ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
หากจะพูดถึงเขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์น้ำเราทุกคนคงจะคุ้นเคยดี เพราะไม่ว่าจะอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำจืดหรือน้ำเค็มถือว่าเป็นการบ่งชี้ถึงจิตสำนึกการอยู่ร่วมกันของมนุษย์และสัตว์ที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ มนุษย์ต้องพึ่งพาสัตว์เพื่อการบริโภคต่อการดำรงชีวิตความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์  โดยเฉพาะสัตว์น้ำในทะเลถือว่าเป็นแหล่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่สามารถรองรับกับจำนวนประชากรที่มีมากมายมหาศาลหลายๆพันล้านคน  ทะเลจึงมีความสำคัญกับมนุษย์อย่างยิ่งยวดที่จะต้องดูแลรักษาคงความสมดุลให้ได้มากที่สุด แม้นมนุษย์เราจะได้ชื่อว่า เป็นผู้เอาเปรียบธรรมชาติอย่างแสนสาหัสเพื่อสนองความอยาก ความต้องการที่ไร้ขอบเขต ไร้ความพอดี ใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองจนเกิดปัญหา ทรัพยากรขาดแคลนในที่สุด  แหล่งอาหารที่เคยมีอย่างอุดมสมบูรณ์ในอดีตร่อยหรอจนเข้าขั้นวิกฤตไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาของอาหารแพงขึ้นจนปัจจุบันกลายเป็นยุคแห่งข้าวยากหมากแพง  อย่าลืมว่ามนุษย์ต้องกินทุกวัน ๆ ละ 3 มื้อ คนที่มีรายได้น้อยเขาจะทำอย่างไร ลองคิดดู นี่เป็นเพราะผลเกี่ยวเนื่องจากปลาในทะเลมันเริ่มหายาก ปลาบ้านเรากำลังหายากขึ้น ลองเปรียบเทียบเมื่อสัก 15-20 ปี ก่อนหน้านี้ปลาทูแค่กิโลกรัมไม่ถึง 20 บาท เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเอ่ยถึงกิโลกรัมละเกือบ 100 บาท  ชี้ให้เห็นว่าทรัพยากรของบ้านเรามันวิกฤตถึงขั้นสุดจะเยียวยา
เมื่อทะเลบ้านเรามันป่วยเราต้องช่วยกันทำอย่างไรให้ทรัพยากรทางทะเล ปลา หมึก หอย กุ้ง กั้ง มันกลับมาอุดมสมบูรณ์อย่างเช่นอดีต เราทำได้ด้วย ผมเชื่อว่าถ้าปลูกจิตสำนึกของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรอาหารทางทะเลให้เข้าใจในสถานการณ์ที่เลวร้ายในปัจจุบัน เอาจริยธรรมสัตยบรรณอาชีพการประมงมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ทำกันให้จริงๆ จังๆ ให้มีความรักความกล้า ความเสียสละ ยึดมั่นในส่วนรวม ลดความเห็นแก่ตัว แล้วหันหน้ามาช่วยกันจับมือกันทุกภาคส่วน ทำได้ครับเราทุกคนต้องเชื่อมั่นในส่วนรวม  เชื่อมั่นในสิ่งที่ดีงามแล้วเราจะมีทะเลที่สวยงามเหมือนในอดีต
              ณ บ้านบ่ออิฐ-บ้านปึก อ.จะนะ จ.สงขลา  หากใครเคยไปเที่ยวหรือขับรถผ่านหรือไปทำธุระอะไรสุดแล้วแต่มองไปในทะเล ท่านจะเห็นเกาะเรียงรายเป็นแนวยาวจากทิศใต้-ทิศเหนือ ประมาณเกือบ 20 เกาะ เมื่อก่อนเกาะเหล่านี้มันไม่หรอกครับ มันไม่ได้ผุดขึ้นมาเองจากการประทุของแนวหินภูเขาไฟหรอกครับ มนุษย์สร้างมันขึ้นมา ชื่ออย่างเป็นทางการเขาเรียกมันว่า “แนวเขื่อนหินกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง” ด้วยงบประมาณภาษีของประชาชนหลายร้อยล้านบาท  