ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

          ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญสภาวะสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพตลอดเวลา เนื่องจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ถูกต้อง เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การล่าเพื่อการค้า ซึ่งพืชป่าและสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ มีผลทำให้แมลงไม่สามารถเจริญเติบโตได้และมีปริมาณลดลง แมลงเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญในระบบนิเวศต่างๆการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพของแมลงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และสังคมของมนุษย์ ซึ่งแมลงที่กล่าวถึงในที่นี้ คือ แมลงหนอนปลอกน้ำนั้นเอง

          แมลงหนอนปลอกน้ำ (Caddis flies) นับเป็นแมลงที่มหัศจรรย์มาก เมื่ออยู่ในช่วงตัวอ่อน แมลงชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในน้ำและสร้างปลอกขึ้นมาจากเศษทราย กรวด เปลือกหอย กิ่งไม้ใบไม้ หรือเศษอะไรก็ได้ทุกอย่างที่มีขนาดเล็กในสภาพแวดล้อม เปลือกที่มันสร้างสรรค์ขึ้นมักจะสวยงามราวกับงานศิลปะ

          เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย(โครงการ BRT) โดยนักสิ่งแวดล้อมได้เล็งเห็นความสำคัญของแมลงน้ำ ช่วยประเมินคุณภาพน้ำในเชิงชีวภาพ เร่งศึกษาชนิดของแมลงน้ำ โดยเฉพาะแมลงหนอนปลอกน้ำ เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบคุณภาพน้ำ หวังใช้ข้อมูลด้านชีวภาพประเมินคุณภาพน้ำร่วมกับปัจจัยกายภาพ/เคมี และเป็นนโยบายในการตัดสินคุณภาพน้ำผิวดินในอนาคต


          การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำเพื่อรักษาคุณภาพน้ำให้อยู่ในสภาพที่มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์ได้เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแหล่งน้ำโดยตรง ทั้งนี้การตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ความขุ่น-ใสของน้ำ หรือการวัดค่า COD BOD และยังมีการใช้ข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ หรือการตรวจสอบคุณภาพน้ำในเชิงชีวภาพ ซึ่งสามารถสะท้อนคุณภาพโดยรวมของปัจจัยทุกชนิดในแหล่งน้ำได้เป็นอย่างดี

 

ตัวอ่อนแมลงหนอนปลอกน้ำ

ภาพจาก https://www.thairath.co.th

 

          เพ็ญศรี บรรลือ นักศึกษาปริญญาเอกด้านความหลากหลายของแมลงหนอนปลอกน้ำ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การตรวจสอบคุณภาพน้ำในเชิงชีวภาพสามารถใช้สิ่งมีชีวิตเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้แมลงน้ำ ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีจำนวนและชนิดมากที่สุด และเนื่องจากแมลงน้ำสามารถอยู่อาศัยได้ในแหล่งน้ำทุกรูปแบบมีความทนทานต่อสภาวะมลพิษได้แตกต่างกัน เกาะอยู่กับที่หรือเคลื่อนที่ได้ไม่ไกลนัก ทำให้สามารถใช้ในการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ได้ บางชนิดมีวัฏจักรชีวิตที่ยาวนาน ทำให้เห็นความแตกต่างของปัญหามลพิษที่มีต่อสิ่งมีชีวิตในช่วงเวลาที่ต่างกัน


          "การใช้แมลงน้ำในการประเมินคุณภาพน้ำนั้น จำเป็นจะต้องรู้ชนิดของแมลง การใช้แมลงหนอนปลอกน้ำตัวเต็มวัย ที่สามารถระบุชนิดได้จะทำให้ข้อมูลแม่นยำและเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการศึกษาแมลงหนอนปลอกน้ำในประเทศไทยถือว่ามีความก้าวหน้ามากเมื่อเทียบกับแมลงกลุ่มอื่นๆ โดยปัจจุบันสามารถจำแนกชนิดแมลงหนอนปลอกน้ำที่พบทั้งหมดในประเทศไทยได้ถึง 1,000 ชนิด กว่า75% เป็นชนิดที่ค้นพบใหม่โดยสมาชิกในหน่วยวิจัยติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม นำโดย รศ.ดร.พรทิพย์ จันทรมงคล ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้ยังได้มีการรวบรวมข้อมูลแมลงหนอนปลอกน้ำในประเทศไทย เพื่อสร้างฐานข้อมูลให้สามารถนำไปใช้ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการ BRT ภายใต้การสนับสนุนของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC)และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในการศึกษาครั้งนี้

 

ตัวเต็มวัยที่พร้อมขยายพันธุ์

ภาพจาก https://www.thairath.co.th

 

          หนอนปลอกน้ำ จัดอยู่ในอันดับไทรคอปเทอร่า (Order Trichoptera) ชื่อสามัญคือ caddisfly โดยตัวอ่อนจะอาศัยอยู่ในน้ำ และสร้างปลอกขึ้นมาจากเศษ ทราย กรวด เปลือกหอย กิ่งไม้ ใบไม้ หรือสิ่งอื่นใดที่มีขนาดเล็ก ที่มีอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มันอาศัยอยู่ อย่างสวยงาม แมลงหนอนปลอกน้ำ เป็นแมลงในวงศ์ Trichoptera trich แมลงหนอนปลอกน้ำ เป็นผีเสื้อราตรีขนาดเล็ก มีปีกใสบาง สองคู่ ตัวอ่อนจะอาศัยอยู่ในน้ำจืดที่ค่อนข้างสะอาด มีออกซิเจนสูง ส่วนตัวเต็มวัยจะบินหา คู่ผสมพันธุ์อยู่บนบกบริเวณใกล้ ๆ กับแหล่งน้ำ

