ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

เม่นทะเล อันตรายที่ไม่อาจมองข้าม โดย นางสาวเจษฎาภรณ์ อินทรัตน์หากใครเคยดำน้ำดูปะการังใต้ท้องทะเล คงจะติดใจกับความสวยงามใต้พื้นน้ำกันไม่น้อย เพราะใต้ท้องทะเลมีทั้งปะการัง ปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล และสัตว์น้ำต่างๆที่แหวกว่ายไปมา ชวนให้เพลิดเพลินตาสบายอารมณ์ แต่ในความสวยงามนั้นอาจแฝงซ่อนไปด้วยสัตว์ที่มีอันตรายด้วยเช่นกัน วันนี้ดิฉันจะมาบอกเล่าเรื่องราวของสัตว์ที่เป็นอันตรายชนิดหนึ่งที่มักแฝงตัวอยู่กับความสวยงามใต้ท้องทะเล สัตว์ชนิดนี้คือ “เม่นทะเล”

เม่นทะเลเป็นสัตว์ที่พบเห็นทั่วไปตามซอกปะการังหรือโขดหิน จากที่เคยได้ยินข่าวมาบ่อยๆเมื่อมีนักท่องเที่ยวหรือนักดำน้ำได้ดำน้ำสำรวจสัตว์น้ำใต้ท้องทะเล แล้วถูกหนามเม่นทะเลทิ่มตำที่ขาหรือตามตัว ทำให้ปวดแสบปวดร้อนอยู่ไม่น้อย เนื่องจากหนามเม่นทะเลเปราะแตกง่าย จึงหักคาอยู่ใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ ทำให้ผู้ที่ถูกเม่นทะเลทิ่มตำนั้น เกิดอาการปวดเป็นเวลาหลายวัน ดังนั้นเราจึงควรทำความรู้จักกับเม่นทะเลในเบื้องต้น รวมถึงวิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกเม่นทะเลทิ่มตำตามผิวหนังหรือร่างกาย เพื่อป้องกันอันตรายและรักษาอาการบาดเจ็บได้ทันท่วงที

เม่นทะเล อันตรายที่ไม่อาจมองข้าม โดย นางสาวเจษฎาภรณ์ อินทรัตน์

มารู้จักเม่นทะเลกันเถอะ!!!

เม่นทะเล หรือ หอยเม่น เป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง จัดอยู่ในไฟลัม เอไคโนเดอร์มาทา ลักษณะโดยทั่วไปมีรูปร่างทรงกลม หรือรูปไข่ อวัยวะภายในห่อหุ้มด้วยเปลือก เป็นสารประกอบจำพวกแคลเซียม บนตัวเม่นทะเลปกคลุมไปด้วยหนามแหลม สั้นบ้าง ยาวบ้าง มีตะขอแหลม หรือต่อมพิษ อยู่ตรงระหว่างหนาม ปกติเม่นทะเลเป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวช้า ไม่ดุร้าย อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ตามพื้นทราย ตามซอกหิน และแนวหินปะการัง และใต้ท้องทะเลระดับลึกๆ ในพื้นที่บริเวณอ่าวไทยพบเม่นทะเลกระจายอยู่ทั่วไป เม่นทะเลมักออกหากินในเวลากลางคืน กลางวันอาจพบได้เช่นเดียวกัน นักประดาน้ำ นักว่ายน้ำ และนักเดินเที่ยวตามริมชายหาด มีโอกาสเสี่ยงจากการได้รับบาดเจ็บ จากหนามแหลมของเม่นทะเลทิ่มตำ โดยอาจเหยียบบนตัวเม่นทะเล หรือจากการจับต้องโดยมิได้ระมัดระวัง เม่นทะเลมีต่อมน้ำพิษ อยู่สองชนิด คือต่อมน้ำพิษที่อยู่ปลายหนามแหลม และต่อมน้ำพิษอยู่ในปุ่ม หนามแหลมเหล่านี้มีฐานเป็นรูปถ้วยยึดติดอยู่กับปมบนแผ่นเปลือก ทำให้หนามแหลมเคลื่อนไหว ไปมาได้ทุกทิศทาง หนามแหลมด้านบนของตัวเม่นทะเลมีขนาดยาวกว่าหนามแหลมด้านล่างหลายเท่า ส่วนหนามที่อยู่ด้านล่างของลำตัวจะสั้นกว่า ทำหน้าที่ช่วยในการเคลื่อนที่ เม่นทะเลส่วนใหญ่มีหนามแหลมที่ตัน น้ำพิษของเม่นทะเลประกอบด้วยสารหลายชนิด ได้แก่ steroid glycosides, hemolysins, proteases, serotonin และ cholinergic มีเพียงไม่กี่ชนิดที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ยกเว้น เม่นทะเลบางชนิด เช่น เม่นทะเลดำ หนามแหลม เป็นเม่นทะเลที่มีหนามแหลมยาวรอบตัว หนามข้างในกลวง ผิวหนามโดยรอบขรุขระปลายคม หนามนี้อาจมีขนาดยาวถึง 30 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 ฟุต หรือยาวกว่านั้น และอีกชนิดหนึ่งชื่อ Toxopneustes pileotus ที่มีต่อมพิษที่มีพิษรุนแรง เม่นชนิดนี้มีลักษณะคล้ายดอกไม้ มีปุ่มพิษ pedicellariae ขนาดใหญ่กว่าเม่นทะเลชนิดอื่นๆมาก ถ้าถูกหนามของ เม่นทะเลดำ ชนิด Diadema setosum ทิ่มตำจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก เนื่องจากหนามมีคุณสมบัติเปราะ แตกง่าย จึงหักคาอยู่ใต้ผิวหนัง หรือกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการปวดเป็นเวลาหลายวัน เมื่อหนามหักคาอยู่ในกล้ามเนื้อซึ่งยากแก่การบ่งเอาหนามออก เนื่องจากพื้นผิวรอบหนามขรุขระจึงปวดทรมาน แต่อาการจะค่อยทุเลาลง ภายใน 20-30 นาที และจะชาบริเวณที่ถูกตำ หากได้รับบาดเจ็บจากเม่นทะเลชนิด Toxopneustes pileolus ต่อย จะมีอาการปวดอย่างรุนแรง อาการจะทุเลาหลังจาก 15 นาที และมีอาการชาขึ้น ไปถึงบริเวณหน้า ลิ้น และหนังตา แม้ว่าอาการปวดจะหายไปหลังจาก 1 ชั่วโมง อาการชาตามใบหน้าก็ยังปรากฏต่อไปอีกหลายชั่วโมง หากได้รับพิษจำนวนมาก จะปวด อย่างรุนแรง ปวดร้าวสูงขึ้นไป หน้ามืดเป็นลม ชาตามตัว มีอัมพาตของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย ไม่มีเสียง หายใจลำบาก และถึงแก่ความตายได้

