ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

เมื่อกล่าวถึงปะการังเทียมแล้ว หลายๆ ท่านคงจะทราบดีว่ามีประโยชน์มากมายมหาศาลต่อสัตว์น้ำใต้ท้องทะเลเพียงใด เช่น เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต เป็นแหล่งทดแทนประชากรสัตว์น้ำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ เป็นแหล่งตกปลา ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และอื่นๆ อีกมากมาย ปะการังเทียมยังช่วยให้ชาวประมงไม่ต้องออกจากฝั่งไปไกลก็สามารถหาปูหาปลาได้แล้ว และยังช่วยประหยัดต้นทุนค่าน้ำมันได้อีกด้วย

   


ปะการังเทียมอาจไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่อะไร ในอดีตชาวประมงได้นำกิ่งไม้ไปสุมไว้ใต้น้ำ เพื่อให้ปลาเข้ามาอยู่อาศัย จากหลักการล่อให้สัตว์น้ำเข้ามาอาศัยดังกล่าว จึงมีการพัฒนานำวัสดุต่างๆที่หาได้มาใช้ เช่น ต้นไม้ ยางรถยนต์ คอนกรีตเหล็ก เป็นต้น มาประกอบเป็นรูปทรงต่างๆ จะเห็นได้ว่าจากนิยามนี้ แหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจัดเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำประมงชนิดหนึ่ง ที่ไม่ได้จำกัดในเรื่องรูปแบบ วัสดุ และขนาด แต่สิ่งก่อสร้างอะไรก็ตามที่สร้างโดยมุ่งหวังให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาแล้ว จัดเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลทั้งสิ้น 

 

          มาดูถึงประโยชน์ของปะการังเทียมกันบ้างดีกว่าค่ะ ว่ามีความสำคัญมากน้อยเพียงใด ทำไมเราจึงต้องช่วยกันดูแล และทำไมเราถึงขาดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้

ประโยชน์ของปะการังเทียมมีดังนี้

1. เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในทะเล บริเวณที่มีการสร้างปะการังเทียมเป็นบริเวณที่มีความหลากหลาย มีสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เข้ามาอยู่อาศัยมากมาย และเป็นบริเวณที่มีผลผลิตเบื้องต้นจำพวกสารอินทรียวัตถุ แพลงก์ตอนพืช และตัวอ่อนสิ่งมีชีวิตสูง ซึ่งเหมาะสำหรับเป็นแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตในทะเลบริเวณแนวปะการังเทียมจึงเป็นบริเวณที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร และแหล่งป้องกันตัวของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตจำพวกเกาะติด และสิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตแบบอิสระ ซึ่งส่งผลให้บริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งที่มีผลผลิตของมวลชีวภาพมาก

