป้าทะเล พบในอ่าวไทย ตามปรกติปลาปักเป้าจะมีสภาพเหมือนปลาทั่วไป มีหนามสั้น หรือยาวแล้วแต่ชนิด หากถูกรบกวนจะพองตัวโตขึ้น มีรูปร่างคล้ายลูกโป่ง มีหนามแหลม ๆ 

ภาพจาก http://www.marinerthai.net/

 

ทางด้านวิชาการได้จัดแบ่งปลาปักเป้าไว้ 2 วงศ์ ได้แก่ Tetraodontidae ลักษณะปลาปักเป้าในวงศ์นี้ จะมีฟัน 4 ซี่ มีผิวตัวค่อนข้างเกลี้ยง อีกวงศ์หนึ่งเรียกว่า Diodontidae ในวงศ์นี้ มีฟัน 2 ซี่ คล้ายจงอยปากนกแก้ว และมีหนามรอบตัว เห็นได้ชัดเจนกว่าชนิดแรก ในประเทศไทยมีปลาปักเป้าทั้งชนิดที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดและน้ำเค็ม รวมกันประมาณราว 20 ชนิด ปลาปักเป้าทะเล (marine puffer fish) มีชื่อเรียกต่างกันไป ได้แก่ toad fish, globe fish, toado , swell fish, porcupine fish และ balloon fish เป็นต้น ปลาปักเป้าทะเลเป็นที่รู้จักดี และคุ้นเคยของชาวประมง ถ้าพบเห็นบนเรือลากอวน เขามักจะทำลายมันทิ้งหรือโยนมันกลับลงไปในทะเล ในประเทศญี่ปุ่นเรียกปลาชนิดนี้ว่า " fugu " เนื้อปลาปักเป้าสดตามภัตตาคารใหญ่ ๆ มีราคาสูงมากเนื่องจากชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานกันมาก เนื้อปลาปักเป้าสดที่จำหน่ายจะต้องเตรียมโดยผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะเป็นอย่างดีเพื่อลดอันตรายจากพิษของปลาให้มากที่สุด แม้กระนั้น ในช่วง 20 ปี ระหว่างปี ค.ศ. 1955-1975 มีผู้บริโภคเนื้อปลาปักเป้าเป็นพิษรวม 3000 ราย ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิตถึงร้อยละ 51 เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ เนื้อปลาปักเป้าเป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นก็คือเนื้อปลามีรสชาดที่วิเศษ หวาน กรุบ และอร่อยดี สำหรับประเทศไทย มีผู้ได้รับพิษจากการบริโภคปลาปักเป้าทั้งชนิดน้ำจืด และชนิดน้ำเค็ม ซึ่งมีรายงานทางการแพทย์บ้างเป็นครั้งคราวโดยเฉพาะรายงานผู้ป่วยในภาคอิสาน ชาวบ้านจะนำปลาปักเป้าที่จับได้จาก หนองน้ำ ลำธาร มาต้มหรือย่าง และแบ่งรับประทานกัน 

ภาพจาก http://www.noozup.news/


     ความเป็นพิษ: พิษปลาปักเป้ามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า tetrodotoxin มีสูตรเคมี คือ C11H17O8N3 มีน้ำหนักโมเลกุล 319.3 ขนาดที่ทำให้มนุษย์เสียชีวิต (human lethal dose) ประมาณ 2 มิลลิกรัม ปลาปักเป้าทะเลมีพิษมากที่สุด ในส่วนของ ไข่ ตับ ลำไส้ หนัง ส่วนที่เป็นเนื้อปลาจะมีพิษน้อยมาก หรือไม่มีเลย พิษจะมากในช่วงฤดูปลาวางไข่ ส่วนปลาปักเป้าน้ำจืด ปลาแต่ละตัวจะมีพิษแตกต่างกันมาก พิษจะมีมากที่สุดในหนังปลา รองลงมาเป็นไข่ปลา เนื้อปลา ตับ และลำไส้ ตามลำดับ ปลาปักเป้าน้ำจืดที่ชาวอิสานบริโภคเป็นประจำ คือ Tetraodon fangi และ Tetraodon palembangensis ชนิดหลังนี้ ลักษณะตามลำตัวจะเห็นเป็นลายเส้นสี ดำคล้ายตาข่ายอยู่ทั่วลำตัวและหัว พิษ tetrodotoxin นี้มีความคงทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี ขนาดความร้อนที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ต้มนาน10 นาที พิษก็ยังคงสภาพดีอยู่เหมือนเดิม 
     ลักษณะอาการในผู้ได้รับพิษ: อาการพิษที่เกิดขึ้น หลังจากกินปลาปักเป้าประมาณ 10-45 นาที บางรายอาจนานถึง 4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณของพิษที่ผู้ป่วยได้รับเข้าไป อาการเป็นพิษอาจแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ 
     ระยะแรก ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการชาที่ริมฝีปาก ลิ้น บริเวณใบหน้า ปลายนิ้วมือ คลื่นไส้ อาเจียน 
     ระยะที่สอง มีอาการชามากขึ้น อ่อนเพลีย แขนขาไม่มีแรง จนเดินหรือยืนไม่ได้ reflex ยังดีอยู่
     ระยะที่สาม มีกล้ามเนื้อกระตุกคล้ายกับชัก มีอาการ ataxia พูดลำบาก ตะกุกตะกักจนพูดไม่ได้ เนื่องจากสายกล่องเสียงเป็นอัมพาต ระยะนี้ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดี
     ระยะที่สี่ กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต หายใจไม่ออก ไม่รู้สึกตัว รูม่านตาขยายโตเต็มที่ ไม่มีปฏิกิริยาต่อแสง ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องหัวใจจะหยุดเต้น และเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษ tetrodotoxin เข้าไปไม่มาก จะมีอาการเพียงระยะแรกหรือระยะที่สอง ในรายที่ได้รับพิษจำนวนมาก จะมีอาการรุนแรงภายใน 15 นาทีแรกและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันยังไม่มียาแก้พิษ (antidote) โดยเฉพาะ จำเป็นต้องให้การรักษาผู้ป่วยแบบประคับประคอง จนกระทั่งพิษจะถูกขับออกจากร่างกายทางไต จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น 
การป้องกัน : โดยไม่รับประทานปลาปักเป้าทุกชนิด
     หากรับประทานปลาปักเป้ามีพิษเข้าไปจะทำการปฐมพยาบาลหรือรักษาอย่างไร? เนื่องจากเป็นเรื่องน่าเศร้าที่พิษทั้งสองประเภทยังไม่มียารักษา ดังนั้น อาจช่วยคนไข้ด้วยวิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง ได้แก่ ทำให้อาเจียนหรือใช้ผงถ่าน (activated chareoal) เพื่อดูดซับสารพิษและรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้เครื่องช่วยหายใจโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันหัวใจของคนไข้หยุดการทำงาน ซึ่งเป็นการรักษาแบบประคองคนไข้ (Kanchanapongkul and Krihayapoositpot, 1995)

