อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

กว่าจะได้เรียบเรียงเขียนเรื่องปลิงทะเล คิดอยู่ตั้งหลายตลบเหมือนกัน  เพราะโดยส่วนตัว  เป็นคนที่กลัวมากๆสำหรับเจ้าตัวที่มีลักษณะลำตัวนุ่มหยุ่นว่ายน้ำพะยืดพะยาด อย่างเงียบๆเมื่อพบเป้าหมายหรือเหยื่อจะคืบมาแย่งกันดูด...ดูดและก็ดูด จนมันหนำใจตัวบวมเต่งถึงจะยอมทิ้งจากเหยื่ออันโอชะ.....  ฟังดูน่ากลัวนะครับ

   จนบางครั้งทำให้ผมรู้สึกว่าเอ๊ะ!  เราจะเขียนในสิ่งที่เรากลัวหรือแต่นั่นมันก็เป็นอดีตแหละครับ  เพราะเดี๋ยวนี้พอนึกถึงปลิงทะเลเป๋าฮื้อน้ำแดงหม้อดิน   ปลิงทะเลผัดเสฉวน ปลิงทะเลรวมพลกระเพาะปลาสดหรือปลิงทะเลตุ๋นหม้อดิน ปลิงทะเลกุ้งน้ำมันหอย  อาการขยะแขยงก็หายไป อาการน้ำลายหยด น้ำลายไหลก็เกิดขึ้นมาแทนทันที...  เอ้า !  ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ถ้าอย่างนั้นมาติดตามเนื้อหาสาระของเจ้าปลิงทะเลกันดี กว่าครับว่ามันจะน่ากลัวเหมือนปลิงในนาบ้านเราหรือน่ากินเหมือนเมนูอาหารที่ ผมกล่าวมาแล้วข้างต้นหรือเปล่าและที่สำคัญปลิงทะเลมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศด้วยนะครับ

         

          ภาพจาก https://th.wikipedia.org

           ปลิงทะเลเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจัดอยู่ใน Phylum Echinodermata Class  Holothunoidea  อาศัยอยู่ก้นทะเลโดยฝังตัวขุดรูอยู่ในโคลน  ทราย  หรืออาศัยอยู่ตามกอสาหร่ายทะเล ปะการัง  มีขนาดรูปร่างแตกต่างกันโดยทั่วๆไปมีรูปร่างทรงกระบอก ยาวคล้ายถุง  มีปากและช่องขับถ่ายอยู่ที่ปลายส่วนหัวและหางรอบๆปากมีหนวด  (tentacles) หนวดมีจำนวนมากน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของปลิงทะเล เช่น  Cucumaria  thyone  มีหนวด 10 เส้น  Holothuria sp.  มีหนวด 20-30 เส้น  เป็นต้น  ผิวตัวของปลิงทะเลอาจนุ่ม  มีลักษณะบางโปร่งแสง  หรือหนาทึบแสงบาง ชนิดผิวเรียบ  แต่ปกติมักจะมีปุ่มยื่นออกมาคล้าย หูดที่บริเวณผิวจะมีสปีคุล  (spicules)  ซึ่งเป็นแผ่นโครงร่าง (Skeletal plates)   ลักษณะของสปีคุลใช้ในการจำแนกชนิดของปลิงทะเล  ซึ่งแต่ละชนิดจะมี      สปีคุลแตกต่างกันออกไป บางชนิดสปิคุลจะมีลักษณะคล้ายรูปสมอเรือ เช่น สกุล  Holothuria     

ปลิงทะเลอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลในระดับความลึก  20-30 เมตร  สามารถพบได้ในบริเวณหาดทรายปนเลนหรือทรายล้วนๆ หรือตามบริเวณที่ที่มีกระแสน้ำ ตามเกาะบริเวณปะการัง  และสภาพน้ำทั่วไป  อุณหภูมิน้ำอยู่ระหว่าง  24-28  องศาเซลเซียส  ความเค็มสามารถอยู่ได้ในระดับ  27-35  ppt ถึง  17  ชั่วโมง  ซึ่งถ้าอยู่ในระดับความเค็มสูงจะมีความแข็งแรงกว่าความเค็มต่ำ

