อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ใครหลาย ๆ คนอาจจะไม่เข้าใจว่า เอ๊ะ! อะไรกันน่ะที่เขาเรียกว่าโพงพางแน่ะ...ใครจะงง ใครจะสงสัยก็ช่างเถอะ แต่ชาวบ้านที่อยู่รอบทะเลสาบตอนนอกน่ะเขาเข้าใจดีว่าคืออะไร เพราะโพงพางนั้นแหล่ะที่ทำให้เขาอยู่จนถึง ตอนนี้สามารถเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว ส่งลูกส่งหลานให้ได้เรียนสูง ๆ ได้งานทำที่ดี ๆ ซึ้งถ้าคิดกันแล้วชาวบ้านแถบนี้อยู่ได้ก็เพราะโพงพางนั่นแหล่ะ

          

ภาพจาก http://www.tnamcot.com

 

          โพงพางเป็นการทำประมงอย่างหนึ่ง ซึ่งจะทำการดักขวางตามร่องน้ำลึกบริเวณปากทะเล แม่น้ำ ลำคลอง โพงพางนี้เป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำประเภทประจำที่ ซึ่งแถบนี้จะทำกันเป็นแถบยาวโดยแต่ละแถวจะประกอบไปด้วยช่องโพงพางจำนวนมากมาย แล้วแต่ใครจะจอง ประมาณว่า ใครเร็วกว่า ขยันกว่า พร้อมกว่า หรือมีแรงงานมากกว่าก็จัดไป ดังนั้นโพงพางแถบทะเลสาบตั้งแต่ปากอ่าวบริเวณท่าเทียบเรือน้ำลึกไปจนถึงบริเวณสะพานติณฯ จึงมีเจ้าของโพงพางไม่เท่ากัน บางคนมีมากมายหลายช่องบางคนก็มีน้อยดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้นแหล่ะ....

          โพงพางจะประกอบไปด้วยเสาขนาดใหญ่ 2 ต้น ใช้เป็นหลักสำหรับยืดโพงพางเอาไว้ ความยาวของเสาขึ้นอยู่กับความลึกของน้ำทะเลก็ประมาณ 4 – 12 เมตร ถุงโพงพางจะทำด้วยอวนตาข่าย ขนาดตาจะถี่มากปากถุงจะกว้างประมาณ 4 – 8 เมตรขึ้นอยู่กับบริเวณที่ดักโพงพาง ส่วนการทำประมงนั้นชาวบ้านจะนำถุงโพงพางไปผูกติดกับหลักที่ปักไว้ และสอดคร่อมกับไม้แล้วปักลงดินทางอีกด้านหนึ่ง ปากถุงก็จะเปิดอ้านั่นหมายถึงเราเริ่มทำการประมงแล้ว การดักโพงพางส่วนใหญ่แล้วจะทำช่างกระแสน้ำลงและจะดักในช่วงกลางคืนแล้วสัตว์น้ำที่ได้มาจำหน่ายในช่วงเช้า...

          โพงพางในทะเลสาบสงขลามีการดักกันมากเป็นแถวยาว ทำให้หลายคนมองแล้วไม่สวยงาม ทำลายทัศนัยภาพ กีดขวางทางจราจรทางน้ำ และที่สำคัญทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำขนาดเล็กจนหมด แต่ทราบหรือไม่ว่าโพงพางมีความสำคัญและมีค่ามากสำหรับคนแถบนี้สามารถเลี้ยงครอบครัวมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และโพงพางก็มีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันตลอดโดยราคาที่ซื้อขายกันก็ตั้งแต่ 10,000 – 20,000 บาท เลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับว่าล่องน้ำนั้นจับกุ้งได้เยอะไหม ทำประมงสะดวกมั้ย ยุ่งยากหรือเปล่าเวลาไปดักกลางคืนแน่ะ....

          ปัญหาเรื่องโพงพาง เป็นปัญหาที่องค์กรของรัฐพยายามหาทางออกให้ลงตัวที่สุดในการแก้ปัญหา มีการมอบที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร หรือจะตกลงกันทำโพงพางได้ 6 เดือนต่อปี และอีกหลาย ๆ วิธีเสนอให้ทำแต่ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้เนื่องจากว่าชาวบ้านแถบนี้จะชินกับการทำประมงแบบนี้ ซึ่งถ้าจะทำอาชีพอื่นละก้อต้องเริ่มใหม่หมด และอีกอย่างผู้คนส่วนมากจะมีฐานะ ค่อนข้างยากจนหาเลี้ยงชีพไปวัน ๆ เท่านั้น ซึ่งอาชีพอื่นต้องรออีกหลาย ๆ วัน จึงจะได้เงินมาเลี้ยงชีพ ดังนั้นจึงไม่ทันสำหรับจะเลี้ยงครอบครัวซึ่งก็น่าเห็นใจและน่ะสงสารมาก

          สำหรับสัตว์น้ำที่จับได้กับการทำประมงด้วยโพงพาง ได้แก่ กุ้งกุลาดำ กุ้งแช่บ๊วย กุ้งหัวแข็งเล็ก – ใหญ่ ปลาท่องเที่ยว ปลาตะกรับจุด ฯลฯ ซึ่งสัตว์น้ำที่จับได้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย เมื่อจับได้แล้วชาวบ้านก็จะนำไปขายอีกทอดหนึ่งหรือบางคนก็จะนำไปขายเองที่ตลาด สำหรับชาวบ้านที่ไปขายต่ออีกทอดหนึ่งนั้นราคาก็จะตกลงกันเองตามความพอใจทั้งสองฝ่าย ซึ่งวิถีชีวิตของชาวบ้านแถบนี้ก็จะดำเนินไปในลักษณะนี้ตลอดชั่วกาลนาน...

โดย.. บุญยา คงคาลิหมีน