อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

อาหารคน อาหารสัตว์ อาหารเสริม วุ้น เครื่องสำอาง พลังงานเชื้อเพลิง ปุ๋ย และระเบิดไดนาไมต์ คุณทราบหรือไม่ว่า สิ่งที่กล่าวมานี้มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร และเป็นผลิตผลมาจากสิ่งใด คำตอบคือ “สาหร่าย”???  สำหรับตัวอื่นๆก็พอเข้าใจได้ว่า สามารถผลิตหรือมีส่วนผสมของของสาหร่ายแต่ ระเบิดไดนาไมต์ ....เอ๊ะ! มันเป็นไปได้อย่างไร อย่าเพิ่งหนีไปไหนนะคะ อ่านบทความฉบับนี้ให้จบ คำตอบพร้อมจะระเบิดให้ทราบในช่วงท้ายๆค่ะ

          สาหร่าย ( Algae) เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ (protis) ซึ่งประกอบด้วยเซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ บางชนิดมีขนาดเล็กจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า และบางชนิดมีขนาดใหญ่ ความยาวหลายสิบเมตร สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้โดยใช้คลอโรฟิลด์ เอ ทำให้หลายๆคนอาจยังเข้าใจผิดว่า สาหร่ายคือพืชชนิดหนึ่ง เนื่องจากสาหร่ายส่วนใหญ่จะมีสีเขียว แต่ในความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะสาหร่ายไม่มีใบ ราก และลำต้นที่แท้จริง โดยทุกๆส่วนจะเรียกรวมกันว่า “thallus” ซึ่งประกอบด้วย

ที่มา : http://rurathinjamemint.blogspot.com

รงควัตถุ (pigment) ที่พบในสาหร่าย

  1. คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) เป็นรงควัตถุที่พบในสาหร่าย มีสีเขียว ประกอบด้วย chlorophyll a พบในสาหร่ายทุกชนิด ซึ่งสามารถช่วยในการสังเคราะห์แสง และ chlorophyll b, chlorophyll c, chlorophyll d และ chlorophyll e พบแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของสาหร่าย
  2. แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) เป็นรงควัตถุ สีเหลือง ส้ม แดง และส้ม-แดง พบทั่วไปในพืช และสิ่งมีชีวิตที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ ทำงานร่วมกับคลอโรฟิลล์ ซึ่งทำหน้าที่ดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์ และป้องกันอันตรายจากแสง (photoprotective agents) เป็นกลุ่มสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ประกอบด้วย แคโรทีน (carotene) สีส้ม และแซนโทฟิลด์ (xanthophyll) สีเหลือง
  3. ไฟโคบิลิน (Phycobilin) รวมอยู่กับโปรตีนเป็นสารประกอบที่เรียกว่า ไฟโคบิลิโปรตีน (phycobiliprotein) สามารถละลายได้ดีในน้ำ ประกอบด้วยไฟโคเออริธิน (phycoerytrin) มีสีแดง และไฟโคไซยานิน (phycocyanin) มีสีน้ำเงิน จึงพบเฉพาะในสาหร่ายสีแดง และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินเท่านั้น  

การจัดหมวดหมู่ของสาหร่าย

          โดยจำแนกได้จากลักษณะโครงสร้าง การสืบพันธุ์ ที่อยู่อาศัยและวงจรชีวิต แบ่งได้เป็น 6 ดิวิชัน ดังนี้

  1. Division – Cyanophyta กลุ่มของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (blue green algae)
  2. Division – Chlorophyta กลุ่มของสาหร่ายสีเขียว (green algae)
  3. Division – Chrysophyta กลุ่มของสาหร่ายสีเหลืองหรือสีทองและพวกไดอะตอม (golden brown algae, diatoms)
  4. Division – Pyrophyta กลุ่มของไดโนแฟลตเจลเลต (dinoflagellates)
  5. Division – Pheophyta กลุ่มของสาหร่ายสีน้ำตาล (brown algae)
  6. Division – Rhodophyta กลุ่มของสาหร่ายสีแดง (red algae)

