โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

สาหร่าย จัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายพืช แต่มีความแตกต่างจากพืชที่เราพบเห็นโดยทั่วไป เนื่องจากสาหร่ายไม่มีส่วนที่เป็น ลำต้น ราก และใบที่แท้จริงมีขนาดตั้งแต่เล็กมาก ที่เรียกว่าสาหร่ายเซลล์เดียว ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากมองเห็นได้ชัดเจน อาจเป็นเส้นสายหรือมีลักษณะคล้ายพืชทั่วไป เราจึงนำลักษณะรูปร่าง สี ขนาด มาใช้ในการจำแนกสาหร่าย

ตัวอย่างการนำลักษณะรูปร่างมาใช้ในการจำแนก เช่น สาหร่ายพวงองุ่น สาหร่ายใบสาหร่ายผมนาง สาหร่ายเขากวาง หากการใช้สีในการจำแนกตัวอย่างเช่น สาหร่ายสีเขียว เขียวแกมน้ำเงิน น้ำตาล และสีแดงสาหร่ายโดยส่วนใหญ่อาศัยและดำรงชีวิตอยู่ในน้ำ มีเพียงสาหร่ายบางชนิดที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในน้ำ แต่อาจอาศัยอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น ไลเคิน เป็นสาหร่ายที่อาศัยอยู่ร่วมกับเชื้อรา การอาศัยอยู่ในน้ำของสาหร่ายจะสามารถอยู่ได้ในหลายลักษณะ เช่น จะอาศัยอยู่ในมวลน้ำ อาศัยอยู่ในน้ำบางส่วนและบางส่วนลอยบริเวณผิวน้ำ และอาจอาศัยลอยบริเวณผิวน้ำ นอกจากนี้เรายังสามารถพบสาหร่ายทั้งสาหร่ายทะเล และสาหร่ายน้ำจืด
เราลองมาทำความรู้จักสาหร่ายที่พบได้ในทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายเพราะมี ทั้งน้ำเค็ม น้ำกร่อย และน้ำจืด ซึ่งในทะเลสาบสงขลาเราสามารถพบสาหร่ายได้มากกว่า 24 ชนิด จากการศึกษาของกลุ่มงานทรัพยากรของกรมประมงในปี 2543 โดยสาหร่ายแต่ละชนิดก็อาศัยอยู่ในทะเลสาบในพื้นที่ต่างๆ กัน อาจพบในทะเลหลวงทะเลสาบตอนใน และอาจพบเฉพาะในส่วนของทะเลน้อย มีทั้งที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้และไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่สาหร่ายทุกชนิดกลับมีคุณค่าในระบบนิเวศน์ของทะเลสาบและที่ๆมันอาศัยอยู่ เรามาทยอยทำความรู้จักสาหร่ายในทะเลสาบสงขลากัน เริ่มจากพระเอกตัวจริง สาหร่ายผมนางที่คนรอบทะเลสาบเรียก สาย หรือเรียกภาษาถิ่นว่า หล่าย กันก่อนเลย ที่ต้องบอกว่าเป็นพระเอกตัวจริง เพราะเป็นชนิดที่พบได้ง่ายและมีจำนวนมาก และยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อยากชัดเจน นอกจากนี้ได้มีการนำเพาะปลูกและขยายพันธุ์ได้แล้ว
สาหร่ายผมนาง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gracilariafisheriมีรูปร่างลักษณะของสาหร่ายที่เหมือนเส้นผมของผู้หญิง และมีลักษณะคล้ายสาหร่ายเขากวางมากที่สุด จัดเป็นสาหร่ายสีแดงสกุลกราซิลาเรียอยู่ในดิวิชันโรโดไปต้า คลาสโรโดไปซี มีอยู่หลายสกุล สาหร่ายที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการผลิตวุ้นสกุลกราซิลาเรียมีอยู่หลาย สายพันธุ์ และมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นเช่น ในประเทศไทยเรียกสาหร่ายผมนาง, สาย, สาหร่ายข้อ, สาหร่ายเขากวาง หรือสาหร่ายวุ้น โดยลักษณะของสาหร่ายผมนางจะเจริญเติบโตเป็นพุ่มมีรากยึดเกาะ ซึ่งการยึดเกาะจะสามารถเกาะวัสดุต่างๆ ได้หลายชนิด เช่น ก้อนหิน ไม้ เศษอวนในน้ำ โดยใช้โฮลด์ฟาสที่เป็นที่ยึดเกาะ เมื่อรากยึดเกาะแล้วจะเจริญเติบโตแตกกิ่งก้านเป็นพุ่มออกมา หากเป็นช่วงที่มีกระแสน้ำกระแสลมและเกิดการขาดของกิ่งก้าน กิ่งก้านก็จะสามารถเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ได้ เนื่องจากสาหร่ายมีพฤติกรรมการสืบพันธุ์เป็นแบบอาศัยเพศแบ่งเป็น 3 ลักษณะประกอบด้วย1. Gametophyte2.Sporophyteและ
3.Carposporophyte stagesสาหร่ายผมนางสามารถเจริญเติบโตได้ในน้ำที่มีความเค็มตั้งแต่ 4 -20 ส่วนในพันส่วน ทำให้เราเห็นได้ว่าจะสามารถพบสาหร่ายผมนางได้ตั้งแต่ส่วนของทะเลหลวงยาวเข้าไปถึงทะเลสาบตอนใน บริเวณที่พบมากที่สุด คือบริเวณโดยรอบเกาะยอ เนื่องจากเป็นบริเวณที่ความเค็มค่อนข้างสม่ำเสมอ โดยความเค็มจะมีการเปลี่ยนแปลงตามการขึ้นลงของน้ำและฤดูกาล แต่ยังเป็นช่วงความเค็มที่เหมาะสม ประกอบกับโดยรอบเกาะยอมีการเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังและรับน้ำจากพื้นที่การทำการเกษตรต่างๆ บริเวณด้านบนหรือมีการชะล้างปุ๋ย สารอินทรีย์ต่างๆ จากพื้นที่ราบ ลงสู่ทะเลสาบ ส่งผลให้น้ำบริเวณดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์
เดิมในช่วงปีพ.ศ.2527-2531 สาหร่ายผมนางมีการเจริญเติบโตสูงมากโดยเฉพาะจะเกาะกับเนื้ออวนของกระชังเลี้ยงปลากะพงขาวของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง เกษตรกรต้องใช้วิธีตัดออกทิ้งเพื่อให้ไหลผ่านกระชังเลี้ยงปลาได้เช่นนั้นแล้วปลากะพงขาวอาจตายได้ ซึ่งมีปริมาณมาก หากรวมโดยรอบเกาะแล้วปริมาณหลายร้อยกิโลกรัม บ้างช่วงอาจมีมากถึง 2 ตัน แม่บ้านในพื้นที่จึงคิดว่าจะสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างไร เพราะเดิมตามลักษณะภูมิปัญญาของท้องถิ่น ด้านคุณค่าทางอาหารจะประกอบด้วยคลอโรฟิลล์ เอ คลอโรฟิลล์ ดี ไฟโคผลิน เช่น อาร์-ไฟโคอิริทริน อาร์-ไฟโคไซยานิน ซี-ออลโลไฟโคไซยานิน คาโรทีนอยด์ เช่น เบต้า-คาโรทีน แอนเทอราแซนติน เป็นต้น เกษตรกรจะนิยมมาใช้รับประทานกับน้ำพริก ในลักษณะของผักที่เป็นเครื่องเคียง แต่มิได้นำมาใช้ในการรับประทานสดนะค่ะ จะต้องนำมาทำความสะอาดและลวกในน้ำร้อน สาหร่ายจะมีความอ่อนนุ่มสีเขียวสดใสน่ารับประทานมาก แต่ด้วยปริมาณที่มีมากประกอบกับมีสถาบันการศึกษามาเปิดใกล้ๆ ทำให้ชาวบ้านเข้าไปปรึกษาและมีบุคคลากรที่ให้ความสนใจ คุณบุบผา มังคละมณี ซึ่งเป็นอาจารย์ของวิทยาลัยประมงฯท่านมีความรู้เรื่องสาหร่าย ท่านได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ทำการศึกษาและนำข้อมูลสู่ชาวเกาะยอในปี 32 โดยการนำสาหร่ายสดมาแปรรูปเบื้องต้น และแปรรูปขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ มาดูการแปรรูปเบื้องต้นกันก่อนนะค่ะ

    

