สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

     ในอดีตเมืองไทยของเราเคยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายชนิด ทั้งบนบกและในน้ำแต่ปัจจุบันนี้คำกล่าวที่ว่า "ในน้ำมีปลาในนามีข้าว" คงใช้ไม่ได้กับทรัพยากรธรรมชาติของเมืองไทยในปัจจุบัน เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติบางชนิด โดยเฉพาะสัตว์น้ำได้สูญหายและบางชนิดเกือบสูญพันธุ์ เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศวิทยาของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและเหตุผลที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นคือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจมนุษย์ที่มีแต่การเห็นแก่ตัว การทำลายเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของตัวเอง โดยไม่ได้คำนึงถึงทรัพยากรอันล้ำค่าที่หาได้ยาก 

    

     https://th.wikipedia.org/wiki/

     สัตว์น้ำที่ข้าพเจ้ากล่าวถึงต่อไปนี้เป็นอีกหนึ่งทรัพยากรสัตว์น้ำที่กำลังจะสูญพันธุ์ถ้าคนไทยไม่ช่วยกันอนุรักษ์ สัตว์น้ำที่ว่านี้คือ ตะพาบน้ำม่านลาย เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ขนาดใหญ่ที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นถึงคุณค่าไม่เพียงแต่ทำลายที่อยู่อาศัย และยังจับขึ้นมาเป็นอาหารและอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สัตว์ดังกล่าวเกือบสูญพันธุ์ก็คือ มีชาวต่างชาติเข้ามากว้านซื้อเพื่อนำไปเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม ที่มีลักษณะแปลกและหายากนั่นเอง มีการลักลอบซื้อขายกัน ราคาตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนเลยทีเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาด
     ตะพาบน้ำม่านลาย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chitra chitra อยู่ในครอบครัวเดียวกับตะพาบน้ำแก้มแดง ตะพาบน้ำหัวกบและตะพาบน้ำ    ใต้หวันถิ่นกำเนิด มีถิ่นกำเนิดในลุ่มน้ำแม่กลองและแม่น้ำปิง อาศัยบริเวณดินทราย 
     ลักษณะทั่วไป สัตว์ชนิดนี้มีลักษณะรูปร่างเหมือนกับตะพาบน้ำทั่วไป แต่มีขนาดใหญ่และสวยกว่ามาก ความสวยความเด่นของมันมิใช่รูปร่าง แต่อยู่ที่กระดองจะมีมีลวดลายชัดเจน ตั้งแต่แรกเกิดจนโตในธรรมชาติ จะกินสัตว์น้ำทั้งมีชีวิต และตายเป็นอาหาร เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ตัวเมียจะขึ้นมาวางไข่บนดินทราย โดยขุดหลุมลึก 40-50 ซม. ออกไข่เสร็จแล้วจะปิดทรายไว้ปากหลุมทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน ไข่จะฟักออกเป็นตัว ลูกตะพาบน้ำจะวิ่งหาแหล่งน้ำ และหาอาหาร พวกลูกกุ้งลูกปลากินเองโดยใช้ระยะเวลานับสิบปี ก็เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์

การเลี้ยงโดยใช้บ่อดินเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์
     บ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ตะพาบน้ำควรมี 2 บ่อ แต่ละบ่อมีพ่อตะพาบน้ำ 2 ตัว แม่ตะพาบน้ำ 1 ตัว ลักษณะของบ่อเป็นบ่อดินแต่ผนังฉาบด้วยปูนซิเมนต์ ขนาด 400 ตารางเมตร มีท่อน้ำเข้าและออกภายในไม่มีวัชพืชมีเพียงหาดทรายเทียมอัตรา 1 ใน 8 ของน้ำ หลังคามุงด้วยชาแรน และกระสอบปุ๋ยเพื่อให้ตะพาบน้ำหลบแสงแดด และป้องกันไม่ให้น้ำฝนตกลงสู่หาดทราย อัตราการปล่อยตัวเมีย 1 ตัวต่อตัวผู้ 2 ตัว ซึ่งแม่พันธุ์แต่ละตัวจะวางไข่ประมาณ 4 ชุด ต่อปี จะได้ไข่ไม่ต่ำกว่า 200 ฟอง ต่อแม่ต่อปี