 

 

วงจรชีวิต

       เริ่มจากไข่ มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างแต่ละระยะในวงจรชีวิต แมลงน้ำบางชนิด เช่น หนอนปลอกน้ำ (caddisflies) วงจรชีวิตมี 4 ระยะ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างสมบูรณ์ (complete metamorphosis) ส่วนชีปะขาว (mayflies) และแมลงเกาะหิน (stoneflies) วงจรชีวิตมี 3 ระยะ เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปร่างแบบไม่สมบูรณ์ (incomplete metamorphosis) โดยในแต่ละระยะมีรูปร่างลักษณะและหน้าที่แตกต่างกัน

 

ลักษณะสัณฐานวิทยา

 

       อวัยวะบางส่วนคล้ายกับแมลงที่อยู่บนบก ร่างกายแบ่งออกเป็น 3 ส่วน (หัว อก และท้อง) มีขา 3 คู่ และมีหนวดรูปร่างแบบต่าง ๆ ตัวอ่อนบางชนิด โครงสร้างมีลักษณะเฉพาะ เช่น มีเหงือก หาง เล็บ และส่วนของปากที่เปลี่ยนแปลงไป โครงสร้างเหล่านี้ช่วยให้สามารถจำแนกกลุ่มของแมลงน้ำได้ เช่น ตัวอ่อนแมลงเกาะหินมีแพนหาง (cerci) 2 เส้น และมีเล็บ (claw) 2 อันที่ขาแต่ละข้าง ในขณะที่ชีปะขาวมีแพนหาง 2 หรือ 3 เส้น และมีเล็บ 1 อัน ที่ขาแต่ละข้าง

 

ถิ่นอาศัย

 

       อาศัยในบริเวณที่น้ำไหล พื้นใต้ล่างเป็นก้อนหิน หลายชนิดพบบริเวณแก่งที่มีน้ำไหลเร็วและใส โดยจะเกาะที่ก้อนหิน ในแหล่งน้ำไหลรูปร่างมักมีลักษณะแบนราบเพื่อป้องกันการถูกพัดพาไปกับกระแสน้ำ ในบริเวณแหล่งน้ำที่กระแสน้ำไหลช้า หลายชนิดมีการปรับตัวโดยการฝังตัวอยู่ในตะกอนดิน หรือสร้างปลอกหุ้มห่อลำตัวที่มีลักษณะเป็นรังช่วยในการป้องกันศัตรู ในการอาศัยอยู่ในน้ำ แมลงน้ำจำเป็นต้องอาศัยออกซิเจนที่อยู่ในน้ำ โดยการหายใจทางเหงือก

 

ประโยชน์จากแมลงหนอนปลอกน้ำ

 โดยใช้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของน้ำ ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้


1.   ง่ายต่อการเก็บมาศึกษาวิจัย


2.   มีจำนวนมาก และมีการตอบสนองที่ดี แมลงน้ำบางชนิดไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เมื่อแหล่งน้ำมีสภาพเปลี่ยนแปลงไป เช่น มีปัญหามลภาวะในแหล่งน้ำ ปริมาณตะกอนที่มาก อุณหภูมิของน้ำสูง ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำต่ำ ส่วนแมลงน้ำชนิดที่สามารถอาศัยอยู่ได้ในสภาวะดังกล่าว เรียกว่า กลุ่มทนทาน


3.   มีจำนวนมากพอ แม้ในพื้นที่ขนาดเล็กที่เป็นแหล่งอาศัยของแมลงน้ำได้

 

          ในปัจจุบันเราต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการจัดซื้ออุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพน้ำ ถ้าเครื่องมือไม่เสีย แน่นอนค่ะความแม่นยำในการตรวจวัดมีสูง แต่ถ้าเครื่องมือมีปัญหา การได้มาซึ่งความแม่นยำของคุณภาพน้ำก็เป็นเรื่องที่ยากเช่นกัน แต่เครื่องมือทางธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ที่ไม่ต้องออกเงินแม้แต่สตางค์เดียวอย่างหนอนปลอกน้ำ ตัวชี้วัดคุณภาพน้ำที่ธรรมชาติให้มาถือว่าแน่นอนและแม่นยำอย่างแท้จริง แต่เครื่องมือชนิดนี้ กำลังสูญสิ้นเพราะน้ำมือของมนุษย์ที่นำเทคโนโลยีมาบุกรุกธรรมชาติ ระบบนิเวศน์ของหนอนปลอกน้ำถูกทำลายตามไปด้วย

 

          ถึงเวลาแล้วที่ต้องหยุดพฤติกรรมเบียดเบียน ทำลายหรือกิจกรรมที่ทำร้ายธรรมชาติเสียที เพื่อที่จะให้มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป โดยเฉพาะคนกับหนอนปลอกน้ำค่ะ..

 

เรียบเรียงโดย...ฉวีวรรณ หนูนุ่น

 

อ้างอิง

http://www.thaipost.net/x-cite/070510/21850

http://www.dnp.go.th/foremic/entomology/Web/Eminent/Eminent/aquatic%20insects/aquatic%20insects.htm

http://www.thaipost.net/x-cite/070510/21850

http://wowboom.blogspot.com/2009/05/7-caddisflies.html

http://researchers.in.th/blog/learning/3436