ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

สวัสดีค่ะ หลังจากที่ไม่ได้พบ กับท่านผู้อ่านมาซะนาน หวังว่าทุกท่านคงสบายดี มีสุขภาพแข็งแรง นะคะ ช่วงนี้อากาศก็แปรปรวน ยิ่งคลื่นลม ที่สงขลานี่ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ มันชั่งรุนแรงอะไรเช่นนี้ ดูแลสุขภาพกันหน่อยกันนะคะ กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ ครั้งนี้ดิฉันนำเสนอเกี่ยวกับสุดยอดแห่งปลาเค็ม จะเป็นปลาอะไร จากที่ไหน เชิญตามดิฉันได้เลยค่ะ

ภาพจาก  http://mpics.manager.co.th/

 

              หากจะกล่าวถึงเมนูปลาเค็ม ดิฉันคิดว่าทุกท่านคงคิดถึงปลาอินทรีเค็มกับข้าวสวยร้อนๆทันที ใช่ไหมคะ แต่ดิฉันว่ามันยังมีปลาเค็มที่สุดยอดกว่านั้นค่ะ ปลาที่ดิฉันจะกล่าวถึงนั่นก็คือ…ปลากุเลาเค็ม เพราะเป็นปลาที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดของปลาเค็ม หรือเรียกได้ว่าเป็นราชาของปลาเค็มเลยก็ว่าได้ ซึ่งปลากุเลาเค็มมีแหล่งผลิต จะอยู่ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ค่ะ ส่วนใหญ่จะผลิตที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จนมีการตั้งเป็นคำขวัญของ อ.ตากใบกันเลยทีเดียว “วัดพิทักษ์แผ่นดิน ถิ่นปลากุเลาเลื่องชื่อ ภาษาเจ๊ะเหเลื่องลือ ตากใบคือประตูสู่อาเซียน” อ.ตากใบ เป็นอำเภอเล็กๆที่เงียบสงบ อำเภอสุดท้ายใต้สุดของไทยที่ติดอยู่กับอ่าวไทย ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์จากแม่น้ำตากใบ แม่น้ำบางนรา และแม่น้ำสุไหงโกลก ทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำ ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม มีความสมบูรณ์มากๆ เลยค่ะ หากไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบคงจะน่าอยู่ น่าท่องเที่ยวมากกว่านี้ อุ้ย!! พาท่านผู้อ่านวกไปไกลอีกแล้ว กลับเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ ปลากุเลาเค็มของฝากอันขึ้นชื่อจากตากใบนี้ เนื้อปลามีความเค็ม ความมันที่ลงตัว แถมยังมีกลิ่นยังหอมชวนรับประทานเอามากๆ จะนำมาทอดแล้วทานกับข้าวสวยเปล่าๆก็อร่อย หรือจะบีบมะนาว หอมซอย และพริกลงไป มื้อนั้นมีแค่ปลากุเลาเค็มทอดอย่างเดียวข้าวก็หมดจาน อาจะมีการเติมข้าวอีกรอบได้นะค่ะ ตอนแรกว่าปลาอินทรีเค็มอร่อยแล้ว แต่พอได้มาลองชิมปลากุเลาเค็มเข้าไปอร่อยกว่าปลาอินทรีเค็มอีก ราคาปลากุเลาเค็ม จะตกอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 1000-1500 บาทค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับขนาดของปลาด้วย ดิฉันละติดใจในรสชาติ ถึงขนาดกับต้องใช้วิธีที่แนบเนียน คือไปเป็นสะใภ้ตากใบกันเลย (อิอิ) ถือว่าทุ่มทุนสร้างมากๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งสูตรลับของการทำปลากุเลาเค็ม ขั้นตอนในการทำปลากุเลาเค็มจะใช้ปลาสดๆที่เพิ่งขึ้นมาจากทะเล และจะต้องเป็นปลาที่ไม่แช่น้ำแข็งด้วยนะคะ จากนั้นก็มาทำการเอาเหงือกและเครื่องในออก และใช้สูตรลับของแต่ละเจ้าในการหมักปลา ก่อนที่จะนำปลาไปตากแขวนค่ะ ดิฉันขอไม่เล่ากระบวนการให้ละเอียดกว่านี้นะคะเพราะสูตรของผู้ผลิตแต่ละเจ้าจะไม่เหมือนกัน เดี๋ยวบอกไปจุดขายทางการค้าของเขาจะเสียหายค่ะ ปลากุเลาเค็มตากใบที่ผลิตขายกันมีอยู่หลายเจ้า แต่วัตถุดิบที่ไม่ต่างกัน คือ ปลากุเลาสดๆไม่ผ่านการแช่น้ำแข็งค่ะ

          ในปัจจุบันนี้ปลากุเลาเค็มตากใบมีหลายเจ้าของที่ผลิตออกมา เป็นธุรกิจภายในครอบครัว และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนค่ะ ซึ่งแต่ละเจ้าของผู้ผลิตรสชาติของปลาเค็มก็มีความแตกต่างกัน แต่ก็ไม่มาก ขึ้นอยู่กับว่าใครจะชอบรสชาติของเจ้าไหน ยังไงท่านผู้อ่านลองหาชิมดูนะคะ ว่าสิ่งที่ดิฉันได้กล่าวมานี้จริงไหม ดิฉันขอฝาก ปลากุเลาเค็มตากใบ ให้ท่านผู้อ่านผลงานของดิฉัน ให้ช่วยอุดหนุนสินค้าของพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยนะคะ ถึงแม้ราคาจะแพงไปหน่อย แต่ท่านผู้อ่านเชื่อมั่นได้เลยค่ะ ว่าอร่อยจริงๆ ดิฉันขอเอาหัวของคนข้างกายเป็นประกัน

          เหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้น่าจะจบลงได้แล้วนะคะ ดิฉันอยากให้ทุกท่านได้ลองไปสัมผัสกับวิถีชีวิตของพวกเขาว่ามีความเป็นอยู่ที่สงบ ผู้คนน่ารัก เป็นกันเอง ดิฉันหวังว่าผลงานของดิฉันที่พาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับของดีของอำเภอตากใบ จะถูกใจท่านผู้อ่านทุกท่าน สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในทุกๆเรื่องนะคะ และพบกันใหม่ในบทความฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

โดย นางสาวรสรินทร์ สุวรรณชาตรี