ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

โรคจุดขาวคืออะไร
โรคจุดขาวเกิดจากโปรโตชัวซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว อยู่ในสกุล ไชออพไชเรียส  มักเรียกสั้น ๆ ว่า lch (อิ๊ก) โปรโตซัวนี้ทำให้เกิดโรคจุดขาว (White spot disease) ในปลาน้ำจืดและน้ำเค็มพบมากในช่วงอุณหภูมิต่ำ หรือช่วงปลายฤดูฝน


ลักษณะของ “อิ๊ก”
 “อิ๊ก” เป็นสัตว์เซลล์เดียวจะมีลักษณะเด่นที่ระบุตัวเชื้อได้ คือ เชื้อมีลักษณะกลมหรือรีเล็กน้อย มีขนขนาดเล็กรอบ ๆ เซลล์ ช่วยในการเคลื่อนไหวและมีนิวเคลียสโค้งงอเป็นรูปเกือกม้า เชื้ออิ๊กมีขนาดประมาณ 0.5-1 มม. เลยทีเดียว ซึ่งเป็นขนาดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าชัดเจนครับ ซึ่งระยะดังกล่าวที่มองเห็นได้นี้ เป็นระยะโตเต็มวัยของเชื้ออิ๊ก ซึ่งจะพบอยู่บนร่างกายของปลาแทบทุกส่วนเลยครับ
วงจรชีวิตของอิ๊กแบ่งออกเป็น 3 ระยะ
1. ระยะตัวเบียน  (Parasite or Trophont stage)
 เชื้ออิ๊กในระยะโตเต็มวัย เชื้ออิ๊กนี้จะแทรกเข้าไปอาศัยอยู่ในระหว่างชั้นเนื้อเยื่อของปลาเคราะห์ร้ายทั้งในบริเวณผิวหนัง ครีบ เหงือก หรือ ดวงตา เป็นต้น ช่องปากของอิ๊กได้รับการพัฒนาเป็นอย่างดี สามารถดูดกินอาหารจากส่วนต่าง ๆ ของเหยื่อที่มันเข้าไปอาศัย ในระยะนี้ “อิ๊ก” จะเคลื่อนที่โดยใช้ขนสั้น ๆ (cilia) ที่อยู่รอบตัว ระยะนี้จะเห็นจุดขาวเด่นชัดบริเวณตัวปลา เมื่ออิ๊กเจริญเติบโตเต็มที่พร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้แล้ว จุดขาวจะแตกออก อิ๊กจะออกจากผิวหนังลงไปยู่พื้นบ่อสร้างเกราะ (cyst) ขึ้นมาปกคลุมตัวเข้าสู่ระยะที่ 2 ต่อไป
2. ระยะเข้าเกราะ (Encysted or Tomont stage)
 “อิ๊ก” จะสร้างเกราะหุ้มตัว เกาะอยู่ตามวัตถุต่าง ๆ เช่น ตามข้างบ่อหรือกระชังเลี้ยง ภายในเกราะ “อิ๊ก” จะมีการแบ่งตัวหลายครั้ง จนภายในเกราะมีตัวอ่อน 1,000-2,000 ตัว ขนาด 20 ไมครอน รูปร่างกลมมีขนรอบตัวเรียกว่า เซลล์ลูก (Daughter Cell) หรือ ซิลิโอสปอร์` (Ciliospore) หรือ Tomiles
3. ระยะเข้าสู่ตัวปลา (Infective of tomite stage)
 เป็นระยะที่อิ๊กออกจากเกราะว่ายน้ำอย่างอิสระ มีรูปร่างคล้ายลูกแพร์ ยาว 30-50 ไมครอนภายในไซโตปลาสซึม (Cytoplasm) เห็น macronucleus เป็นรูปพู 4 พูติดต่อกันมีขนยาวกว่าระยะที่ 1 (Long cilia) อยู่รอบตัว อิ๊กในระยะนี้จะไม่กินอาหารและจะต้องพยายามว่ายน้ำเข้าสู่ตัวปลาให้ได้ภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อจะเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย หรือ Trophont ต่อไป (ที่อุณหภูมิน้ำประมาณ 75-79 องศาฟาเรนไฮด์) ไม่งั้นเซลล์ลูกดังกล่าวก็จะตายไป อายุของเซลล์ลูกที่ว่ายน้ำได้โดยอิสระนี้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิน้ำโดยมีแนวโน้มว่า ยิ่งอุณหภูมิสูงขึ้นเชื้อก็จะมีอายุสั้นลง ตัวอ่อนของเชื้อในระยะนี้เป็นระยะที่อ่อนแอที่สุด และเป็นระยะเป้าหมายในการใช้ยาและสารเคมีต่าง ๆ ในการทำลายเชื้อครับ