ภาพจาก https://www.khaosod.co.th/


     ถ้าปลาปักเป้ามีรสชาดดี สามารถนำมาเลี้ยงไว้รับประทานได้หรือไม่? 
     ยังไม่มีการศึกษาในการนำปลาปักเป้ามาเลี้ยงในประเทศไทย แต่ในญี่ปุ่นมีการเลี้ยงปลาปักเป้าทะเลชื่อโทรากันแพร่หลายมาก (คำว่าโทร่า แปลว่า เสือ) เพราะเป็นชนิดที่อร่อยที่สุดและมีขนาดใหญ่มาก บางตัวมีความยาวถึง 70 ซม. นอกนั้นส่วนใหญ่เป็นปลาที่จับจากธรรมชาติซึ่งยังมีอยู่อีกมาก เนื่องจากมีขีดจำกัดในการนำมาบริโภคหรือนำมาซื้อขายกัน อีกทั้งการส่งออกปลาปักเป้าแช่เยือกแข็งไปยังญี่ปุ่นจะมีความยุ่งยาก และกฎระเบียบเคร่งครัดมาก หากไม่มีผู้รู้ที่แท้จริงคอยดูแลกำกับก็อาจเกิดผลเสียหายได้
     ปัจจุบันพบผู้ป่วยหลายรายบริโภคข้าวต้ม โจ๊ก และอาหารอื่นๆที่ทำจากปลาปักเป้าหรือปลาเนื้อไก่ อย. จึงขอเตือนชาวประมงและแหล่งขายปลาอย่าได้นำปลาปักเป้าซึ่งมีอยู่ 8 ชนิดที่มีพิษมาจำหน่าย เพราะหากไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมในการคัดเลือกปลาหรือรู้ขั้นตอนการแล่อย่างถูกวิธีแล้ว จะมีโอกาสเลี้ยงอย่างมากที่ผู้บริโภคจะได้รับสารพิษเตโตรโดท็อกซิน และก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ อีกทั้งสารพิษนี้มีความทนต่อความร้อนสูง ดังนั้น ความร้อนในการปรุงอาหาร การหุงต้ม การแปรรูป ไม่สามารถทำลายสารพิษดังกล่าวได้ นอกจากนี้ ร้านอาหาร ภัตตาคาร ตลาดสด ควรพิจารณาคัดเลือกปลาที่มีแหล่งที่มาชัดเจน ไม่ควรเสี่ยงนำปลาปักเป้ามาจำหน่ายหรือปรุงอาหาร และขอให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการซื้อเนื้อปลาที่แล่สำเร็จรูป โดยไม่ทราบชนิดของปลาที่ชัดเจนมาปรุงอาหารด้วยเช่นกัน หากพบผู้บริโภคได้รับพิษจากการบริโภคปักเป้าหรือปลาเนื้อไก่ และสืบทราบแหล่งที่มาของปลาดังกล่าว ผู้จำหน่ายจะมีความผิดข้อหาจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ มีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

 

เรียบเรียงโดย...ฉวีวรรณ  หนูนุ่น

 

เอกสารอ้างอิง : 
Fowler ME. Veterinary. Zootoxicology. Florida : CRC Press, Inc., 1993:29-31. 
วารสารการประมง ปีที่ 54 ฉบับที่ 3 พฤษภาคม-มิถุนายน 2544
 ทัศนีย์ จงศุภชัยสิทธิ์. ปลาปักเป้า. ใน:มุกดา ตฤษณานนท์, บก. สัตว์มีพิษและการรักษาพิษสัตว์. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์พิฆเณศ, 2522:179-89. 
ศุภชัย รัตนมณีฉัตร, วิทูร อัตนโถ, ชุษณะ มะกรสาร และคณะ. พิษปลาปักเป้า:รายงานผู้ป่วย 1 ราย. สารศิริราช 2524;33:227-30. 
ยงยุทธ กัมพูพงศ์. พิษปลาปักเป้า:รายงานผู้ป่วย 1 ราย. พุทธชินราชเวชสาร 2539:13:220-5.
รัตนาพร ภิญโญสโมสร, วรพันธุ์ พิไชยแพทย์. พิษปลาปักเป้า, รายงานผู้ป่วย 2 ราย. เวชสารโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา 2533;13:19-23.