ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ต่อกันด้วยปลาที่สูญพันธุ์กันอีกฉบับนะค่ะหลังจากฉบับก่อนเป็นเรื่องเกี่ยงกับปลาตุ่มและดิฉันต้องขอขอบคุณสำหรับเสียงตอบรับ ที่หลายท่านบอกว่า ชอบอยากให้มีบทความที่เกี่ยวกับปลาที่หายากหน่อย จะได้เป็นแรงกระตุ้นให้คนรุ่นหลังเกิดความรัก ความหวงแหนและช่วยกันอนุรักษ์กันต่อไป บทความฉบับนี้พบกับปลาลำปำ เรามาทำความรู้จักกับปลาชนิดนี้กันเลยค่ะ

 

ภาพจาก https://www4.fisheries.go.th

ปลาลำปำ ชื่อไทย กระแหทอง กระแห ตะเพียนหางแดง เลียนไฟ (อังกฤษ:SCHWANENFELD'S TINFOIL ชื่อวิทยาศาสตร์:Barbodes schwanenfeldi วงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) ลักษณะของปลาลำปำเป็นปลาน้ำจืด รูปร่างคล้ายปลาตะเพียนทอง แต่รูปร่างป้อมสั้นกว่าปลาตะเพียนทอง มีลำตัวกว้างและแบนข้างมาก เป็นปลาน้ำจืดที่มีรูปร่างป้อมสั้น ลำตัวแบนข้าง หัวมีขนาดเล็ก จะงอยปากสั้นทู่ นัยน์ตาเล็ก ปากเล็กและอยู่ปลายสุด หนวดเล็กและสั้นมี 2 คู่ เกล็ดมีขนาดใหญ่ ครีบหางใหญ่ ปลายเป็นแฉกลึก กระโดงหลังสูงและกว้างมีก้านครีบเดี่ยวที่แข็งและขอบหยักเป็นฟันเลื่อยอยู่อันหนึ่ง สีพื้นของลำตัวเป็นสีขาวเงินหรือสีเหลืองปนส้ม ด้านหลังสีเทาปนเขียว ขอบนัยน์ตาดำเป็นสีเหลือง แก้มเหลืองปนแดง กระโดงหลังสีแดง และมีแถบดำที่ปลายกระโดง ขอบบนและล่างของครีบหางมีแถบสีดำข้างละแถบ ถิ่นอาศัยหรือแหล่งที่พบ ปลาลำปำพบตามแม่น้ำ ลำคลองหนองบึงทั่วทุกภาค ทำให้มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามภาษาท้องถิ่น เช่นพบในภาคกลางเรียกกระแห ตะเพียนหางแดง หรือกระแหทอง ทางภาคใต้เรียกปลาลำปำ ส่วนภาคอีสานเรียก ปลาเลียนไฟนิสัยของปลาลำปำ รักสงบ อยู่รวมกันเป็นฝูง ปราดเปรียว ว่องไว ไม่อยู่นิ่งชอบว่ายน้ำตลอดเวลา สำหรับอาหาร กินพืชพันธุ์ไม้น้ำ ตัวอ่อนแมลงน้ำ ซากสัตว์และพืชที่เน่าเปื่อยความยาวตั้งแต่ 15-35 ซ.ม.ประโยชน์-ใช้เป็นอาหารได้นิยมบริโภคโดยการปรุงสด รมควัน ตากแห้ง ทำปลาร้า ปลาส้ม นอกจากนั้นยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม สวยไม่ซ้ำใครเลยน่ะจะบอกให้

รู้จักกับปลาชนิดนี้กันแล้ว กลับมาที่ทะเลสาบสงขลาของเรากันต่อนะค่ะ ปลาลำปำจากข้อมูลการสำรวจสัตว์น้ำรอบทะเลสาบสงขลา จากทีมงานการสำรวจสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จังหวัดสงขลา พบว่า ปลาชนิดนี้พบน้อยมาก บางปีไม่พบเลย ทางทีมงานได้เจาะไปที่แหล่งที่อยู่ของปลาชนิดนี้ คือ ที่ตำบลลำปำ จังหวัดพัทลุงก็ยังไม่พบเลยค่ะ เอ๊ะ...หรือว่ามันสูญพันธุ์ไปแล้วจริงๆ แต่ยังนะค่ะ เชื่อว่ายังไม่สูญพันธุ์ เพราะเสือปืนไวอย่างกรมประมงของเรา พอทราบข้อมูลว่าสัตว์น้ำชนิดไหนเรื่มมีปัญหา โดยเฉพาะ กลุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ กรมประมงไม่เคยนิ่งนอนใจ โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพัทลุง ได้ทำการวิจัยและเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้เป็นผลสำเร็จ ทำการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา ที่บริเวณท่าน้ำวัดเขียนบางแก้ว ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 11 ก.พ.พ.ศ.2556 เพื่อการอนุรักษ์พันธุ์ปลาประจำถิ่น และเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำให้แก่ทะเลสาบสงขลา เป็นแหล่งอาหารแก่ประชาชน และได้ทำการปล่อยคืนสู่ทะเลสาบสงขลาเรื่อยมา เชื่อว่าต่อไปสัตว์น้ำชนิดนี้ยังคงอยู่คู่ทะเลสาบสงขลาของเราต่อไป แต่อย่านะค่ะ อย่าเพื่งเชื่อ เพราะจะให้เชื่อแบบเต็มร้อยจริงๆ พวกเราชาวทะเลสาบสงขลาทุกคนต้องให้คำมั่นสัญญากันว่าจะหวงแหนและช่วยกันดูแลทะเลสาบสงขลาไปด้วยกัน เพื่อสัตว์น้ำชนิดนี้และอีกหลายๆชนิดจะได้ไม่ต้องสูญพันธุ์อีกต่อไปค่ะ

เรียบเรียงโดย..ฉวีวรรณ หนูนุ่น 

เอกสารอ้างอิง

http://th.wikipedia.org/wiki/

http://dictionary.sanook.com/https://www4.fisheries.go.th

http://talung.gimyong.com/