ลักษณะอาการของโรค
 อาการที่พบโดยทั่วไปจะเห็นเป็นจุดขาวตามบริเวณต่าง ๆ บนตัวปลา อันเป็นลักษณะที่ใช้เป็นเชื้อของโรคอาการที่ปลาแสดงออกมาก็คือ การหายใจหอบ ถี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน หรือแสดงอาการลอยหัวขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำ เนื่องจากเหงือกถูกทำลายไปทำให้พื้นที่ผิวในการแลกเปลี่ยนก๊าซน้อยลง คือทำให้ปลาต้องหายใจถี่ขึ้นและต้องการอากาศมากขึ้นนั้นเอง  ปลาที่เป็นโรคจะกินอาหารน้อยลง ชอบเอาตัวถูกับพื้นบ่อหรือวัสดุต่าง ๆ เนื่องจากพยายามขจัดอิ๊กให้หลุดออกไปนั้นเอง  อาการจะมากจะน้อย ชัดเจนไม่ชัดเจนขึ้นกับระยะและความรุนแรงของโรคและความแข็งแรงของปลาแต่ละตัว ปลาอาจจะแสดงอาการของจุดขาวชัดเจน คือ มีจุดขาวขึ้นเต็มตัว  ดังนั้น การวินิจฉัยโรคต้องดูหลาย ๆ อาการประกอบกันตลอดจนดูสภาพแวดล้อม ยิ่งรักษาได้ทันท่วงทีก็ยิ่งมีโอกาสหายได้ง่ายขึ้นครับ ปลาที่มีอาการหนัก แต่ยังไม่ตายมักจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียในน้ำทั่วไป โดยจะมีอาการบวมแดงเป็นจ้ำเลือดตามตัว มีอาการเปื่อยยุ่ยของครีบและปลาจะขับเมือกออกมามากผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดครับ

การป้องกันและการรักษาโรคจุดขาว
 โรคจุดขาวนั้น เป็นโรคที่ป้องกันยากครับ เนื่องจากเชื้อจะพบอยู่แทบทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นในน้ำหรืออาหารปลาเหยื่อ เป็นต้น เนื่องจากอิ๊กทะเลมีช่วงชีวิตแบ่งออกเป็นระยะต่าง ๆ ถึง 3 ระยะดังกล่าวแล้ว การรักษาจึงทำได้ยาก โดยเฉพาะระยะที่ 1 เป็นระยะที่อิ๊กทะเลเข้าฝังใต้ผิวหนังและระยะที่ 2 สร้างเกราะหุ้ม การใช้ยาและสารเคมีที่จะกำจัดอิ๊กทะเลในระยะทั้งสองนี้จะต้องใช้ความเข้มข้นสูงนับว่าเป็นการเสี่ยงอันตรายมาก เพราะสารเคมีระดับนี้อาจเป็นอันตรายต่อปลาได้เช่นกัน ในระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะที่อิ๊กทะเลว่ายน้ำเป็นอิสระ ไม่มีเกราะหุ้ม ดังนั้น การรักษาโรคนี้ถ้าจะให้ได้ผลดีควรใช้สารเคมีแช่ระยะหนึ่ง การป้องกันที่ได้ผลมากอีกอย่างหนึ่ง คือ การติดฮีตเตอร์ โดยตั้งไว้ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียสตลอดเวลา จะช่วยในการแก้ปัญหาเรื่องอุณหภูมิแกว่งได้เป็นอย่างดี อีกทั้งทำให้เชื้ออ่อนแอลงด้วยครับ  นอกจากนั้นควรทำความสะอาดภาชนะที่ใช้เลี้ยง เช่น กระชอน หรือวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ การป้องกัน ควรทำหลาย ๆ วิธีควบคู่กันเท่าที่จะทำได้นะครับ
วิธีการรักษา
1. การเพิ่มอุณหภูมิ
 โดยใช้ฮีตเตอร์นั้นเองครับ 1 วัตต์ต่อน้ำ 1 ลิตร เป็นอัตราส่วนกำลังไฟที่เหมาะสมที่สุดในการควบคุมอุณหภูมิน้ำ เราจะต้องทำให้น้ำเลี้ยงปลามีอุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียสให้ได้ แต่อย่าให้เกิน 32 องศาเซลเซียส อุณหภูมิในระดับนี้จะทำให้เชื้ออ่อนแอลง มีอายุสั้นลงเป็นการเร่งให้เชื้อเข้าสู่ระยะ Tomite ซึ่งเป็นระยะอ่อนแอที่สุดได้เร็วยิ่งขึ้น
2. การใช้ยาและสารเคมี
 ฟอร์มาลีน (Formalin) ความเข้มข้นที่ใช้โดยทั่วไป
- ใช้ความเข้มข้น 250 ส่วนในล้านส่วน แช่เป็นเวลา 20-30 นาที ทำติดต่อกัน 3 วัน
- ใช้ความเข้มข้น 50 ส่วนในล้านส่วน แช่ตลอดวันทำติดต่อกัน 5 วัน
การใช้ฟอร์มาลีนในการรักษาโรคนี้ จะต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง เพราะฟอร์มาลีนจะมีผลกำจัดอิ๊กทะเลในระยะที่ 3 ได้ดี ส่วนในระยะที่ 1 และ 2 ต้องใช้เวลาและการใช้จะได้ผลดียิ่งขึ้น เมื่อใช้ฟอร์มาลีนร่วมกับมาลาไดท์กรีน
ข้อควรระวัง
- การใช้ฟอร์มาลีนในความเข้มข้นสูง ควรจะดูอาการปลาอย่างใกล้ชิด คุณภาพของฟอร์มาลีนที่ใช้ต้องมีเปอร์เซนต์ของฟอร์มาดีไฮด์ 37-40% และไม่ควรใช้ฟอร์มาลีนที่มีตะกอนสีขาวหรือน้ำตาล ซึ่งจะเป็นพิษต่อปลา มาลาไคท์กรีน (Malachite green) มีชื่อทั่วไปว่า ยาเขียว อัตราส่วนที่ใช้โดยทั่วไปใช้ 0.1 ส่วนในล้านส่วน ผสมกับฟอร์มาลีน 50 ส่วนในล้านส่วน แช่ตลอดวันทำกันติดต่อกัน 2-3 วัน จะได้ผลดีที่สุด
ข้อควรระวัง
 มาลาไคท์กรีน อย่าให้โดนส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเราเพราะเป็นสารก่อมะเร็ง การใช้มาลาไคท์กรีนต้องเลือกชนิดที่จัดอยู่ในประเภทยา (Medical grade) เพราะไม่มีสังกะสี ถ้าเป็นชนิดสีย้อมจะมีพวกซิงค์คลอไรด์ (Zincchloride) ซึ่งเป็นพิษต่อปลาผสมอยู่ด้วย 
 จุนสี (CuSo4) โดยทั่วไปใช้ในอัตราความเข้มข้น 0.15-0.25 ส่วนในล้านส่วนแช่ตลอดวัน ใช้ติดต่อกัน 3-10 วัน แต่จะให้ผลในการรักษาช้า นอกจากนี้ยังใช้จุลสีรวมกับฟอร์มาลีน ในอัตราจุนสี 0.4 ส่วนในล้านส่วน ผสมกับฟอร์มาลีน 250 ส่วนในล้านส่วนแช่ 20-30 นาที ทำกันติดต่อ 2-3 วัน ซึ่งวิธีนี้ใช้กับการรักษาปลาที่เลี้ยงในกระชัง
ข้อควรระวัง
 จุนสีเป็นสารที่ทำให้ผิวหนังมีการขับเมือกมากขึ้น อาจทำให้เมือกที่เหงือกมากเกินไปเป็นเหตุทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซน้อยลงและอาจทำให้ปลาตายได้ จุนสีเป็นส่วนประกอบของโลหะหนัก ซึ่งโลหะหนักทุกชนิดมีพิษต่อสิ่งมีชีวิต ดังนั้นการใช้จึงควรระวังเป็นพิเศษในการรักษาควรใช้ความเข้มข้นที่ต่ำจะปลอยภัยกว่า

 

 

 

อ้างอิง

สถาพร  ดิเรกบุษราคม และ จูอะดี  พงศ์มณีรัตน์.  2527.  โรคจุดขาวในปลาน้ำกร่อย.  เอกสาร ประกอบการอบรมและส่งเสริมเผยแพร่.  สถาบันเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สงขลา.
http://www.fisheries.go.th/
http://www.nicaonline.com/