ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ทะเลสาบสงขลาในอดีตเคยเป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์สัตว์น้ำต่าง ๆ มากมายหลายชนิด แต่ผลจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นส่งผลให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลง ไม่เอื้ออำนวยต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำบางชนิด ประกอบกับการทำการประมงเกินกำลังผลิตของแหล่งน้ำ การใช้เครื่องมือประมงผิดประเภท และการขาดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร ส่งผล กระทบเสียหายต่อชนิดและปริมาณของสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลา

สัตว์น้ำหลายชนิดมีปริมาณลดลง จนกระทั่งอยู่ในสภาพน่าวิตกต่อการสูญพันธ์ โดยเฉพาะปลาพรหมหัวเหม็น, ปลาตุม, ปลาแรดหรือปลาแม่น, ปลาดุกลำพัน และปลากระแห (ลำปำ) รวมทั้งปลากระทิงไฟ และปลาหลด

ภาพจาก http://www.siamensis.org/

 

จากข้อมูลการสอบถามถึงเรื่องราวของสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลา จากคุณละเอียด สุกกรง    วัย 62 ปี เป็นชาวประมง หมู่ที่ 2 ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 20-30 ปีที่ผ่านมา ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีอยู่มากมาย ปลาพรหมสามารถจับได้เป็นจำนวนมากกินไม่หมดก็แบ่งไปขายในตลาด แต่ในปัจจุบันเมื่อมีการพัฒนาของชุมชนชนบท ชาวประมงมีการใช้เครื่องมือประมงที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ประกอบกับจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ความต้องการบริโภคสัตว์น้ำขยายกว้าง ส่งผลให้สัตว์น้ำมีปริมาณลดลง และปลาบางชนิดเริ่มหายไปจากทะเลสาบสงขลาตลอดทั้งลำคลองสาขาต่างๆ

                   กรมประมงได้ฟื้นฟูทรัพยากรประมงในทะเลสาบสงขลา มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 โดยได้จัดหาพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจ ปล่อยลงในทะเลสาบสงขลา ปีละ 60 ล้านตัว ส่วนกิจกรรมฟื้นฟูสัตว์น้ำที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ตั้งแต่ พ.ศ.2548 เป็นต้นมา ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพัทลุง และศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด สงขลา ได้ผลิตลูกพันธุ์และปล่อยลูกปลาลำปำ 10.6 ล้านตัว ลูกปลาพรหม 680,000 ตัว ลูกปลาแรด 830,000 ตัว ลูกปลาดุกลำพัน 80,000 ตัว

                   สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สงขลา ได้สำรวจติดตามประเมินผล ในพื้นที่ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเดือน มกราคม พ.ศ.2559 ชาวประมงได้รายงานว่าในปี พ.ศ.2557 จับปลาพรหมหัวเหม็นได้เฉลี่ยวันละ 300 กิโลกรัม/วัน แต่ในปี พ.ศ.2558 ลดลงเหลือ 100 กิโลกรัม/วัน และจับได้มากเฉพาะช่วงที่ปลาขึ้นมาวางไข่ซึ่งเป็นฤดูที่น้ำหลาก ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – มกราคม ของปี แต่เป็นช่วงระยะเวลาประมาณ 7 วัน เท่านั้น สำหรับปลาตุม, ปลาแรด, ปลากระทิงไฟ, ปลาลำปำ(กระแห) และปลาหลด สำรวจพบบ้างแต่พบในปริมาณที่น้อย ส่วนปลาที่สำรวจไม่พบเลยคือ ปลาดุกลำพัน ส่วนปลาชนิดอื่นๆ เช่น ปลาดุกอุย, ปลาช่อน, ปลาไหล และปลาหมอ ยังคงมีให้จับตลอดทั้งปี

                   ผลการสำรวจปลาหายากที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในบริเวณทะเลสาบสงขลา หลังจากที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพัทลุงและสงขลา ได้พยายามนำปลาที่หายากมาเพาะพันธุ์ แล้วปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา นับว่าเป็นผลสำเร็จในระดับหนึ่งที่ชาวประมงได้รายงานการจับปลาพรหมได้เป็นจำนวนมากในฤดูน้ำหลาก ซึ่งก่อนหน้านี้ปลาพรหมจับได้น้อยมากในบริเวณคลองชะอวด ส่วนปลาหายากที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ชนิดอื่นๆ ยังพบเห็นได้น้อยอยู่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าไร้ความหวังที่จะฟื้นฟูพันธุ์ปลาหายากในทะเลสาบสงขลา กรมประมงจะพยายามกันต่อไป

 

เรียบเรียงโดย มยุรี พัฒโนทัย