ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

หอยเป๋าฮื้อ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าหอยโข่งทะเล หรือหอยร้อยรู จัดว่าเป็นหอยทะเลฝาเดียวที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจจากเกษตรกรจำนวนมาก หอยชนิดนี้มีรสชาติดี ราคารับซื้อของภัตตาคารและโรงแรมสูงถึงกิโลกรัมละ 1,000 - 1,300 บาท เนื่องจากหอยชนิดนี้เป็นที่นิยมบริโภคของชาวต่างชาติ เช่น จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน แม้แต่ชาวยุโรปและอเมริกาเองก็มีการบริโภคกันแพร่หลายมากขึ้น

ภาพจาก 

 

ผลผลิตหอยเป๋าฮื้อในประเทศไทยเรา โดยเฉพาะที่ได้จากธรรมชาติมีปริมาณลดน้อยลงเป็นลำดับ เนื่องจากมีการลงแรงจับมากขึ้น แต่ปริมาณก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการบริโภคภายในประเทศต้องมีการสั่งนำเข้าหอยเป๋าฮื้อ เข้าใจว่าเป็นจำนวนมาก ฉะนั้น หากมีผู้เลี้ยงหอยชนิดนี้มากขึ้น นอกจากจะเป็นอาชีพที่มั่นคง การลงทุนไม่มากนัก ตลาดมีความต้องการสูงยังสามารถก่อให้เกิดรายได้จากการส่งออกอีกจำนวนมากในอนาคต 
     ตามธรรมชาติหอยเป๋าฮื้ออาศัยอยู่ในทะเลที่มีสภาพน้ำเป็นน้ำเค็ม ไม่พบในบริเวณน้ำกร่อย มีนิสัยชอบกินพืชเป็นอาหาร จะมีวิธีการขูดแทะพื้นผิวก้อนหินหรือซากปะการังบริเวณที่หอยเดินผ่าน มักชอบออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันจะหลบซ่อนอยู่ตามซอกหิน หอยเป๋าฮื้อมักจะมีสีสันเข้ากับธรรมชาติเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยรวมทั้งชนิดอาหารที่กิน
การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อให้ประสบความสำเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกสถานที่ พันธุ์หอยที่ดีและอาหารที่เหมาะสม ยังต้องมีการจัดการโดยเฉพาะเรื่องน้ำและบ่อเลี้ยงให้ดีอีกด้วย

การคัดเลือกสถานที่
มีข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับการคัดเลือกสถานที่ที่จะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ โดยสังเขปดังนี้ 
1. ควรเป็นพื้นที่ที่สามารถรับน้ำทะเลมาได้โดยง่าย และมีทางระบายน้ำเค็มดังกล่าว ลงสู่ทะเลได้เช่นกัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของน้ำเค็มในพื้นที่น้ำจืด
2. ควรเป็นบริเวณที่ห่างไกลจากโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งก่อให้เกิดมลพิษแก่สัตว์และพืชน้ำ
3. ควรเป็นบริเวณที่น้ำทะเลมีความใสสะอาด มีความเค็มค่อนข้างคงที่เหมาะสมตลอดปี
4. ควรเป็นแหล่งที่มีสาธารณูปโภค รวมทั้งการคมนาคมสะดวกตามสมควร
5. ควรเป็นแหล่งเลี้ยงที่ไม่ห่างไกลจากตลาดมากนัก และสามารถเฝ้าระวังหอยที่เลี้ยงรวมทั้งทรัพย์สินซึ่งอาจสูญหายได้
หอยเป๋าฮื้อในแหล่งน้ำไทยนั้นมีอยู่ 3 ชนิด แต่ชนิดที่เหมาะสมสามารถนำมาเพาะเลี้ยงได้ดี คือ ชนิดฮาลิโอทิส แอซินิน่า (Haliotis asinina) เนื่องจากมีปริมาณเนื้อมากและเติบโตได้รวดเร็วกว่าชนิดอื่น การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อให้ได้ขนาดตลาดนั้น สามารถดำเนินการได้หลายวิธี สำหรับรูปแบบที่สามารถนำไปใช้ในการเลี้ยงให้ได้ผลดีดังนี้ คือ
1. การเลี้ยงในบ่อคอนกรีต
2. การเลี้ยงแบบแขวนใต้แพหรือราวเชือก
     การที่จะเลือกเลี้ยงรูปแบบใดนั้น นอกจากต้องคำนึงถึงต้นทุนและสภาพของแหล่งเลี้ยงแล้ว ยังต้อง
ยึดหลักความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเลี้ยงมีความยั่งยืนตลอดไป

