ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

กลับมาอีกแล้วครับกับ web.nicaonline.com เรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงกบโดยผมจำนง  ถีราวุฒิ เจ้าเก่าครับ ผมเคยนำเสนอเรื่องการเลี้ยงกบไป 2 เรื่อง เรื่องแรกการเลี้ยงกบในกระชัง ส่วนเรื่องที่สองก็คือ การเลี้ยงกบในนาข้าว ส่วนเรื่องที่สามรับรองครับว่าแจ๋ว เจ๋ง แหวกแนวกว่า 2 เรื่องที่ผ่านมา

ถ้าเป็นหนังก็คงประเภทมัมมี่ภาค 3 อะไรประมาณนั้น เอ๊ะ ! ชักจะนอกเรื่อง กลับมาที่การเลี้ยงกบกันต่อดีกว่า การเลี้ยงกบที่จะขอนำเสนอต่อไปนี้ก็คือ การเลี้ยงกบควบคู่กับการปลูกผักลอยน้ำ...ล้อเล่นหรือเปล่า..ทำได้ไง เป็นไปได้หรือ แต่มันก็เป็นไปแล้วและทำได้จริง ๆ ซะด้วยการเลี้ยงกบนั้นไม่ยากครับ เลี้ยงง่าย ขายคล่อง โตเร็ว แต่เอ๊ะ! การเลี้ยงกบอย่างเดียวก็มีคนทำกันเยอะมันก็ดูธรรมดาซิครับ เอาอย่างนี้ดีมั๊ย ถ้าเราจับกบให้อยู่ในแปลงผัก แล้วให้แปลงผักลอยอยู่บนน้ำ กบกินแมลงที่คอยกัดกินยอดผัก ผักได้ปุ๋ยจากขี้กบ หรือถ้าอยากเลี้ยงปลาดุกไว้กินเองก็ใส่ปลาดุกไปกินเศษอาหารที่เหลือจากการเลี้ยงกบ งง...งง...ไม่ต้องงหรอกครับ ไม่มั่วและก็ไม่ยากใช้หลักการผสมผสาน แต่มันเป็นเทคนิคที่อาศัยวิธีการง่าย ๆ บวกความมรู้ และภูมิปัญญาของเกษตรบ้านเราก็เท่านั้นเองครับ
เริ่มจากการเตรียมกระชังอวนเขียวขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 10 เมตร ยังไม่ต้องลงบ่อแค่เตรียมไว้ก่อน ทำแปลงผักลอยน้ำโดยใช้ผักตบชวามากองบนโครงไม้ไผ่ที่ทำขึ้นเป็นรูปสี่เหลี่ยม แปลงผักที่ทำขึ้นต้องให้เล็กกว่ากระชังที่เตรียมไว้ กว้างประมาณ 2 x 8 เมตร เหตุที่ต้องทำแปลงผักให้เล็กกว่ากระชังเพื่อจะให้มีพื้นที่ว่างซึ่งเป็นพื้นที่น้ำสำหรับกบ จากนั้นอัดผักตบชวาให้แน่นให้ได้ความหนาของชั้นประมาณ 30 เซนติเมตร แล้วขึ้นไปเหยียบเดินไปเดินมาเพื่อเป็นการอัดให้ผักตบชวาแน่น และคงทนต่อการใช้งานทำแบบนี้เป็นชั้น ๆ จนได้ความหนาของผักตบชวาประมาณ 1 เมตร หรือสูงกว่า 1 เมตรอีกนิดก็ดี เผื่อไว้ในช่วงที่ผักตบชวาแห้งและยุบลงมา เมื่อได้ความหนาของผัตบชวาตามที่ต้องการแล้วก็นำดินมาโรยบนผิวหน้าไม่ต้องโรยมาก โรยเพียงเล็กน้อยแล้วใช้มีดพร้าสับผิวหน้าด้านบนให้ใบผักตบละเอียด และให้สะดวกต่อการปลูก