          สำหรับรายละเอียดของสาหร่ายในแต่ละดิวิชัน ผู้เขียนขอยกยอดไว้ในบทความฉบับต่อไปค่ะ        เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเริ่มบ่นเบา ๆแล้วว่า เมื่อไรจะเฉลยว่า แล้วเจ้าระเบิดไดนาไมต์กับสาหร่ายเกี่ยวข้องกันอย่างไร อดใจรออีกนิดนะคะ ก่อนอื่นทราบกันหรือไม่ค่ะว่ามนุษย์เริ่มมีการใช้ประโยชน์จากสาหร่ายมาตั้งแต่เมื่อไร

          การใช้ประโยชน์จากสาหร่ายเริ่มขึ้นเมื่อ 2,000 ปีก่อน โดยชาวจีนได้นำเอา Noctoc ซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืดมาบริโภคในยุคข้าวยากหมากแพง และได้มีการใช้ประโยชน์เรื่อยมา ส่วนใหญ่ใช้ในการบริโภคเพื่อเป็นแหล่งโปรตีน และเมื่อเริ่มเป็นที่นิยม จึงได้มีการเพาะปลูก แปรรูป และการสกัดสารเพื่อนำมาใช้ในอุตสาหกรรมด้านต่างๆ มากขึ้น โดยสามารถจำแนกการใช้ประโยชน์ได้ดังนี้

  1. อาหารมนุษย์

          - Undaria pinnatifida (Wakame), Laminaria japonica (Combu) หลายๆคนที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นคงรู้จักกับสาหร่ายทั้งสองชนิดนี้เป็นอย่างดี

          - Porphyra sp. (Nori หรือจีฉ่าย) หลายๆคนพอได้ยินคำว่าโนริ คงคุ้นเคยเป็นอย่างดีเพราะนี่คือสาหร่ายที่อยู่ในซองขนมสาหร่ายอบกรอบหรือผสมในขนมยี่ห้อดังต่างๆ

          - Gracilaria fisheri  (สาหร่ายผมนาง) พบมากในบริเวณเกาะยอ จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี ซึ่งชาวบ้านจะเก็บและนำมาผ่านกระบวนการต่างๆก่อนนำมาปรุงเป็นอาหารที่ขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของเกาะยอ

          - Caulerpa sp. (สาหร่ายพวงองุ่น, สาหร่ายเม็ดพริกและสาหร่ายขนนก) สามารถนำมารับประทานเป็นผักเคียงน้ำพริกหรือนำมายำ และได้มีการเพาะเลี้ยงในเชิงพานิชย์

          - Chondrus crispis สาหร่ายสีแดง ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต คาราจีแนน(caranan) บางคนคงพอคุ้นหูอยู่บ้างแต่เมื่อพูดถึงคำว่า “เยลลี่” เชื่อว่าทุกคนหรือแม้แต่เด็กๆก็คงร้อง อ๋อ !!!

          - Laminaria sp.,  Macrocystis sp. (Kelp),  Sagassum sp. เป็นสาหร่ายสีน้ำตาลใช้สกัดalgenate ใช้ในการผลิตไวน์ เบียร์ น้ำผลไม้หรือใช้ในด้านการแพทย์ เป็นต้น

  1. อาหารสัตว์

          นำมาใช้เป็นอาหารเสริม และเป็นแหล่งโปรตีน เสริมสร้างเม็ดสีเพิ่มความสวยงามในสัตว์น้ำ ซึ่งสามารถให้กินโดยตรงหรือผสมในอาหารในสัตว์น้ำ เช่น Spirurina platensis, Isochrysis galbana, Chlorella spp. เป็นต้น สัตว์บก เช่น Sagassum sp., Ulva sp., Caulerpa sp. เป็นต้น

  1. การเกษตร

          ใช้ในการผลิตฮอร์โมนพืช ปุ๋ยชีวภาพ หรือใช้ในการผลิตยากำจัดศัตรูพืช เช่น Porphyra sp., Caulerpa sp., Gracillaria sp. เป็นต้น