การเลี้ยงในบ่อคอนกรีต
     เป็นวิธีการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อในบ่อซีเมนต์ หรือภาชนะรูปแบบต่าง ๆ ในสถานที่ที่มีทางติดต่อกับทะเลได้สะดวก น้ำที่ผ่านการใช้แล้วก็สามารถปล่อยไหลกลับลงสู่ทะเลได้ หรือสามารถนำไปบำบัดแล้วนำกลับมาใช้หมุนเวียนในการเลี้ยงต่อไป น้ำที่สูบจากทะเลเข้าบ่อเลี้ยงหอยควรผ่านเครื่องกรองทราย เพื่อป้องกันมิให้ศัตรูต่าง ๆ เช่น ลูกปู ลูกปลาเข้ามาในบ่อ รวมทั้งเพื่อให้น้ำทะเลใสสะอาด เนื่องจากหอยเป๋าฮื้อไม่ชอบน้ำขุ่น ขนาดของบ่อเลี้ยงไม่จำกัดแต่ควรมีความลึกของระดับน้ำไม่เกิน 1.5 เมตร เพื่อสะดวกในการทำงาน พื้นบ่อจะต้องจัดให้มีที่หลบซ่อนของหอย อาจใช้แผ่นกระเบื้องลอนที่ใช้มุงหลังคา หรือก้อนหิน หลังคาควรพรางแสงด้วย อวนพรางแสง หรือชาแลน 60 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เป็นการป้องกันการสังเคราะห์แสงของสาหร่าย ไม่ให้สาหร่ายสีเขียวขยายพันธุ์มากเกินไปได้ กรณีหน้าฝนควรใช้กระเบื้อใสปิดปากบ่อ น้ำในบ่อเลี้ยงควรจัดให้มีการไหลถ่ายเทตามความเหมาะสมในอัตราประมาณ 5-10 ลิตรต่อนาที ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดและอัตราความหนาแน่นของลูกหอยที่ปล่อยลงเลี้ยง รวมทั้งต้องจัดให้มีระบบการให้อากาศมีปริมาณออกซิเจนเพียงพอกับหอยที่เลี้ยงด้วย
พันธุ์ลูกหอยเป๋าฮื้อที่นำมาเลี้ยง สามารถจัดซื้อจัดหาได้จากศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยราชการอื่นรวมทั้งภาคเอกชน ลูกหอยที่มีขนาดตั้งแต่ 5 มิลลิเมตรขึ้นไป สามารถกินสาหร่ายทะเลจำพวกสาหร่ายวุ้นหรือสาหร่ายทะเลชนิดต่าง ๆ ได้ดี เช่น สาหร่ายผมนางและสาหร่ายวุ้นเป็นต้น แต่ขนาดลูกหอยความยาวเปลือก 1 เซนติเมตร จะสามารถกินอาหารสำเร็จรูปได้ดี อัตราการปล่อยหอยลงเลี้ยงในบ่อนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของหอย ดังนี้
       ลูกหอยขนาด 1-2 เซนติเมตร ปล่อย 2,000 ตัว/ม2
       ลูกหอยขนาด 3-4 เซนติเมตร ปล่อย 400 - 500 ตัว/ม2
       ลูกหอยขนาด >4 เซนติเมตร ปล่อย 200 ตัว/ม2
     อาหารและการให้อาหาร พบว่า สาหร่ายผมนาง (Gracilaria sp.) จะเหมาะสมกว่าสาหร่ายชนิดอื่นโดยให้ทุกวัน ในอัตรา 10-20% ของน้ำหนัก ตัวหอย สำหรับอาหารแห้งหรืออาหารสำเร็จรูปควรให้ทุกวันในเวลาระหว่าง 16:00 - 18:00 นาฬิกา วันละหนึ่งครั้งในปริมาณ 1-3% ของน้ำหนักตัวหอย ส่วนประกอบของอาหารสำเร็จรูปมีดังนี้