การปลูกผักนั้นสามารถทำได้เลยหลังจากที่ทำแปลงเสร็จ โดยนำต้นกล้าของผักที่เพาะเตรียมไว้มาลงปลูกบนแปลงตามระยะที่เหมาะสมของผักแต่ละชนิด ช่วงปลูกใหม่ก็อาจจะรดน้ำบ้างนิดหน่อยแต่โดยปกติลักษณะแปลงผักลอยน้ำ พืชสามารถดูดน้ำขึ้นมาใช้ได้โดยตรง แต่ช่วงแรกผักตบชวายังสด การดูดซับน้ำอาจยังไม่ดีเท่าที่ควร ผักที่เหมาะสมกับลักษณะของแปลงลอยน้ำควรเป็นพืชระยะสั้นเช่น แตงกวา ผักกาด ผักคะน้า ผักบุ้งจีน เป็นต้น ประเภทไม้ดอกก็สามารถปลูกได้ครับเช่น ดอกดาวเรือง เป็นต้น การทำแปลงแต่ละครั้งสามารถใช้งานได้นานประมาณ 6 เดือน ฉะนั้นสามารถปลูกผักได้ 3 รุ่น และเลี้ยงกบได้ 2 รุ่น ต่อ 1 แปลง หลังจากที่ต้นกล้าผักที่เราปลูกโตและแข็งแรงดีแล้ว ก็นำกระชังกบที่เตรียมไว้มาลงได้เลย โดยสอดเข้าไปใต้แปลงผักที่ลอยน้ำอยู่ ใช้ไม้หลักปักขึงเป็นรูปกระชัง ส่วนแปลงผักก็จะลอยอยู่ในกระชัง พื้นที่ว่างซึ่งเป็นพื้นที่น้ำ ระหว่างกระชังกับแปลงผักให้ใส่ผักตบชวาสดลงไปเพื่อเป็นทีหลบซ่อนของกบ หลังจากนั้นก็นำลูกกบอายุประมาณ 1 เดือนมาปล่อยลงเลี้ยงได้เลย ไม่ต้องกลัวว่ากบจะไปทำอันตรายกับพืชผักนะครับ เพราะกบนิสัยของมันจะชอบหลบซ่อนตัว มันจะอาศัยตามผักตบชวา หรือใต้ใบผักที่เราปลูก อัตราการปล่อยกบประมาณ 1000-1200 ตัว ไม่ต้องปล่อยแน่นเกินไปเพราะต้องเผื่อพื้นที่แปลงผักด้วย ถ้าปล่อยแน่นเกินไปเดี๋ยวกบก็จะมาอัดอยู่บนแปลงผักมากเกินไปพืชผักจะเสียหายได้ ในการเลี้ยงกบอาจให้อาหารเม็ดหรือปลาสับก็ได้ วันละ 2 ครั้ง ส่วนแปลงผักก็ดูแลควบคู่กันไปให้ปุ๋ยทางใบและทางราก โดยเน้นปุ๋ยอินทรีย์อย่าใช้ปุ๋ยเคมีนะครับเดี๋ยวจะเป็นอันตรายกับกบได้ ผักใช้เวลา 30-50 วันก็สามารเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของผักด้วยครับ ส่วนกบก็เลี้ยงต่อไปอีกนิดใช้เวลาประมาณ 3 เดือนก็สามารถจับขายได้ แปลงผักกับกระชังอย่าทำให้โตมากเดี๋ยวจะยากต่อการดูแลและจัดการ
เห็นมั๊ยครับไม่ยากอย่างที่คิดแค่การนำการทำการเกษตรมาผสมผสานปรับเปลี่ยนเทคนิคนิด ๆ หน่อย ๆ ก็กลายเป็นอีกหนทางหนึ่งในการเพิ่มพูนรายได้และที่สำคัญเป็นการทำเกษตรที่อยู่บนหลักของความพอเพียงด้วยนะครับ
ข้อดีของการปลูกผักควบคู่กับการเลี้ยงกบโดยใชวิธีนี้คือ•   สามารถใชวัสดุที่เปรียบเสมือนวัชพืชอย่างผักตบชวามาใช้ให้เกิดประโยชน์
•   เป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เกษตรกรบางท่านที่ไม่มีพื้นที่ปลูกผักมีแต่พื้นที่น้ำแต่อยากจะปลูกผักก็สามารถทำได้
•   นำผักตบชวาในแปลงที่หมดอายุการใช้งานคือ เกิน 6 เดือนมาทำเป้นปุ๋ยอินทรีย์ได้
•   พืชผักที่ปลูกสวยงาม กบโตเร็ว โดยไม่ต้องใช้สารเคมี
ข้อดีของการทำเกษตรแบบนี้มีมากมายครับ ฉะนั้นอย่าช้านะครับ ถ้าที่บ้านอยู่ติดกับแม่น้ำลำคลองยิ่งดี หรือหากมีอะไรสงสัย ผมยินดีและพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่าน โทรศัพท์ 086-2904799

โดย จำนง ถีราวุฒิ

ภาพจาก  https://www.77kaoded.com