อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวweb nicaonline.con ทุกท่าน สำหรับฉบับนี้ก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับสารเคมีตัวหนึ่งที่อาจจะคุ้นหูกันมาบ้างแล้ว นั่นก็คือ “ยาฟอร์มาลีน” บางคนอาจจะไม่เชื่อเมื่อบอกว่าเจ้ายาฟอร์มาลีนนี้เป็นยาพื้นฐานสามัญประจำตู้สำหรับใช้รักษาปลาทองของเรา แม้ชื่อ สรรพคุณและประโยชน์ของมันเท่าที่เคยได้ยินมาจะดูน่ากลัว และไม่น่าใช้ แต่ถ้าหากศึกษาดีดีจะพบว่า เจ้าฟอร์มาลีน นี้ก็มีประโยชน์ในการรักษาปลาของเราอยู่ไม่น้อย
ฟอร์มาลีน คือ อะไร


               ฟอร์มาลีน (Formalin) เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ในการฆ่าสิ่งที่มีชีวิตขนาดเล็กๆ พวกโปรโตซัวและปรสิตภายนอกซึ่งเจ้าพวกโปรโตซัวและปรสิตเหล่านี้นี่แหละที่เป็นต้นเหตุของปัญหาและโรคหลายๆโรคที่เกิดกับปลาทอง

   รักษาโรคด้วย “ฟอร์มาลีน”

            สำหรับโรคต่างๆ ที่สามารถรักษาได้ด้วยฟอร์มาลีน ก็จะเป็นโรคที่เกิดจากโปรโตซัวและปรสิตแทบทั้งนั้น  เราลองไปดูว่าโรคไหนบ้างที่เราสามารถใช้ฟอร์มาลีนรักษาให้หายได้
           โรคจุดขาว ปลาที่เป็นจุดขาวจะสังเกตได้จากปลาจะมีสีขาวขุ่นเป็นจุดๆขนาดเท่าประมาณหังเข็มหมุดจุดนี้จะกระจายอยู่ทั่วๆ ลำตัวและครีบสำหรับการรักษานั้นจะใช้วิธีการทำลายตัวอ่อนของพวกโปรโตซัวเหล่านั้น
          โรคโอโอดีเนียม  โรคนี้หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อมากนัก ถ้าลองดูอาการอาจจะคุ้นเคยกันมากทีเดียว โดยปลาที่เป็นโรคนี้จะว่ายน้ำทุรนทุราย บางครั้งจะพบว่ามีแผลตกเลือด รอยด่างสีน้ำตาลหรือสีเหลืองคล้ายสนิมตามตัว หรืออาจจะมีอาการกระพุ้งแก้มเปิดอ้ามากกว่าปกติ โดยโรคนี้ก็เกิดจากเชื้อโปรโตซัวเดียวกัน
         โรคพยาธิเห็บระฆัง โดยเห็บต่างๆเหล่านั้นจะทำให้ปลาเกิดการระคายเคือง เพราะเจ้าเห็บเหล่านี้จะเอาหนามที่อยู่ตรงกลางตัวของมันไปเกาะอยู่ตามลำตัวและเหงือกของปลาเจ้าเห็บเหล่านี้จะย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งตลอดเวลา ซึ่งอาจจะทำให้เกิดแผลขนาดเล็กตามลำตัวและเหงือกได้หลายที่
         โรคตกเลือดตามซอกเกล็ด  อาการคือปลาจะมีแผลสีแดงๆ เป็นจ้ำๆ ตามตัว โดยเฉพาะที่ครีบและตามซอกเกล็ดอาจมีอาการเกล็ดหลุดตามบริเวณรอบๆ แผล ด้านบนของแผลจะมีส่วนที่คล้ายสำลีสีน้ำตาลปนเหลืองติดอยู่
          โรคพยาธิปลิงใส ปลาที่มีพยาธิปลิงใสเกาะอยู่จะเห็นได้ชัดจากการที่ปลานั้นว่ายผิดปกติ ว่ายน้ำแบบทุรนทุราย ลอยตัวตามผิวน้ำ ผอมและกระพุ้งแก้มจะเปิดปิดเร็วกว่าปกติ
         โรคเมือกขุ่น ปลาอาจจะมีเมือกสีขาวปกคลุมลำตัวเป็นหย่อมๆ และปลามีการขับเมือกออกมามากจนได้กลิ่นคาวครีบหุบและบางตัวอาจจะว่ายกระเสือกกระสน
          สำหรับโรคต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นโรคที่เกิดจากโปรโตซัวและปรสิตชนิดต่างๆ แทบทั้งสิ้น ซึ่งดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าโรคต่างๆ เหล่านี้สามารถใช้ฟอร์มาลีนในการรักษาได้  แต่ที่สำคัญในการผสมสัดส่วนต่างๆ ที่จะใช้นั้นเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยโรคแต่ละโรคจะมีความต้องการใช้สัดส่วนของฟอร์มาลีนในปริมาณที่ต่างกัน โดยในเรื่องของการให้ฟอร์มาลีนนี้ บางคนอาจจะกลัวว่าเราไม่สามารถวัดปริมาณได้แม่นยำหรือเที่ยงตรงตามขนาดที่กำหนด 100%สำหรับประเด็นนี้ทางผู้คิดค้นสูตรต่างๆ ก็ได้มีการคำนวณมาเป็นอย่างดีแล้ว และสูตรที่ให้มานี้ไม่ใช้ปริมาณที่เข้มข้นที่สุดที่ปลาจะสามารถรับได้ เพราะฉะนั้นหากใส่เกินไปเล็กน้อย ปลาก็ยังสามารถทนได้อยู่ ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ แต่ทางที่ดีควรที่จะมีการชั่งตวงวัดในปริมาณที่กำหนดไว้จะเป็นการดีที่สุด