เม่นทะเล อันตรายที่ไม่อาจมองข้าม โดย นางสาวเจษฎาภรณ์ อินทรัตน์ 

การป้องกันอันตรายจากเม่นทะเล

ก่อนจะลงเล่นน้ำทะเลควรสำรวจดูก่อนว่าบริเวณนั้นมีเม่นทะเลอาศัยอยู่หรือไม่ ถ้ามีก็ควรหลีกเลี่ยงไปที่อื่น ไม่ควรเดินเล่นน้ำ เดินลุยน้ำหรือดำน้ำ บริเวณที่มีเม่นทะเลชุกชุม เช่นตามแนวปะการัง เวลาเล่นน้ำ ดำน้ำ คลื่นอาจซัดไปมาทำให้ไม่สามารถประคับประคองตัวเอง เท้าอาจก้าวไปเหยียบ หรือนั่งทับตัวเม่นทะเลได้ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ไม่ควรไปจับหรือแตะต้องเม่นทะเลที่มีหนามแหลมคม แม้จะใส่ถุงมืออย่างหนาก็ไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากหนามแหลมของเม่นทะเลคมมาก สามารถแทงทะลุผ่านถุงมือเข้าเนื้อคนได้ ฉะนั้นควรระมัดระวังพยายามอย่าไปเหยียบที่ตัวมันเด็ดขาด และถ้าจำเป็นต้องลงเล่นน้ำ ในขณะดำน้ำพยายามลอยตัวให้ขนานกับน้ำไว้เพื่อไม่ให้ขาไปเตะโดนเม่นทะเลได้

วิธีรักษาและปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกเม่นทะเลทิ่มตำ

หนามหรือเข็มพิษของเม่นทะเลประกอบไปด้วยแคลเซียมที่เปราะมากๆ และมีพิษอยู่ในหนามหรือเข็มด้วย หากถูกเม่นทะเลทิ่มตำเข้าไปใต้ผิวหนังจะเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ให้หาขวดแก้วทุบบริเวณที่ถูกเม่นทะเลทิ่มเข้าไปให้แตกละเอียดมากที่สุด จะทำให้พิษสลายเร็วขึ้น อีกวิธีหนึ่ง ให้เอาผ้าหรือสำลีชุบน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูแล้วโปะไว้ที่แผลเป็นเวลา 30 นาที อาการปวดจะทุเลาลง หรือให้แช่แผลในน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นที่สุดเท่าที่จะสามารถทนได้ เพราะน้ำอุ่นจะสลายพิษที่อยู่ในหนามหรือเข็มของเม่นทะเล เมื่อปฐมพยาบาลเสร็จให้หายาแก้ปวดทานเพื่อลดอาการปวด ซึ่งโดยปกติเข็มพิษของเม่นทะเลจะสลายไปเองใน 1 อาทิตย์

จากข้อมูลที่กล่าวมาแล้วข้างต้น คงจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย ผู้อ่านคงจะพอรู้จักความอันตรายของเม่นทะเลกันบ้างแล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรประมาทเวลาเล่นน้ำทะเล เมื่อพบเจอเม่นทะเลอยู่ที่ไหนก็ควรหลีกเลี่ยงให้ห่างไกล เพื่อป้องกันไม่ให้เผลอเหยียบหรือสัมผัสกับเม่นทะเลเข้า เพราะคงไม่มีใครอยากมีประสบการณ์ถูกเม่นทะเลทิ่มตำแน่ๆ คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่นอน ส่วนใครที่เคยถูกเม่นทะเลนี้ทิ่มตำก็คงจะจำไปจนชั่วชีวิตถึงความเจ็บปวดที่ได้รับ แต่วันนี้ผู้อ่านได้ทราบถึงความอันตรายและมีพิษของเม่นทะเลกันแล้ว รวมถึงได้รู้วิธีป้องกันรักษาเพื่อไม่ให้ได้รับอันตรายจากเม่นทะเลนี้แล้ว ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในการป้องกันอันตราย จากการถูกเม่นทะเลทิ่มตำ รวมทั้งสามารถรักษาชีวิตของตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย

เอกสารอ้างอิง

http://www.taludiving.com

http://www.sunsetseashellfarm.com/learning_room/pdf/learning_center_1.pdf

http://53070130.blogspot.com/

http://www.bangburdtour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539339792

 

27 มิ.ย. 59