ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

เมื่อกล่าวถึงแมงกะพรุนกล่อง หลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงด้านความร้ายกาจและมีพิษของเจ้าแมงกะพรุนนี้มาไม่น้อย แมงกะพรุนกล่องถูกค้นพบในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2551 เมื่อมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้ถูกเข็มพิษของแมงกะพรุนกล่องทิ่มเข้าตามร่างกายมาแล้วหลายราย โดยบางรายถึงกับเสียชีวิตทันที และบางรายก็อาการสาหัส เพราะพิษของแมงกะพรุนกล่องสร้างความเจ็บปวด ก่อนทำลายระบบประสาทและเซลล์ผิวหนัง

หากใครได้เจอพิษของมัน โอกาสจะรอดชีวิตนั้นเรียกว่าริบหรี่เลยทีเดียวช่วงนี้อากาศบ้านเราร้อนระอุหลายๆคนคงอยากเล่นน้ำทะเลเพื่อคลายร้อน แต่ก็ต้องระวังเจ้าแมงกะพรุนพิษร้ายชนิดนี้ไว้ด้วยนะคะ วันนี้ดิฉันมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับแมงกะพรุนกล่องมาฝากท่านผู้อ่าน เพื่อจะได้รู้วิธีป้องกัน รักษา และช่วยชีวิตผู้อื่นที่ถูกพิษของแมงกะพรุนชนิดนี้ได้ เรามาทำความรู้จักกับแมงกะพรุนกล่องกันเลยดีกว่าค่ะ

 

ภาพจาก http://www.skinanswer.org/

ลักษณะของแมงกะพรุนกล่อง

          แมงกะพรุนกล่องมีอีกชื่อหนึ่งว่าแมงกะพรุนอิรุคันจิ เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มีลักษณะโปร่งใสสีฟ้าอ่อน รูปร่างคล้ายลูกบาศก์ มีขนาดประมาณ 10-30 เซนติเมตร มีหนวดบางๆงอกออกมาถึง 15 เส้น และสามารถยืดไกลได้ถึง 3 เมตร หนวดแต่ละเส้นจะประกอบด้วยเซลล์พิษจำนวนมาก อีกทั้งยังมีดวงตาที่มีประสิทธิภาพสูง เกาะกลุ่มกันอยู่รอบตัวทั้ง 4 ทิศ นอกจากนี้แมงกะพรุนกล่องยังสามารถเคลื่อนที่พุ่งขึ้นสู่ด้านบนได้อย่างรวดเร็วมาก และว่ายน้ำได้ถึง 5 ฟุต/วินาที มักอาศัยอยู่ตามทะเลในเขตร้อน พบในเขตชายฝั่งหรือเกาะใกล้ฝั่ง เช่น สมุย พะงัน เกาะล้าน และสิมิลัน พบได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ช่วงที่พบได้มาก คือ เดือนตุลาคม-เมษายน และหลังช่วงพายุฝนที่จะถูกน้ำทะเลพัดพาเข้ามาจนใกล้ฝั่ง

          ด้วยเข็มพิษที่มีกว่าล้านเซลล์ตามหนวดที่ยืดออกมา ทำให้แมงกะพรุนกล่องเป็นแมงกะพรุนชนิดที่มีพิษร้ายแรงที่สุด โดยพิษนี้จะสร้างความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแก่ผู้ที่ได้รับ ทำให้เซลล์ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสตายได้ โดยพิษสามารถเข้าสู่กระแสเลือดไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง และเมื่อเข้าสู่ระบบประสาท ก็จะกดทับระบบประสาททำให้หยุดหายใจ และยังมีผลต่อระบบหัวใจ โดยทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหยุดเต้นเฉียบพลัน บางรายยังไม่ทันขึ้นจากน้ำ พิษเข้าสู่หัวใจทำให้หัวใจล้มเหลวเสียชีวิตทันที ถือว่าพิษของแมงกะพรุนกล่องนี้ทำให้หัวใจหยุดเต้นเร็วที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

       

