ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

อีกครั้งค่ะกับดิฉัน ฉวีวรรณ หนูนุ่น ตามแบบฉบับบทความปลาหายาก ที่นำมาเสนอให้กับท่านผู้อ่านที่สนใจ ศึกษา หรือ อยากทำความรุ้จักเกี่ยวกับปลาที่เราไม่คุ้นเคยหรือบางท่านไม่เคยเห็นเลยก็ว่าได้ มาทำความรู้จักกันเลยค่ะ ปลาหางควาย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Platycephalus indicus (Linnaeus,1758)Bartail flathead

ลักษณะ หัวแข็ง แบนลง ฟันบนเพดานปากส่วนหน้าเป็นแถบเดียวพาดตามขวาง ช่องว่างระหว่างตาแบนราบ มีซี่กรองเหงือก จำนวน 7 ซี่ที่ส่วนล่างของกระดูกเหงือกอันแรก บริเวณปลายสุดของกระดูกปิดเหงือกส่วนต้นมีหนามแหลม 2 อัน อันบนปลายชี้ขึ้นบน อันล่างปลายชี้ตรงไปข้างหลัง บริเวณหลังและด้านบนลำตัวมีสีน้ำตาล ด้านท้องสีขาว บริเวณใต้ขากรรไกรล่างมีจุดสีน้ำตาลเล็กๆ ประอยู่ ครีบหลังและครีบอกมีสีน้ำตาลคล้ำประด้วยจุดสีดำ ครีบก้นสีขาว ครีบหางมีแถบสีดำพาดตามยาวครีบ 4-5 แถบ ตัวเต็มวัยมีขนาดใหญ่ที่สุดประมาณ 100 เซนติเมตร

ภาพจาก http://www.siamfishing.com 

สำหรับปลาหางควายบ้านเรา เป็นปลาท้องถิ่นที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก หากินสัตว์ขนาดเล็กตามหน้าดินเลน ดินทรายตามปากแม่น้ำ อาศัยในทะเล บริเวณชายฝั่งทะเลที่พื้นท้องน้ำเป็นทรายหรือโคลน และพบได้บ่อยบริเวณปากแม่น้ำ ปลาในระยะวัยอ่อนมักพบในบริเวณน้ำจืด หากินบริเวณพื้นท้องน้ำ อาหาร ได้แก่ สัตว์หน้าดิน และกุ้ง ปูขนาดเล็ก จัดว่าหาค่อนข้างหายากไม่ค่อยพบเห็นตามตลาดทั่วไป คนไทยนิยมเอามาเผากินกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด เนื้อของมันจะเหนียวนุ่มหลุดเป็นคู่ๆ ในญี่ปุ่นจัดว่าเป็นซาชิมิและซูชิที่หากินไม่ง่ายและมีราคาแพงพอตัว ปลาหางควายนั้นผิวหนังหยาบแข็ง คล้ายๆหนังจระเข้ แต่เนื่องจากตัวมันเล็กกว่ามากมายเลยชื่อเสียงก็ไม่ดังเหมือนปลาอื่นเขา ชาวประมงไม่เคยได้จับมันมาเป็นฝูงๆๆ เลย อย่างดีมันก็โชว์ตัวให้เห็นแค่สี่ห้าตัวเท่านั้น ถือว่าน้อยมาก ซึ่งดิฉันมีข้อมูลจากการสำรวจโดยทีมงานสำรวจสัตว์น้ำรอบทะเลสาบสงขลาของสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ปี 2557 เป็นข้อมูลที่อ้างอิงได้เลยค่ะว่าปลาหางควายนั้นหายากจริงๆค่ะ แถวตลาดพัทลุงจับได้ 125 กิโลกรัม แถวจองถนนจับได้ 300 กิโลกรัม แถวปากพะยูนจับได้ 600 กิโลกรัม แถวเกาะหมากจับได้ 500 กิโลกรัม แถวคูเต่าจับได้ 125 กิโลกรัม แถวเกาะใหญ่จับได้ 250 กิโลกรัม สำหรับการแพร่กระจายทะเลสาบตอนกลาง ทะเลสาบตอนล่าง ปากทะเลสาบ ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและแนวปะการังเกาะหนู เกาะแมว

ชื่อของปลาชนิดนี้ถึงแม้ว่าฟังแล้วอาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่ ทั้งๆที่เนื้อและรสชาติของมันสุดแสนจะอร่อย นำไปตั้งชื่อเป็นส่วนหนึ่งของควายเสียงั้นๆ แต่ถ้ามาเปลี่ยนชื่อตอนนี้ คงลำบากแล้วล่ะค่ะ แต่ที่สำคัญ ช่วยกันคิดช่วยกันทำดีกว่าค่ะทำเช่นไรปลาชนิดนี้ต้องไม่สูญพันธุ์ แต่ถ้าสูญพันธุ์ขึ้นมาไม่รู้จะเอาคำไหนมาเปรียบโปรย ต้องบอกแค่ว่า สุดแสบจริงๆ ถ้านั้น คือ ฝีมือของมนุษย์ พบกันใหม่กับปลาหายากฉบับหน้านะค่ะ ...สวัสดีค่ะ

เรียบเรียงโดย....ฉวีวรรณ หนูนุ่น

อ้างอิง

http://www.fishesfishing.com/

https://th.wikipedia.org