การฟักไข่
     การฟักไข่ในบ่อผสมพันธุ์ เป็นวิธีที่เหมาะสมและไม่ยุ่งยาก คือ จะปล่อยให้แม่ตะพาบน้ำมาวางไข่จากนั้นทำคอกล้อมไว้ โดยใช้ตาข่ายเขียวปักล้อมเป็นวงกลม หรือสี่เหลี่ยมภายในจะมีภาชนะใส่น้ำไว้ด้วย เพื่อให้ลูกตะพาบน้ำอาศัยหลังฟักออกเป็นตัวไข่ตะพาบน้ำม่านลายจะฟักออกเป็นตัวประมาณ 55-60 วันขึ้นอยู่กับอุณหภมิ

การอนุบาลลูกตะพาบน้ำม่านลาย
     ธรรมชาติของลูกตะพาบน้ำม่านลายเมื่อออกจากไข่จะตะกายดินออกมาและวิ่งหาแหล่งน้ำ เพื่อแช่ตัวอยู่ในน้ำ ควรจับลูกตะพาบน้ำมาแช่ในน้ำยาฆ่าเชื้อโรคก่อนนำไปอนุบาลในตู้กระจก หรือตู้ปลาขนาด 36 นิ้ว โดยปล่อยเลี้ยง 12 ตัว ต่อตู้ ภายในตู้จะมีทรายละเอียดรองพื้นสูง 4 ซ.ม. และมีน้ำสูง 3 ซ.ม.
      ช่วงแรก ๆ ลูกตะพาบน้ำส่วนใหญ่มุดทรายอยู่ตลอดเวลา ยกเว้นช่วงหิวจะออกมาฮุบเหยื่อหรือลูกปลาเป็นอาหาร เมื่อลูกตะพาบน้ำม่านลายโตขึ้น หรืออายุได้ 2-3 เดือน จะปล่อยเลี้ยง 5-6 ตัวต่อตู้ เมื่อตะพาบน้ำม่านลายอายุได้ 6 เดือน ก็จะเลี้ยงในบ่อดินโดยปล่อยเลี้ยงในอัตรา 100 ตัวต่อพื้นที่ บ่อ 400 ตารางเมตร 

การเลี้ยงตะพาบน้ำม่านลายในบ่อปูนซีเมนต์
     ตะพาบน้ำม่านลายจะเลี้ยงในบ่อปูนซีเมนต์หรือบ่อดินก็ได้ การเจริญเติบโตไม่ต่างกันมากนัก แต่ที่สำคัญจะต้องมีน้ำไหลเวียนตลอดเวลา และมีอาหารกินอย่างเพียงพอ อาหารที่ใช้เลี้ยงตะพาบน้ำม่านลายจะใช้ปลาทั้งปลาเป็นและปลาตาย โดยให้กินวันเว้นวัน บ่อเลี้ยงจะต้องมีท่อน้ำเข้า และท่อน้ำทิ้งให้น้ำออกทุก ๆ 7 วัน จะต้องทำความสะอาดทรายพื้นบ่อทั้งนี้เพื่อให้

สภาพบ่อสะอาดอยู่ตลอดเวลา
      แม้ว่าการเพาะเลี้ยงตะพาบน้ำม่านลายเป็นเพียงงานวิจัยที่เพิ่งเริ่มต้น แต่เป็นการเริ่มต้นที่ดีและมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อทรัพยากรสัตว์น้ำที่ใกล้จะสูญพันธุ์ เพราะถ้าตะพาบน้ำที่สวยที่สุดในโลกสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าในฐานะเป็นผู้เรียบเรียงเรื่องนี้อยากจะให้หน่วยงาน ทั้งของรัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้อง หันมาดูแลสัตว์น้ำชนิดนี้ให้เป็นเสมือนทรัพย์ในดินสินในน้ำอยู่คู่เมืองไทยของเราตลอดไป และที่สำคัญอยากให้คนไทยหันมาเห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ โดยช่วยกันอนุรักษ์ไม่ทำลาย และคืนชีวิตให้กับธรรมชาติข้าพเจ้าเชื่อเหลือเกินว่า คำกล่าวในอดีต "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" จะต้องกลับมาใช้ได้อีกครั้งทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เรียบเรียงโดย : จำนง ถีราวุฒิ  

เอกสารอ้างอิง
วัชระ กิตติมศักดิ์ ศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืดกาญจนบุรี กรมประมงเทคโนโลยีชาวบ้าน ปีที่ 14 ฉบับที่ 290 1 กรกฎาคม 2545