  1. การบำบัดน้ำเสีย

          โดยการนำมาปลูกในบ่อน้ำที่มีปริมาณไนโตรเจนสูง โดยสาหร่ายจะนำเอาไนโตรเจนมาใช้ในการเจริญเติบโต ทำให้ปริมาณไนโตรเจนในบ่อลดลง สาหร่ายที่นำมาใช้ เช่น Sagassum sp., Porphyra sp., Kelp, Gracillaria sp., Caulerpa sp. เป็นต้น

  1. เครื่องสำอาง

           สารสกัดจากที่ได้จากสาหร่ายเพื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางมีหลายชนิด เช่น “แอสต้าแซนติน” (Astaxanthin) ได้จากสาหร่ายสีแดง โดยสีของสาหร่ายจะแดงมากน้อยต่างกันที่ระดับน้ำ ยิ่งน้ำลึกเท่าไหร่สีก็จะยิ่งแดงมากเท่านั้น Algowhite (Kelp Extract) สารสกัดจากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาล เป็นต้น

  1. พลังงานชีวมวล ใช้พลังงานที่ได้จากการสกัดสาหร่ายซึ่งนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ เช่น

          - bio diesel สกัดได้จาก Botryococcus sp. สาหร่ายสีเขียวเซลล์เดียว พบในน้ำจืดและน้ำกร่อย

          - bio ethanol สกัดจากสาหร่ายสีเขียวขนาดใหญ่ชนิด  Eucheuma sp.

          - bio gas สามารถผลิตได้จากสาหร่ายเกือบทุกกลุ่ม

  1. อื่นๆ เช่น การผลิตพลาสติกจากสาหร่าย (Alga bio-plastic) หรือการผลิตเส้นใยนาโนจากสาหร่ายสีน้ำตาล Turbinaria conoides ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

          เป็นอย่างไรบ้างค่ะ คงหายสงสัยกันแล้วใช่ไหม ว่าสาหร่ายมีคุณประโยชน์มากขนาดนี้เลยหรือ ใช่แล้วค่ะ ประโยชน์สาหร่ายมีมากมายจริง ๆ และแล้วก็มาถึงไฮไลท์ที่ได้กล่าวถึงในข้างต้นว่า ระเบิดไดนาไมต์กับสาหร่ายมาเกี่ยวข้องกันอย่างไร ถึงตอนนี้ผู้อ่านทุกท่านคงถอนหายใจเบา ๆ ว่าในที่สุดก็ได้รู้ซักที สำหรับการนำสาหร่ายมาผลิตเป็นระเบิดไดนาไมต์ ถูกคิดค้นโดย Alfred Bernhard Nobel เมื่อ คศ.1860 โดยใช้ Diatomnaceus earth ที่ได้จากฟอสซิลของไดอะตอม เนื่องจากว่าผนังเซลล์ของไดอะตอมประกอบด้วยซิลิกา ทำให้ได้ระเบิดที่มีเสถียรภาพสูง แต่ดู ๆ ไปแล้วในข้อนี้ผู้เขียนคิดว่ามันไม่ค่อยดีซักเท่าไรนะคะ เราควรนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านที่ดีแก่มนุษยชาติดีกว่าค่ะ

          ฉบับนี้ส่วนใหญ่ได้กล่าวถึง ความรู้ทั่วไปและการใช้ประโยชน์ สำหรับโครงสร้าง สารประกอบทางเคมีหรือสารชนิดต่างๆที่พบในสาหร่าย โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะแล้วท่านผู้อ่านจะได้ทราบ และรู้จักสาหร่ายได้ดียิ่งขึ้น สวัสดีค่ะ.... 

เขียนโดย ปณิตา ชุมเชื้อ

อ้างอิง

สาหร่าย...ความรู้เบื้องต้นและการใช้ประโยชน์ โดย ศาสตราจารย์ กาญจนภาชน์  ลิ่วมโนมนต์

สาหร่ายทะเล บริเวณหมู่เกาะสิมิลัน โดย ศาสตราจารย์ กาญจนภาชน์  ลิ่วมโนมนต์

http://siweb.dss.go.th

http://rurathinjamemint.blogspot.com

https://omnimicrobes.wordpress.com