การทำสาหร่ายผมนางตากแห้งดูเหมือนจะง่ายๆ แต่คุณบุบผาท่านก็มีเคล็ดลับให้ได้สาหร่ายที่มีกลิ่นและเนื้อสัมผัสดี อร่อยจำได้เมื่อครั้งปี 32 แนะนำว่า เราควรใช้สาหร่ายที่ไม่แก่เกินไป เพราะอาจทำให้เหนียวกระด้างเวลากิน ขั้นตอนการทำไม่ซับซ้อน แต่ต้องใส่ใจในรายละเอียดค่อนข้างมากเช่นกันเริ่มจากสาหร่ายที่ไม่แก่หรือดูง่ายๆ คือเส้นไม่ใหญ่เกินไปควรมีลักษณะกลมไม่เป็นเหลี่ยมหรือค่อนข้างแบนมีสีน้ำตาลสดนำมาล้างทำความสะอาด ขั้นตอนนี้จะค่อนข้างยุ่งยาก เพราะเราต้องแยกเปลือกหอย หรือสาหร่ายชนิดอื่นๆ ที่ปะปนอยู่ออกด้วย และล้างหลายๆ ครั้งจนสะอาดใสน่ารับประทาน จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง จะสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน การนำมาใช้ในการปรุงอาหารจะต้องนำสาหร่ายที่เราตากแห้งไว้มาแช่น้ำสะอาดก็สามารถนำไปใช้ได้เหมือนสาหร่ายสดทั่วไป แต่สาหร่ายตากแห้งจะมีสีน้ำตาลคล้ำ และคุณบุบผา ยังแนะนำต่อโดยการทำให้สาหร่ายมีสีขาวน่ารับประทาน คือการนำสาหร่ายที่ตากแห้งครั้งที่ 1จากนั้นนำมาล้างทำความสะอาด ต่อโดยการล้างน้ำฝนแล้วตาก ทำสลับกันไป จนได้สาหร่ายแห้งสีขาวสะอาดเก็บไว้เพื่อใช้ประกอบอาหารต่อไปนอกจากคุณบุบผา ยังได้ให้ความรู้เพิ่มเติมอีกว่า เราสามารถสกัดวุ้นได้จากสาหร่ายผมนาง หากท่านใดสนใจท่านยินดีจะถ่ายทอดความรู้ให้ เนื่องจากสามารถนำวุ้นที่สกัดจากสาหร่ายผมนางนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้เช่น ใช้ในอุตสาหกรรมแยม ขนมปัง เนย มายองเนส และลูกกวาด โดยเป็นตัวช่วยให้นิ่มและข้น ใช้ผสมในอาหารกระป๋อง ช่วยป้องกันสนิม ผสมเครื่องดื่ม เช่น ไวน์ เบียร์ ช่วยทำให้สีใสไม่ตกตะกอนผลิตภัณฑ์ยา ใช้เป็นยาระบาย แคปซูลยา ใช้เลี้ยงแบคทีเรีย- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางใช้ผสมครีมและน้ำมันทาผิว- ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและกระดาษ ใช้ย้อมเส้นด้าย เคลือบกระดาษ ทำกาว- เคลือบผิวอาหารที่จะแช่แข็งมาดูความสำคัญของสาหร่ายผมนางในด้านต่างๆ กันบ้างนะค่ะ
1) ด้านอาหาร- ใช้เป็นอาหารมนุษย์ ประเทศที่นิยมนนำสาหร่ายผมนางสกุลกราซิลลาเรียมาบริโภคเป็นอาหารได้แก่ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ฟิลิปปินส์ ไทย และ เวียดนาม คุณค่าทางอาหารที่ได้จากสาหร่ายผมนางกราซิลลาเรียฟิชเชอไร ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ โดยเฉพาะธาตุไอโอดีนและวิตามิน- ใช้เป็นอาหารสัตว์ใช้เลี้ยง สุกร วัว ม้า ฯลฯ โดยให้กินสดๆ โดยเก็บมาวางกองหรือลงไปกินบริเวณชายฝั่งทะเลสาบหรืออาจจะนำไปสับให้เป็น ท่อนเล็กๆผสมกับอาหารสุกรต้มให้สุก นำไปเลี้ยงสุกรจะช่วยเพิ่มน้ำหนักตัว
2) ด้านเกษตรกรรม- ใช้ทำปุ๋ย สามารถใช้เป็นปุ๋ยพืชสดได้ดี เพราะมีธาตุไนโตรเจนและโปตัสเซียมสูง และยังมีแร่ธาตุปริมาณน้อย (Trace element) ที่จำเป็นต่อพืชอย่างมาก เช่น ไอโอดีน ไบรอน ทองแดง ฯลฯ นอกจากนี้ใช้เป็นปุ๋ยน้ำโดยตรงด้วยการบดละเอียด ผสมกับน้ำอัตราส่วน 1:500 ลิตร ใช้รดต้นไม้- ใช้ป้องกันแมลงศัตรูพืช โดยใช้น้ำสกัดจากสาหร่ายทะเล ฉีดพ่นตามต้นพืช จำพวกหัวผักกาดหวาน พบว่า ป้องกันเพลี้ยและเชื้อราได้ และยังสามารถป้องกันการสูญเสียของผลไม้ ในขณะอากาศหนาวจัดได้ด้วย
