ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

นักเลี้ยงปลาคาร์พบางคนเลี้ยงปลาด้วยความเชื่อผิด ๆ เชื่อเพราะว่าเป็นเรื่องที่บอกต่อ ๆ กันมา โดยไม่ได้ไตร่ตรองเหตุผล แล้วก็นำไปปฏิบัติอย่างผิด ๆ บางครั้งก็ขัดกับหลักวิชาการ ก่อให้เกิดผลเสียกับปลาทั้งระยะสั้นและระยะยาว หรืออีกอย่างหนึ่งเรียกว่าเป็นการทารุณปลาโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น การแช่ปลาในน้ำเกลือเข้มข้น  หรือการใส่เกลือลงในบ่อเลี้ยงปลาเป็นประจำ บางคนนำปลาในบ่อที่ไม่ได้เจ็บป่วยขึ้นมาจากบ่อเลี้ยง นำมาแช่เกลือเดือนละ 1-2 ครั้ง นานประมาณ 30 วินาที มีผลทำให้ปลาแสดงอาการทุรนทุราย โดยอ้างเหตุผลว่าการทำเช่นนั้นเป็นการล้างตัวปลาให้ปลอดจากเชื้อโรค หรือบางคนก็อ้างว่าทำให้ปลาผิวพรรณดี

เกลือที่ใช้คือเกลือเม็ด มีขายเป็นกระสอบไม่ต้องใช้เกลือเสริมไอโอดีน

เครดิตภาพ http://www.thaicarp.com


เกลือเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านของผู้เลี้ยงปลาสวยงาม เพราะราคาถูก แต่มีประโยชน์มาก เช่น ช่วยลดความเครียดให้ปลา  ทำให้ปลาสดชื่น ทำให้พิษของแอมโมเนียในน้ำลดลง และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิดอีกด้วย  แต่ถ้าใช้อย่างผิด ๆ ก็เหมือนดาบสองคมที่จะย้อนมาทำลายปลาได้เหมือนกัน
   ผลเสียที่นำปลามาแช่น้ำเกลือ เช่น การแช่ปลาในน้ำเกลือที่มีค่าความเค็มมากกว่า 20 ppt ขึ้นไปมีผลเสียต่อปลา คือ ความเค็มของเกลือเข้มข้นจะทำลายเซลล์ผิวของปลา ทำให้ปลาสูญเสียเมือก ซึ่งเป็นเกราะช่วยป้องกันโรค เหงือกปลาจะฉีกขาดมีเลือดซึมและ อาจจะทำให้ปลาตายได้
   เรารู้ได้อย่างไรว่าเราต้องใช้เกลือเมื่อไหร่  ทางวิชาการเราอาจต้องใช้เกลือในการรักษาปลาที่มีบาดแผลบริเวณลำตัว เช่น การตกเลือดที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อโปรโตซัวบริเวณบาดแผล สามารถรักษาได้โดยแช่ปลาในน้ำเกลือที่มีความเค็มประมาณ 3-5 ppt จนกว่าแผลจะหาย และยังช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและโปรโตซัวบางชนิดได้ บาดแผลก็จะไม่ลุกลาม ทำให้ปลามีสุขภาพดีขึ้น การใช้เกลือรักษาบาดแผลที่ไม่ลุกลามมากจะได้ผลดีเทียบเท่ากับการใช้ยาหรือสารเคมี
   การใส่เกลือลงในบ่อเลี้ยงปลาเป็นประจำ  ผู้เลี้ยงปลาสวยงามนิยมใส่เกลือลงไปหลังจากเปลี่ยนถ่ายน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรค หรือตามแต่โอกาสจะอำนวย การใช้เกลือช่วยในการรักษาบาดแผล น้ำที่เลี้ยงมีค่าความเค็มระหว่าง 3-5 ppt (เกลือ 3.5 กก./ น้ำ 1 ตัน) หรือ เกลือ 3-5 ขีด / น้ำ 100 ลิตร  จึงจะมีผลในการรักษา แต่น้ำมีค่าความเค็มต่ำกว่าที่กำหนด ยังไม่มีการอ้างอิงทางวิชาการว่าจะเป็นประโยชน์หรือโทษต่อปลา  เกลือที่สะสมจะทำให้จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในน้ำตายระบบกรองมีปัญหา แอมโมเนียในบ่อจะสูง และปลาอาจจะตายได้
   การใช้ยาหรือสารเคมีรักษาปลา เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ดังนั้นควรป้องกันปัญหาโดยวิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อให้สะอาด หมั่นทำความสะอาดระบบกรองและวัสดุกรองอย่างน้อยเดือนละครั้ง ให้อาหารที่ดีแก่ปลา  สังเกตพฤติกรรมของปลา  เพียงเราเอาใจใส่ดูแลปลาของเราอย่างใกล้ชิด ปลาของเราก็จะมีสุขภาพที่ดีได้

ย่อโดย นางนันริกา  ธรรมเนียม

เอกสารอ้างอิง
สมเกียรติ  กาญจนนาคาร.  2551. ไขความเชื่อเรื่องเกลือกับการเลี้ยงปลาคาร์พ.  นิตยสาร  Fancy Fish ประจำเดือนมีนาคม.  หน้า 46-47.