ปลิงทะเลปกติไม่ชอบแสงสว่าง  และออกหาอาหารในเวลากลางคืน  จะยื่นหนวดลงสู่พื้นดินเพื่อหาอาหาร คุณค่าทางอาหารของปลิงทะเล  มีโปรตีนประมาณ  10-12% ความชื้น  70-80%  ไขมัน  0.002-0.04% และเนื้อปลิงทะแลยังมีสารมิวโคโปรตีนที่มี  Chondroitin  sulfurie  acid  คาดว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุโดยการช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดี....  นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นพบว่าในเนื้อปลิงทะเล   Stichopus  japonicus  มีมิวโคโปรตีน  (mucoprotein)    ปริมาณสูงซึ่งมิวโคโปรตีนนั้น มีคอนดรอยติน  ซัลฟุริคแอซิด  (Chondroitin  -  sulfuric  acid)    อยู่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ และจากการศึกษาในผู้สูงอายุยังพบว่า  การที่กล้ามเนื้อไม่สามารถทำงานได้นั้นเนื่องจากปริมาณของคอนดรอยติน  ซัลฟุริค  แอชิด  ลดลง  ดังนั้นจึงอาจใช้เรื่องนี้เป็นเหตุผลในการอธิบายถึงการที่ชาวจีนนิยมรับ ประทานปลิงทะเลกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ  คอนดรอยติ ซัลฟุริค    แอชิด  ตามธรรมชาติมักอยู่ในสภาพมิวโคโปรตีน  ซึ่งเป็นองค์ประกอบของส่วนต่างๆ  ของร่างกายมนุษย์  เช่น กระดูกอ่อน เอ็นและของเหลวที่หล่อลื่นตามข้อต่างๆ ดังนั้น การรับประทานปลิงทะเลก็นับว่าให้ประโยชน์แก่ร่างกายได้เช่นกัน
          ปลิงทะเลตากแห้งนับว่าเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อในประเทศทางตะวันออก  โดยเฉพาะทางหมู่เกาะทะเลใต้ (South  pacific)   ฟิลิปปินส์    และญี่ปุ่น  ซึ่งมีผู้นิยมรับประทานปลิงทะเลกันมาก
          ปลิงทะเลที่รับประทานได้ส่วนใหญ่อยู่ในวงค์   Stichopodidae  และ  Holothuriidae  ส่วนชาวจีนจะแปรรูปปลิงทะเลโดย  จับเอาปลิงทะเลขึ้นมาผ่าท้องเอาอวัยวะภายในออกต้มจนแข็งและยืดหยุ่นได้คล้าย ยาง  จึงเอาไปตากแดดรมควันจนแห้งแล้วเก็บไว้ในลัง  ในประเทศไทยปลิงทะเลที่พบส่วนมากในบริเวณอ่าวไทย  และมหาสมุทรอินเดีย  ซึ่งจากการเก็บตัวอย่าง  ที่จังหวัด  ภูเก็ต  เมื่อนำมาจัดจำแนกหมวดหมู่  จะได้  4  อันดับ  (Orders)  5 วงศ์  (Families)  8  สกุล  (genera)  และ  17 ชนิด  (Species) ในบรรดาปลิงทะเลทั้งหมดนี้  จากรายงานพบว่าสามารถนำมารับประทานได้ 2 สกุล 6  ชนิด  คือ  Holothuria scabra  (Jaeger)  เรียกกันทั่วไปว่า  ปลิงขาว,ปลิงดำ  ในบ้านเราชนิดที่นิยมนำมารับประทาน  และมีขายตามท้องตลาดในสภาพปลิงทะเลตากแห้ง คือHolothuria  scabra  ปลิงทะเล  มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ในแง่ของการย่อยสลายสารอินทรีย์ในตะกอนดิน  และปลดปล่อย ธาตุอาหาร สู่วงจรอาหารในธรรมชาติ  นอกจากนี้ปลิงทะเลยังนับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่ง  ของหลายประเทศในมหาสมุทรอินเดีย  และมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้  สำหรับประเทศไทย  พบการทำประมงปลิงทะเล  เพื่อการบริโภคภายในประเทศ  และส่งออกทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทย  และทะเลอันดามัน  โดยการเอาอวัยวะภายในออกแล้วนำมาต้มและตากแห้งเพื่อทำเป็นปลิงทะเลแห้ง  สำหรับนำไปประกอบอาหารและส่งออกไปยัง ประเทศมาเลเซียเพื่อใช้ทำยา และผลิตเป็นแคปซูลขายเป็น อาหารเพื่อสุขภาพได้อีกด้วย

เห็นความสำคัญของเจ้าปลิงทะเลหรือยังครับ  ทำเป็นอาหารก็อร่อย  แถมยังเป็นมิตรกับระบบนิเวศอีกต่างหาก  แค่มองจากภายนอกดูอย่างไรก็ไม่น่ารักแต่มองลึกๆ..... ปลิงทะเลนี้มีคุณค่ามากกว่าที่คิด   เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะมองอะไรสักอย่างอย่ามองที่รูปกายภายนอกนะครับ ขอให้ดูส่วนลึกๆจากข้างใน  แล้วเราจะได้รู้ถึงคุณค่าอย่างแท้จริงของสิ่งนั้น

