ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักปลากะรังกันก่อนนะค่ะ ปลากะรัง (Epinephelus cocoides) มีชื่อสามัญว่า Brown Spotted Grouper หรือ Estuary Grouper หรือบางคนเรียกว่า ปลาตุ๊กแก, อ๊ายเก๋า, ราปู หรือชาวจีนเรียกว่า เก๋าฮื้อ ในมาเลเซียเรียก Kerapu ในภาษาอังกฤษมีชื่อเรียกทั่วไปว่า grouper ถูกจัดอยู่ในครอบครัว Serranidae เป็นปลาทะเลจำพวกหนึ่งซึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิด ตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ อาศัยอยู่ตามแถบชายฝั่งหน้าดิน ที่ก้นทะเล และบริเวณที่มีเกาะแก่งหินกองใต้น้ำ และหินปะการัง

โดยทั่วไปบางครั้งเข้ามาอาศัยปากแม่น้ำเพื่อออกหาอาหาร อาศัยในแถบโซนร้อน และอบอุ่น มีนิสัยไม่ชอบอยู่ร่วมกับฝูง กินปลาเล็ก ๆ ตลอดจนสัตว์น้ำอื่น ๆ เป็นอาหาร เลี้ยงง่าย อดทน แข็งแรง และเจริญเติบโตเร็ว สามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อดินและในกระชัง เป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เนื้อมีรสดี มีผู้บริโภคมาก โดยเฉพาะในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในตลาดการค้าของสิงคโปร์ นิยมปลาที่มีขนาดน้ำหนัก 600-900 กรัม ราคาของปลาเป็นอยู่ระหว่าง 300-500 บาท 
ปลากะรังหรือปลาเก๋าที่นิยมเลี้ยงกันส่วนมาก คือ ปลากะรังจุดน้ำตาล (Epinephelus coioides), ปลากะรังน้ำตาล (Epinephelus fuscoguttatus), ปลากะรังหางตัด (E. bleckeri) ปลากะรังลายเสือ (Plectropomus leopardus) ปลากะรังลายจุด (Pletropomus maculatus) ปลากะรังหน้างอน (Cromileptis altivelis) อีกชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาเลี้ยงในสภาพแวดล้อมเดียวกันคือ Epinepelus salmoides มีชื่อสามัญว่า Black Spotted Grouper
เชื้อ Vibrio  spp. เป็นเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ มีลักษณะเป็นรูปแท่งโค้ง อาศัยในน้ำทะเลและน้ำกร่อย พบได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ถือเป็นเชื้อแบคทีเรียอีกชนิดหนึ่งที่มีการระบาดมากในสัตว์น้ำ เช่น ปู กุ้ง หอย และปลาทะเล เนื่องจากสามารถแพร่เชื้อเข้าสู่สัตว์น้ำได้ง่ายหากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในปลากะรัง ซึ่งถือว่าเป็นปลาเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่มีการผลักดันให้มีการเพาะเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น แต่ปัญหาที่พบ คือ อัตรารอดของลูกปลากะรังที่ต่ำมาก นอกจากสาเหตุที่มาจากปากของลูกปลาที่มีขนาดเล็ก กินอาหารแรกเกิดได้ยากมากแล้ว สาเหตุสำคัญอีกอย่างที่ทำให้ลูกปลากะรังตายเป็นจำนวนมากในช่วงต่อมา คือ การติดเชื้อแบคทีเรียจากพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติที่เป็นพาหะ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อ         v. alginolyticusv. damsela  และ v.  parahaemolyticus
สาเหตุของการติดเชื้อวิบริโอในปลากะรัง ส่วนใหญ่มักเกิดจากการเข้าสู่ตัวปลาทางบาดแผล เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะเข้าสู่ตัวปลาในลักษณะของการฉกฉวยโอกาส ซึ่งปลากะรังที่เพาะเลี้ยงจะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าปลาธรรมชาติ เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการ เช่น การจับ ขนส่งที่ไม่ถูกต้อง การเลี้ยงในอัตราที่หนาแน่น หรือมาจากคุณภาพน้ำที่มีปริมาณแอมโมเนียและไนไตรท์สูง การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและคุณภาพน้ำอย่างฉับพลัน นอกจากนี้ยังมีสาเหตุเกิดจากความเครียดของปลาทำให้เกิดภาวะติดเชื้อได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
สำหรับปลากะรังที่ติดเชื้อวิบริโอ หลังจากเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเริ่มแสดงอาการภายใน 72 ชั่วโมง อาการเริ่มแรก คือ ลำตัวมีสีแดงคล้ำ ว่ายน้ำเสียการทรงตัว กินอาหารน้อยลง ขั้นต่อมามีบาดแผลถลอกหรือตกเลือดตามตัว ตาโปนขุ่นขาว เหงือกช้ำ ครีบ หาง และปากเปื่อย มีเลือดออก และอาการขั้นสุดท้ายเมื่อเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้อวัยวะภายในเสียหาย ระบบหายใจล้มเหลว ลอยอยู่บนผิวน้ำและทยอยตายเป็นจำนวนมาก 
ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการพยายามรักษาปลากะรังที่ติดเชื้อวิบริโอ เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรลูกพันธุ์ปลากะรังเพื่อใช้ในการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ โดยมีทีมสัตวแพทย์แห่งศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทดลองใช้วัคซีนรักษาเชื้อวิบริโอในปลากะรัง เนื่องจากว่าเป็นปลาเศรษฐกิจที่เริ่มมีการส่งออก โดยการให้วัคซีนจะมีการทดลอง คือ รักษาแบบแช่ปลาในยาที่ผสมน้ำ และฉีดสู่ตัวปลา ในความเข้มข้นหลายๆขนาด เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมละความปลอดภัยต่อปลากับวัคซีน สำหรับปลากะรังที่ใช้ในการทดลองจะเป็นปลาอายุตั้งแต่ 2 เดือน สาเหตุที่ปลาขนาดนี้ เนื่องจากในระยะนี้ลูกปลากะรังจะมีภูมิคุ้มกันแบบจดจำ ซึ่งต่างจากลูกปลาอายุ  1 เดือนแรกที่ร่างกายยังไม่มีระบบภูมิคุ้มกันโรคแบบจดจำที่จะทำการต่อต้านกับเชื้อนั้นๆ เช่นเดียวกับการรักษาด้วยวัคซีนที่ต้องอาศัยเซลล์ที่มีภูมิคุ้มกันชนิดที่จดจำได้ 


เมื่อทราบถึงเชื้อวิบริโอ สาเหตุการติดเชื้อวิบริโอ และการรักษาในปลากะรังกันแล้ว ทำให้วงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นที่น่าสนใจ และสามารถลดการสูญเสียลูกปลากะรังจากการติดเชื้อ    วิบริโอ การผลักดันปลากะรังเป็นปลาเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่สร้างรายได้มหาศาลก็ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปค่ะ

 

 

 

เรียบเรียงโดย................ฉวีวรรณ  หนูนุ่น

 


เอกสารอ้างอิง

สุปรีชา  กลิ่นพูน.(2551).วิบริโอในปลากะรัง....รักษาได้  AQUABIZ  Vol 2 issue15  December 2008.
http://www.fisheries.go.th/coastal/th/index.php?option=com_content&task=view&id=135&Itemid=2
http://rfdp.seafdec.org.ph/publication/manual/grouper/pic8.jpg
http://www.vet.chula.ac.th/vet2007/proceedings/33-thai-vet/pdf/PDF-319.pdf -