2. เป็นแหล่งทดแทนประชากรสัตว์น้ำ คือ การที่สัตว์น้ำรุ่นใหม่เจริญเติบโตขึ้นมาจนได้ขนาดหรือมีอายุมากพอที่จะมารวมกับสต็อกเดิมของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้ ทำให้สัตว์น้ำในกลุ่มดังกล่าวมีโอกาสที่จะถูกทำการประมงหรือถูกจับได้ ดังนั้นการทดแทนประชากรสัตว์น้ำจะเป็นปัจจัยทางบวกที่สามารถช่วยให้ประชากรสัตว์น้ำคงอยู่ได้โดยไม่สูญพันธุ์ เนื่องจากการตายโดยธรรมชาติหรือลดน้อยลงจากการประมง (ทวนทอง, 2543) โดยส่วนใหญ่ตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิตในทะเลจะดำรงชีวิตแบบแพลงก์ตอน ทำให้ประชากรของสัตว์ทะเลในระยะนี้มีการถูกล่าและมีอัตราการตายสูง สิ่งมีชีวิตในทะเลจึงมีการผลิตตัวอ่อนออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้สามารถดำรงพันธุ์อยู่ได้ ตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิตในทะเลบางชนิด เช่น ตัวอ่อนของปะการัง หอย ฟองน้ำ เป็นต้น เมื่อเวลาผ่านไปช่วงหนึ่งจะหาพื้นที่ลงเกาะ แต่ถ้าในบริเวณนั้นมีพื้นที่ยึดเกาะไม่เพียงพอหรือพื้นที่มีลักษณะไม่เหมาะสมต่อการลงเกาะตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็อาจจะมีอัตราการตายสูง (Bernabé and Bernabé-Quet, 1997) การสร้างปะการังเทียมจึงเป็นการเพิ่มโอกาสการรอดให้แก่ตัวอ่อนสัตว์น้ำเหล่านี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นสำหรับที่ลงเกาะของสิ่งมีชีวิตเกาะติด และยังเป็นแหล่งฟักไข่ของปลา เป็นแหล่งหลบภัยจากผู้ล่าของลูกปลาวัยอ่อน ทำให้ตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีโอกาสรอดสูง และส่งผลให้มีการทดแทนตามธรรมชาติได้มากขึ้น Perkol-finkel และ Benayahu (2007) กล่าวว่าความแตกต่างของการทดแทนประชากรสิ่งมีชีวิตจำพวกเกาะติดในแต่ละบริเวณขึ้นอยู่กับปัจจัยสิ่งแวดล้อมทั้งทางกายภาพและชีวภาพ เช่น กระแสน้ำ ปริมาณตะกอน ความสามารถในการลงเกาะของตัวอ่อน เป็นต้น

3. เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ กิจกรรมการดำน้ำจัดว่าเป็นกิจกรรมที่มีอัตราการขยายตัวมากกิจกรรมหนึ่งของกิจกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลซึ่งกิจกรรมนี้นอกจากส่งเสริมอาชีพ และทำรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศด้วย แต่ก็ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมาจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าในการดำน้ำแต่ละครั้ง นักดำน้ำแต่ละคนจะมีการจับปะการัง ตีฟินโดนปะการัง หรือสายต่างๆ จากอุปกรณ์ดำน้ำด้วย ถังอากาศมีการเกี่ยวกับกิ่งก้านปะการัง ส่งผลให้ปะการังเกิดความเสียหาย นอกจากการตีฟิน การจับ หรือการเกี่ยวพันของอุปกรณ์ดำน้ำแล้ว นักดำน้ำหลายคนยังมีการยืนพัก นั่งพัก คุกเข่าลงบนปะการังก้อน ทำให้ตัวปะการังมีโอกาสตายได้ ถึงแม้ว่าโครงร่างหินปูนจะไม่หักพังก็ตาม การจัดวางปะการังเทียมจึงเป็นการสร้างแหล่งดำน้ำใหม่และเป็นหนึ่งในรูปแบบของการจัดการทรัพยากรแนวปะการังที่สำคัญมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และผู้ดูแลทรัพยากรแนวปะการัง และช่วยลดผลกระทบจากกิจกรรมการดำน้ำต่อแนวปะการังได้ทางหนึ่ง

4. ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง การสร้างแนวปะการังเทียมนอกจากจะถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มผลผลิตและจำนวนประชากรสัตว์น้ำ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำแล้ว ปะการังเทียมยังช่วยลดการท่วมขังและการกัดเซาะของชายฝั่ง เนื่องจากปะการังเทียมจะช่วยให้ขนาดของคลื่นลดลงและช่วยเปลี่ยนทิศทางของคลื่น ทำให้ช่วยป้องกันแนวชายฝั่งบางส่วนไว้ได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับชายฝั่งและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่กับบริเวณใกล้เคียงได้

5. เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยทั่วไปพบว่าบริเวณปะการังเทียมจะมีความหลากหลายของปลาวัยอ่อนมากกว่าในบริเวณทะเลเปิด เช่น ตัวอ่อนของปลาหลังเขียว ปลาไส้ตันหลังแถบ ปลาปากคม ปลาหางแข็งหรือปลาสีกุน ปลาสลิดหิน ปลาตีนแถบ ปลาทูหรือปลาโอ ปลาบู่ เป็นต้น นอกจากนี้ Forrester (1955) กล่าวว่าลูกปลาวัยอ่อนเหล่านี้ส่วนหนึ่งอาจจะถูกกิน โดยผู้ล่า หรืออาจจะตายไปเองโดยธรรมชาติ ดังนั้นปริมาณความชุกชุมของลูกปลาวัยอ่อน และอัตราการรอดของปลาวัยอ่อนเหล่านี้ อาจจะเป็นตัวกำหนดการทดแทนประชากรปลาในบริเวณปะการังธรรมชาติและในบริเวณปะการังเทียมได้

6. เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตพวกเกาะติด Ponti และคณะ (2002) กล่าวว่า บริเวณปะการังเทียมสามารถพบสิ่งมีชีวิตจำพวกเกาะติดอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เนื่องจากปะการังเทียมมีลักษณะพื้นผิวที่แข็งเหมาะสำหรับสิ่งมีชีวิตจำพวกยึดเกาะ ซึ่งสามารถรับอาหารจากตะกอนแขวนลอย หรือแพลงค์ตอนพืชในบริเวณนั้นได้ จึงทำให้ในบริเวณดังกล่าวมีสิ่งมีชีวิตพวกกรองกิน (filter feeders) ชุกชุม นอกจากนี้ Perkol-finkel และ Benayahu (2007) กล่าวว่า โดยทั่วไปในบริเวณที่มีการจัดสร้างปะการังเทียมจะพบสิ่งมีชีวิตจำพวกเกาะติดคล้าย ๆ กัน โดยสิ่งมีชีวิตจำพวกเกาะติดที่สามารถพบได้บ่อยหลังจากทีมีการสร้างปะการังเทียมในแต่ละบริเวณ ได้แก่ พวกไฮโดรซัว ไส้เดือนทะเลชนิดสร้างท่อ หอย และฟองน้ำ เป็นต้น   เนื่องจากสัตว์กลุ่มนี้มีวงจรชีวิตในช่วงระยะเวลาตัวอ่อนสั้น ทำให้สามารถพัฒนาตัวอ่อนให้เข้าสู่ระยะที่สามารถลงเกาะได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อเวลาผ่านไปจะส่งผลให้สิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้มีความหนาแน่นมากขึ้น

จะเห็นได้ว่ามนุษย์เราก็สามารถสร้างบางสิ่งบางอย่างทดแทนสิ่งที่ธรรมชาติขาดไปได้เหมือนกัน และเราทุกคนควรช่วยกันอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรเหล่านี้ไว้ให้คงอยู่ตราบนานเท่านานต่อไป ไม่ใช่ให้แค่ใครคนใดคนหนึ่งหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้นที่มีหน้าที่ดูแล แต่เราคนไทยทุกคนควรช่วยกันรักษาทรัพยากรใต้ผืนน้ำนี้ เพื่อประโยชน์ต่อมนุษย์เราทุกคน เพราะทรัพยากรเหล่านี้เป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญต่อประเทศ สามารถสร้างมูลค่าได้มหาศาล และข้าพเจ้าอยากเห็นเมืองไทยมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งอาหารที่เพียงพอต่อคนทั้งประเทศ และสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศและสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านที่มีพื้นที่ติดทะเลต่อไป

เรียบเรียงโดย……นางสาวเจษฎาภรณ์ อินทรัตน์

อ้างอิง

http://marinegiscenter.dmcr.go.th/km/artificialreef_doc10/#.VNzDiuasX5N

http://www.oknation.net/blog/narapong-sak/2011/04/17/entry-1

http://www.fisheries.go.th/mf-emdec/mainweb/ar.html

http://market.taradkaset.com/news

https://www.heb-fuqiang.com