อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ปลานกกระจอก ... ปลาบินได้ (Flying fish) โดย นางสาวรสรินทร์ สุวรรณชาตรีถ้ามองถึงสัตว์ที่บินได้แน่นอนค่ะ ทุกคำตอบน่าจะออกมาเป็นเสียงเดียวกัน ก็คือ นก แมลง ค้างคาว อะไรประมาณนี้ แต่เชื่อหรือไม่ค่ะว่า ไม่เพียงแต่สัตว์ที่ดิฉันได้กล่าวมาแล้ว ก็ยังมีสัตว์อื่นๆที่เราไม่คาดคิดว่ามันจะบินได้ สัตว์ชนิดนั้นก็คือ “ปลา” ปลาบินได้เพราะ?? อะไรถึงทำให้มันบินได้ และทำไมมันต้องบิน บทความฉบับนี้มีคำตอบค่ะ

ปลานกกระจอก ที่ไม่กระจอกอย่างชื่อ เป็นปลาที่สามารถโบยบินได้อย่างนก ปลานกกระจอกจัดเป็นปลาทะเลขนาดเล็ก มีความยาวเต็มที่ไม่เกิน 30 เซนติเมตร พบกระจายพันธุ์ในทะเลเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก โดยพบในทะเลที่ห่างจากชายฝั่งพอสมควร ส่วนใหญ่มีลำตัวสีเขียว หรือสีน้ำเงินหม่น ข้างท้องสีขาวเงิน เป็นปลาที่มีลักษณะเด่น คือ นิยมอยู่รวมกันเป็นฝูงและหากินบริเวณผิวน้ำ มีความคล่องแคล่วว่องไว มีจุดเด่น คือ เมื่อตกใจหรือหนีภัยจะกระโดดได้ไกลเหมือนกับร่อนหรือเหินไปในอากาศเหมือนนกบิน ซึ่งอาจไกลได้ถึง 30 เมตร ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของตัวปลาและจังหวะ อันเป็นที่มาของชื่อ โดยใช้ครีบอกหรือครีบหูที่มีขนาดใหญ่มากเป็นตัวพยุงช่วย ในขณะที่บางชนิดมีครีบก้นที่มีขนาดใหญ่ร่วมด้วย ปลานกกระจอกเมื่อกระโดดอาจกระโดดได้สูงถึง 7-10 เมตร ด้วยความเร็วประมาณ 65 กิโลเมตร/ชั่วโมง และสามารถอยู่บนกลางอากาศได้นานอย่างน้อย 10 วินาที วางไข่ไว้ใต้กอวัชพืชหรือขยะที่ลอยตามกระแสน้ำ เพื่อให้เป็นที่พำนักของลูกปลาเมื่อฟักแล้ว เนื่องจากไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

เหตุใดเจ้าปลานกกระจอกถึงขึ้นมาร่อนอยู่ในอากาศ ทำไมไม่พุ่งไปในน้ำอย่างที่ปลาอื่นเขาทำกัน มีข้อมูลอยู่ว่า ความหนาแน่นของน้ำทะเลโดยเฉลี่ย มีค่าอยู่ระหว่าง 1.024-1.030 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ความหนาแน่นของอากาศที่ระดับผิวน้ำทะเลมีค่าเท่ากับ 0.001225 กรัมต่อลูกบาศก์ เซนติเมตร คิดง่ายๆ ได้ความว่า แรงเสียดทานต่อการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าในน้ำย่อมสูงกว่าในอากาศประมาณ 1,000 เท่า และแรงเสียดทานยังขึ้นกับรูปทรงอีกด้วย ดังนั้น ปลาที่ประสงค์จะพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วใต้น้ำ ต้องพัฒนารูปร่างให้หัวแหลม ท้ายเรียว และชโลมตัวด้วยเมือกให้ลื่นไหลปรู๊ดปร๊าด เช่น ปลาอินทรี ปลาสาก เป็นต้น แต่ปลานกกระจอกเลือกที่จะพัฒนาครีบหูและครีบอกแผ่กว้างกางออกเพื่อร่อนไปในชั้นบรรยากาศที่ความหนาแน่นต่ำกว่ากันมาก ซึ่งคงสิ้นเปลืองพลังงานเฉพาะตอนเทก ออฟ (take off) ระยะสั้นๆ เท่านั้น จากนั้นก็กางครีบร่อนไปอย่างสบาย