ภาพจาก https://teen.mthai.com/

วิธีป้องกันอันตรายจากแมงกะพรุนกล่อง

  1. หลีกเลี่ยงการลงทะเลในช่วงหลังพายุฝนหรือช่วงที่มีแมงกะพรุนชุกชุม เพราะอาจมีกะเปาะพิษหลุดลอยในทะเลแม้เราจะไม่ได้สัมผัสกับแมงกะพรุนก็ตาม
  2. สังเกตรอบตัวอยู่เสมอหากพบเจอแมงกะพรุนพยายามอยู่ให้ห่างหรือหยุดเล่นน้ำทันที
  3. สวมเสื้อผ้าที่มิดชิดเวลาลงเล่นน้ำทะเลหรือลงดำน้ำ
  4. ใช้ครีมที่มีคุณสมบัติป้องกันพิษของแมงกะพรุนก่อนลงทะเล

วิธีสังเกตอาการเมื่อสัมผัสพิษของแมงกะพรุนกล่อง

  1. อาการที่สังเกตได้ง่ายๆเมื่อสัมผัสพิษของแมงกะพรุน คือ จะมีอาการปวดบริเวณแผล หรืออาจปวดไปทั่วร่างกาย
  2. มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอาการเกร็งหลัง เวียนหัว คลื่นไส้ ปวดหัว และอาจมีอาการแน่นหน้าอกร่วมด้วยเมื่อพิษเริ่มเข้าสู่กระแสเลือด
  3. การทำงานของระบบประสาทจะเริ่มล้มเหลวถ้ารักษาไม่ทันอาจทำให้เสียชีวิตในที่สุด  

ภาพจาก http://www.becteroradio.com/

วิธีแก้พิษ และปฐมพยาบาลเบื้องต้น

  1. ราดด้วยน้ำส้มสายชู เป็นเวลา 1 นาที เพื่อล้างพิษเบื้องต้น (หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจืด เพราะน้ำจืดจะไปช่วยกระตุ้นพิษให้กระจายมากขึ้น)
  2. นำหนวดแมงกะพรุนที่ติดตามร่างกายออกโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัส เช่น นักท่องเที่ยวอาจมีบัตรเครดิต ให้ใช้คมของบัตรนั้นรีดพิษออก เป็นต้น
  3. หากการทำงานของหัวใจ และสัญญาณชีพไม่ปกติ ให้ทำการปั๊มและกระตุ้นหัวใจ เพราะพิษเริ่มแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด
  4. กดบริเวณหน้าอก บริเวณเหนือลิ้นปี่เล็ก และคอยปั๊มหัวใจหากมีการหยุดหายใจ
  5. รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ภาพจาก https://www.ejan.co/

ท่านผู้อ่านคงได้ทราบถึงพิษของแมงกะพรุนกล่อง ที่ส่งผลร้ายแรงต่อร่างกายถึงขั้นเสียชีวิตกันแล้วใช่ไหมคะ เห็นรูปร่าง หน้าตาใสๆแบบนี้ แต่พิษร้ายไม่เบาเลยทีเดียว ดังนั้นเวลาจะลงเล่นน้ำทะเลก็ควรระมัดระวัง รู้จักวิธีป้องกันและปฐมพยาบาลเบื้องต้นกันไว้บ้าง เพราะเมื่อเกิดไปสัมผัสกับแมงกะพรุนกล่องเข้าแล้ว จะได้รู้วิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันตัวได้ทันท่วงที เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นกับตนเองและคนใกล้ตัวอย่างแน่นอน ดั่งคำที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆว่า “กันไว้ดีกว่าแก้” ยังคงนำมาใช้ได้ผลดีอยู่เสมอ

เรียบเรียงโดย...นางสาวเจษฎาภรณ์ อินทรัตน์

 

เอกสารอ้างอิง

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9580000087144

www.nationalgeographic.com

http://thairats.com/เกร็ดความรู้/แมงกะพรุนกล่อง

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9580000087144

http://www.freedomdive.com/th/tip/jellyfish

http://bjw6413.orgfree.com/6413/page3.html

http://teen.mthai.com/variety/78017