หลังจากที่อ่านบทความฉบับนี้แล้วผมเชื่อนะครับ  หลายท่านคงจะมีความคิดคล้ายๆผม.....  ในเมื่อปลิงทะเลมีประโยชน์  และมีความสำคัญเช่นนี้  แล้วทำไม? กรมประมงถึงไม่ศึกษาทดลองอย่างจริงจัง  เพื่อจะนำปลิงทะเลมาเพาะเลี้ยงให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจและส่งเสริมให่แก่ บุคคลที่สนใจ  ทำการเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพ...   สงสัย !  ใช่มั๊ยครับ  อ่านต่อสิครับผมมีคำตอบ  ผมมีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์พูดคุยกับท่าน  ผอ.นพดล  ภูวพานิช    ผอ.  สวช. สงขลา    ซึ่งท่านก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้ทำการศึกษาค้นคว้าทดลองเรื่องปลิงทะเล  ท่านกล่าวว่า...  การเพาะพันธุ์ปลิงทะเลในขณะนี้กรมประมงสามารถประสบผลสำเร็จในการเพาะพันธุ์ โดยการทดลองของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์โดยการนำปลิง ทะเลจากธรรมชาติในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ชนิด  Holuthuria   atra  Jager,1833  มาทำการทดลองเพาะพันธุ์ ผลที่ได้นั้นเป็นที่น่าพอใจ  มีลูกปลิงทะเลจากไข่ที่ผสมแล้ว จนถึงขนาด 1 เซนติเมตร มีปริมาณไม่ต่ำกว่า 6,000ตัวจากจำนวนไข่ทั้งสิ้น 55,000 ฟอง  แต่ปัญหาของการเพาะพันธุ์ปลิงทะเล  ที่สำคัญคือ  การเจริญเติบโตค่อนข้างช้าและอัตราการรอดต่ำ  ท่านผอ. กล่าว ต่อว่า ความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลิงทะเลชนิดนี้ จะเป็นแนวทางในการพัฒนาการเพาะพันธุ์ปลิงทะเลให้มีปริมาณไข่มากขึ้น  และมีเปอร์เซนต์รอดตายสูง รวมถึงการศึกษา การอนุบาล การเลี้ยงในบ่อดิน  การปล่อยคืนสู่แหล่งธรรมชาติที่มีการประมงปลิงทะเล  ส่วนแนวโน้มการเพาะเลี้ยงปลิงทะเลเชิงพานิชในอนาคต   มีโอกาสเป็นไปได้สูง เนื่องจาก ปัจจุบันปลิงทะเลในธรรมชาติลดน้อยลงมาก  ความต้องการของตลาดยังสูง  การเพาะพันธุ์ปลิงทะเลจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งแต่ก็ต้องใช้เวลาอีกสักนิด ในการศึกษาค้นคว้าทดลอง  ยังไม่สามารถส่งเสริมให้เป็นอาชีพแก่เกษตรกรได้  ที่ทำกันอยู่ในขณะนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงหน่วยงานของราชการเท่านั้น นี่ก็เป็นบทสัมภาษณ์ส่วนหนึ่งจากท่าน ผอ.  นพดล ภูวพานิช ผมต้องขอกล่าวขอขอบคุณท่าน ผอ.มากนะครับที่ได้ให้ข้อมูลดีๆในเรื่องการเพาะพันธุ์ปลิงทะเล

สำหรับข้อมูลหรือเนื้อหาสาระที่ชัดเจนเมื่อมีการค้นคว้าทดลองจนได้ผลสรุปที่ แน่นอน  ผมขอรับรองครับ  จะนำเรื่องราวของการเพาะพันธุ์ปลิงทะเลมาบอกเล่าเก้าสิบ  ในโอกาสต่อไปอย่างแน่นอน  (โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้)

โดย  Administrator 

อ้างอิง  - ผอ. นพดล   ภูวพานิช   ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง  จ. สงขลา
           - เล่าเรื่องสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่16 สำนักงานปลัดกระทรวง  ทรัพยากรธรรมชาติ  และสิ่งแวดล้อม  วารสารรายไตรมาสเม็ดทรายปีที่ 4 ฉบับที่ 2 เมษายน- มิถุนายน 2551 หน้า  8-9