3)ด้านการแพทย์นิยมใช้สาหร่ายมาทำยารักษาโรค โดยใช้รักษาโรคกระเพาะ ยาระบาย และยาแก้โรคคอพอกและยังนำวุ้นมาทำเป็นแคปซูลสำหรับหุ้มยา นอกจากนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะหย่อน ลำไส้ใหญ่อักเสบ ริดสีดวงทวาร ใจสั่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดแข็ง ข้ออักเสบ โรคอ้วนต่างๆ ถ้าได้รับประทานสาหร่ายเป็นประจำ จะช่วยทำให้อาการทุเลาลงได้
4) ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสาหร่ายผมนางใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีประโยชน์ เช่น วุ้น ซึ่งสกัดได้จากสาหร่ายทะเลสีแดงโดยเฉพาะสาหร่ายผมนาง Gracilariaมีวุ้นมากที่สุด เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่มนุษย์รู้จักนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง เช่น ทำวุ้นชนิดเส้น แผ่น หรือ ผง ประโยชน์ของสาหร่ายในขณะที่เราได้รับประโยชน์
มันก็มีโทษแฝงอยู่เช่นกัน หากเราจัดการไม่ถูกวิธี สำหรับโทษของสาหร่าย
- ทำให้น้ำมีกลิ่น สี และรส เปลี่ยนไป โดยเฉพาะแหล่งน้ำที่มีธาตุอาหารมาก จะทำให้สาหร่ายเจริญ และทวีจำนวนอย่างรวดเร็วจนเต็มผิวน้ำ เรียกว่า ยูโทรฟิเคชั่น (Eutrofication)-เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำที่เลี้ยง เช่น ปลา กบ เต่า ฯลฯ การเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของสาหร่าย ทำให้น้ำบริเวณนั้นเกิดเน่า เป็นพิษ เพราะเกิดแก๊ส H2S ปริมาณออกซิเจนในน้ำน้อยลง สัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก
- ทำลายเครื่องมือจับปลา เช่น กระชังปลา กระชังกุ้งให้เสียหาย- ทำลายนิเวศวิทยาชายฝั่งทะเล ถ้าหากว่าสาหร่ายทะเลเพิ่มจำนวนมากในเวลารวดเร็ว
มาถึงช่วงนี้เราคงได้รู้จักสาหร่ายผมนางกันแล้ว เรามาทยอยทำความรู้จักสาหร่ายชนิดอื่นๆ ในทะเลสาบสงขลากันต่อในช่วงต่อไป อย่าลืมแวะเข้ามาชมในwww.nicaonline.com นะค่ะ
ที่มา:
• กฤตพล ยังวนิชเศรษฐ.2545. การเลี้ยงสาหร่ายผมนางและการใช้สาหร่ายในการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดปัตตานี
• ปณต กลิ่นเชิดชู. 2552. การเพาะเลี้ยงสาหร่ายสกุล Gracilaria sp. นักวิชาการประมง 5 สถาบันวิจัย อาหารสัตว์น้ำชายฝั่ง
• สาขาวิชาเทคโนโลยีการประมง ภาควิชาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มอ.ปัตตานี. 2552. การเพาะเลี้ยงสาหร่ายผมนาง
• สมภพ อินทสุวรรณ. 2552. พืชเศรษฐกิจ สงขลา. มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา
• นิตยสารเกษตรศาสตร์. 2552. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.การเพาะเลี้ยงสาหร่ายวุ้น
• นิรนาม. 2552. สาหร่ายผมนาง (Gracilariafisheri). สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จังหวัดสงขลา
• เฉลิมพล บุญสม. ""สาย" สาหร่ายเศรษฐกิจที่เกาะยอ" BRT Magazine. ฉบับที่ 28 (เม.ย.-ก.ย. 2553) : 29
• http://www1a.biotec.or.th/brt/index.php/biodiversity/283-seaweeds-useful
• http://farm.rooyoung.com/?p=21
• http://banplengthai.net/b/index.php?topic=368.0
http://www.sator4u.com/paper/683

8  มิถุนายน 2560