   สำหรับสัดส่วนในการให้ยาฟอร์มาลีนสำหรับโรคต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

   ปริมาณฟอร์มาลีน/น้ำ และระยะเวลาในการให้ยา

โรคจุดขาว    ฟอร์มาลีน   25-50  ซีซี    ต่อ   น้ำ      1,000    ลิตร  แช่นาน  24  ชั่วโมง
โรคโอโอดีเนียม  ฟอร์มาลีน     30-40  ซีซี    ต่อ     น้ำ      1,000    ลิตร  แช่นาน  24  ชั่วโมง
โรคพยาธิเห็บระฆัง  ฟอร์มาลีน    25-50  ซีซี    ต่อ  น้ำ      1,000    ลิตร  แช่นาน  24  ชั่วโมง
โรคตกเลือดตามซอกเกล็ด  ฟอร์มาลีน  25-40  ซีซี    ต่อ   น้ำ1,000    ลิตร  แช่นาน  48  ชั่วโมง
โรคพยาธิปลิงใส  ฟอร์มาลีน  25-40  ซีซี    ต่อ   น้ำ1,000    ลิตร  แช่นาน  24  ชั่วโมง
โรคเมือกขุ่น  ฟอร์มาลีน  25-40  ซีซี    ต่อ   น้ำ1,000    ลิตร  แช่นาน  48  ชั่วโมง
            นอกจากนั้นหลังจากที่เราให้ยาปลาเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ เราควรที่จะล้างทำความสะอาดตู้ครั้งใหญ่ด้วยฟอร์มาลีนนี้ด้วยเช่นกัน ด้วยการนำส่วนผสมฟอร์มาลีน 100-150 ซีซี  ต่อน้ำ  1,000  ลิตร แช่เอาไว้  1  ชั่วโมงและล้างออกให้หมดด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยกำจัดไข่อ่อนของโปรโตซัวที่เกาะอยู่ตามตู้เราออกไปได้เป็นอย่างดี

   เทคนิคในการใส่ฟอร์มาลีน

            ควรใส่ยานี้ตอนเช้าจะดีกว่าตอนเย็น และไม่ควรใช้ในบ่อน้ำที่มีน้ำเขียวจัด เนื่องจากถ้าน้ำเขียวจัด แพลงตอนพืชตาย ทำให้บ่อเน่า น้ำเสีย ปลาตายเพราะขาดออกซิเจนเสียก่อนที่จะหายจากโรค


เอกสารอ้างอิง


นิตยสารการส่งเสริมธุรกิจปลาสวยงาม(2552) .ประจำวันที่ 15 ก.พ.-14 มี.ค. 2552  Vol9/No.100                
            Febuary 2009.
www.samud.com/.../images/fatfish/DSC_0978.jpg
http://www.samud.com/Fish_shop/images/fatfish/DSC_0978.jpg
web.ku.ac.th/agri/fishdec/outworm.html