ประโยชน์ของมันไม่ต้องบอกเพราะชื่อบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง หากเราสังเกตุจากเหตุการณ์หลายปีที่ผ่านมาจะพบว่า พอย่างเข้ามรสุมตะวันออกเฉียงใต้หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ฝนนอก” ของหลายปีที่ผ่านมาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงตั้งแต่ แหลมสมิหลา-ชายหาดอำเภอจะนะ ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัส โดยเฉพาะบ้านบ่ออิฐคลื่อนซัดบ้านพังไปหลายหลังคาเรือน จากภัยพิบัติดังกล่าว จึงต้องสร้างแนวเขื่อนหินป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งขึ้นมาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน
              หลังจากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จสิ้นเรียบร้อย  ชาวบ้านบริเวณบ้านบ่ออิฐ-บ้านปึกเกิดความอุ่นใจขึ้นอย่างน้อยหน้ามรสุมไม่ต้องนอนสะดุ้งกลัวคลื่นซัดบ้านจนพัง แถมยังมีที่จอดเรือหลบพายุหน้ามรสุม แต่ถ้ามองให้ลึกศึกษาประโยชน์ของแนวเขื่อนหินดังกล่าว ประโยชน์มันมีมากมายเหลือเกินกว่าที่เราคาดไม่ถึงอาทิเช่น ประโยชน์ทางการประมงชาวบ้านสามารถจับกุ้ง หอย ปู ปลา เป็นอาชีพได้อย่างสบายไม่ต้องพึ่งพาหรือเสี่ยงชีวิตออกไปหาปลาในบริเวณน้ำลึกหรือใกล้ๆ ได้บ้างไม่ได้บ้าง กำไรบ้าง ขาดทุนบ้าง หาความแน่นอนไม่ได้ พอเข้าหน้ามรสุมก็ต้องหยุดไม่มีงานทำสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ กรมประมงได้ช่วยเหลือแนะนำชี้แนวทางในการเลี้ยงสัตว์น้ำชาวบ้านจะมีอาชีพเป็นรากฐานที่มั่นคงสามารถเลี้ยงปลาได้ตลอดทั้งปีและที่สำคัญสัตว์น้ำที่มาหลบอาศัยอยู่บริเวณแนวเขื่อนหินก็มีมาก ชาวบ้านสามารถดักจับเป็นอาชีพเสริมได้อย่างดี มีรายได้ตลอดปีชาวบ้านก็จะพออยู่พอกินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงพึ่งตนเองได้อย่างสบาย นอกจากนี้บริเวณดังกล่าวต่อไปในอนาคตอาจจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวหากมีการพัฒนาอย่างถูกที่ถูกทาง และจะทำให้เกิดรายได้อีกทางหนึ่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอาชีพการประมง  แต่ที่เจ๋งกว่านั้นแนวเขื่อนหินดังกล่าวไม่ได้มีประโยชน์อยู่เพียงแค่นี้หรอกครับ อย่างมองข้ามเหตุผลที่ผมจะเสนอต่อไปนี้ครับซึ่งมันจะมีคุณประโยชน์มากมายมหาศาลต่อระบบนิเวศน์ต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโดยรวม
เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำบ้านบ่ออิฐ-บ้านปึก-นาทับ
                  อ่านแล้วอย่าตกใจนะครับนี่เป็นเพียงแนวคิดที่อาจจะเป็นไปได้ในอนาคต หากวันใดวันหนึ่งอาจจะมีนักวิชาการที่มีวิสัยทัศน์มองเห็นการไกล ห่วงใยต่อทรัพยากรชุมชนบริเวณนี้มาศึกษาความเป็นไปได้ในอนาคต ไม่แน่ครับต่อไปประเทศไทยอาจจะมีเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่งก็ได้  ถ้ามันเป็นจริงท่านลองคิดดูนะครับว่าจะเกิดคุณประโยชน์อย่างหาค่าประมาณมิได้ต่อชุมชน ต่อสัตว์น้ำ และอีกหลายๆอย่างที่จะเป็นผลพลอยได้ ทุกอย่างจะพัฒนาไปตามแนวทางที่ถูกต้องเป็นเหตุเป็นผลของกันและกัน เป็นการพึ่งพาซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง ความเป็นจริงก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เมื่อมีเกาะมีแนวหินกำบังคลื่นลมเป็นที่หลบภัยแก่มนุษย์ สัตว์น้ำก็เช่นเดียวกันเมื่อมีที่หลบที่อาศัยไฉนเลยปลาจะไม่มาอยู่ กุ้ง หอย ปู หลากหลายชีวิตได้อาศัยแนวหินกันคลื่นแห่งนี้ กลายเป็นระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ครบวงจร  หากแนวคิดนี้เป็นไปได้จริงๆ ผมรับรองเอาหัวเป็นประกันได้เลยว่า ณ ที่แห่งนี้จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนให้กับท้องทะเลแถบนี้ให้ชาวบ้านได้หากินไปชั่วลูกชั่วหลาน  แต่ที่สำคัญคือ จะต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รัฐบาล เอกชน ชุมชน จะต้องร่วมมือกันทำอย่างจริงๆ จังๆ ความสำเร็จจึงจะเกิดได้ ทีนี้ลองคิดดูว่าถ้าหากโครงการนี้เกิดขึ้นจริงๆ จะมีผลดีและผลเสียอย่างไร
ผลดีของการจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ
-   เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำทุกชนิดโดยเฉพาะสัตว์น้ำวัยอ่อนจะได้มีที่หลบภัยจากเรืออวนลาก อวนรุน และเครื่องมือชาวประมงที่เป็นภัยต่อสัตว์วัยอ่อน
-   หลังแนวเขื่อนหินชาวบ้านสามารถเลี้ยงปลาในกระชังได้ เลี้ยงหอย ปู เป็นการดูแลเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำไปในตัว
-   เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในชุมชนชาวบ้านจะมีรายได้มากขึ้น
-   จะเกิดปรากฎการณ์ทางสังคมที่มั่นคง เพราะทุกฝ่ายจะร่วมมือกันดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่เป็นของส่วนรวม
-   เศรษฐกิจในชุมชนจะมั่งคั่งเฟื่องฟูทำให้รายได้ของประชากรในชุมชนและรายได้มวลรวมดีขึ้น ชุมชนจะเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้มากขึ้น
-   ชาวบ้านในชุมชนจะมีความรู้ความเข้าใจในระบบนิเวศน์ ห่วงโซ่อาหาร การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันของมนุษย์และสัตว์น้ำเปรียบเสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า
-   ทะเลจะมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ชาวประมงไม่ต้องออกเรือไปหาปลาไกลๆ ต่อไป
ข้อเสีย
-   อาจจะกระทบกระทั่งกับชาวประมงที่สูญเสียประโยชน์ในบริเวณดังกล่าว
-   อาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพราะแนวคิดนี้อาจจะต้องผ่านระบบราชการ การเมืองที่มีความยุ่งยากซับซ้อน
สรุป
   นี่เป็นแนวคิดที่อาจจะเป็นไปได้ในอนาคตหากคิดจะทำอะไรไว้ให้ลูกหลานที่เป็นผลดีต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมและคุณประโยชน์จะมากมายจนเราคาดไม่ถึง ผลพลอยได้ที่ตามมาคือความมั่นคงของชุมชนที่เข้มแข็งขึ้น พึ่งพาตนเองได้ สามารถอยู่ได้อย่างพอเพียง


โดย  วิจิตร  ฉันฑะจิตร

 

ภาพจาก http://www.musicandartmag.com