ปลาที่เลือกที่จะร่อนไปเหนือน้ำจึงต้องมีขนาดลำตัวเล็กและเบา เมื่อร่อนไปได้สักพักก็ตกลงมาเพราะหมดแรงส่ง การเทกออฟของปลานกกระจอกต้องมีรันเวย์และอาศัยแรงคลื่นหนุนส่ง อย่างไรก็ตาม ปลานกกระจอกทำได้แค่ร่อนไปข้างหน้าตรงๆ ไม่สามารถโผซ้ายแฉลบขวาหรือตีวงโค้งย้อนกลับ สาเหตุมันไม่ต้องพัฒนาความสามารถแบบนั้น ก็เพราะว่าในทะเลเปิดท้องน้ำกว้างใหญ่ไพศาลไม่มีที่สิ้นสุด พุ่งไปทางไหนไกลเท่าใดก็ได้เท่าที่มีแรง แต่ในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ มีผนังกำแพงขวางหน้า ทางวิ่ง แรงส่งไม่พอ เบรกก็ไม่มี ปลาที่ตกใจพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจึงชนเข้ากับผนังบ่ออย่างจัง ปากเจ่อดั้งหักเสียหล่อไปเลย ครีบหูที่กว้างใหญ่เมื่อมาอยู่ในบ่อน้ำนิ่งกลายเป็นอวัยวะส่วนเกินเทอะทะ ห้อยร่องแร่ง เกะกะ

ปลานกกระจอก ... ปลาบินได้ (Flying fish) โดย นางสาวรสรินทร์ สุวรรณชาตรีส่วนไข่ของปลานกกระจอก หรือปลาบิน เป็น ไข่ที่มีขนาดเล็กประมาณ 0.5-0.8 มม. ตามปกติจะมีสีส้มแดง รสออกเค็มอ่อนๆ บางครั้งนำไปย้อมเป็นสีอื่น เช่น ย้อมวาซาบิได้ไข่สีเขียว ย้อมจากขิงได้ไข่สีส้ม หรือ ย้อมกับหมึกของปลาหมึกจะได้สีดำ คนญี่ปุ่น...จะนิยมนำมาทำ แคลิฟอร์เนียโรล ซูชิ คานาเป้ และ อาหารเพื่อสุขภาพอีกหลายชนิด...คนไทย มักจะเรียก โทบิโกะ ว่า...ไข่กุ้ง แต่ความจริงไม่ใช่ไข่ที่มาจากกุ้ง มันคือ ไข่ของปลา flying fish หรือ ปลานกกระจอก หรือ ปลาบิน นั่นเอง ชาวประมง...มักจะจับตัวมันได้ในช่วง เวลาวางไข่ประมาณต้นฤดูร้อน เพื่อนำไข่มาประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ โดยมีวิธีเก็บรักษา คือ นำใส่ถุงมัดปากถุงให้สนิท แล้วเก็บใส่กล่องพลาสติก ปิดฝาให้สนิทนำเข้าแช่ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส จะสามารถเก็บได้นานหลายวัน

เป็นไงกันบ้างคะ หลังจากอ่านเรื่องราวของปลานกกระจอก หรือปลาบิน กันมาแล้ว คราวนี้คงจะหายสงสัยกันไปบ้าง ว่าทำไมเจ้าปลาตัวนี้ถึงโบยบินได้ดั่งนกในท้องนภา แต่อันที่จริงแล้ว ปลายังไงมันก็คือปลา ที่ยังคงอาศัยอยู่ในน้ำ ทั้งสืบพันธุ์ วางไข่ และดำรงชีวิตอยู่ในน้ำ


 

อ้างอิง
http://world.kapook.com/pin/522ae84638217a7e6d000000
http://www.thairath.co.th/content/298697

 

8 มีนาคม 2560