  

ชนิดวัสดุอาหาร                           ปริมาณ (กรัม / 100 กรัม)
1. ปลาป่น                                                                  -
2. กากถั่วเหลือง                                                   44.60
3. ปลาหมึกป่น                                                          -
4. หัวกุ้งป่น                                                               -
5. สไปรูไลน่า (สาหร่ายเกลียวทอง)                       10.00
6. หวีดกลูเท่น                                                     10.00
7. แป้งสุก                                                           17.70
8. น้ำมันถั่วเหลือง                                                     -
9. น้ำมันปลา                                                          5.12
10. วิตามิน                                                           1.00
11. แร่ธาตุ                                                           4.00
12. คลอเรสเตอรอล                                              0.50
13. ลีซีติน                                                            1.00
14. บี เอส พี                                                         0.02
15. ซีโอไลท์                                                        1.50
16. สาหร่ายผมนาง                                              5.00

ชนิดอาหาร         โปรตีน        ไขมัน          เถ้า          คาร์โบไฮเดรต
อาหารสูตร*              35.50%        7.48%        10.78%           46.00%
สาหร่ายฯ*                11.38%         0.28%       13.24%            75.00%

     การเจริญเติบโตและอัตรารอดตายพบว่าเป๋าฮื้อที่เลี้ยงในบ่อซีเมนต์ด้วยอาหารสำเร็จรูปมีอัตราการเจริญติบโต 2-5 มิลลิเมตรต่อเดือน ในเวลา 1 ปีจะได้ขนาด 4-6 เซนติเมตร และโตเต็มที่ใช้เวลา 2-3 ปี มีอัตราแลกเนื้อเมื่อเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปเท่ากับ 1:1.5 โดยมีอัตรารอดตายประมาณ 60%
     กรณีที่เลี้ยงหอยเป๋าฮื้อในบ่อซีเมนต์ดังกล่าว หากเลี้ยงด้วยสาหร่ายผมนางจะมีอัตราแลกเนื้อเท่ากับ 20-25 กิโลกรัม ต่อน้ำหนักหอย 1 กิโลกรัม
     การให้อาหารสำเร็จรูปเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อนั้น นอกจากจะต้องบันทึกปริมาณอาหารที่เหลือเพื่อปรับปริมาณอาหารที่ให้ให้เหมาะสมเป็นช่วง ๆ แล้ว ยังต้องมีการถ่ายน้ำในปริมาณที่เหมาะสมทุกวัน ทั้งนี้เพื่อกำจัดตะกอนของเสียและเศษอาหารที่เหลือออกทุกวันหรือวันเว้นวัน เพื่อป้องกันการเกิดโรคอีกทางหนึ่งด้วย
     ระหว่างการเลี้ยงควรหมั่นสังเกตลักษณะการดำรงชีวิตของหอยเป๋าฮื้อด้วยหอยที่มีสุขภาพแข็งแรง เคลื่อนที่หลบแสงอย่างรวดเร็ว หอยที่ป่วยมักไปหลบแสงและมักพบว่ามีแผลที่เท้า ตัวหรือเท้าสีเข้ม ระวางรอบตัวกุดหรือท้องบวม หอยเป๋าฮื้อที่ป่วยควรแยกไปรักษาหรือนำไปกำจัดทิ้งเสีย

การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อแบบแขวนตะกร้าหรือชะลอมในบ่อคอนกรีต
     การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อวิธีนี้ ก็คือการเลี้ยงโดยการห้อยแขวนหอยด้วยตะกร้า หรือชะลอมในบ่อคอนกรีต ใช้ตะกร้าพลาสติกขนาดตา 0.5 มิลลิเมตร เย็บให้มีลักษณะเป็นชะลอมเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 เซนติเมตร สูง 56 เซนติเมตร ด้านบนเป็นเนื้ออวนสีฟ้า สำหรับรูดปิดและเปิดได้ มีแผ่นหลบพีวีซี ขนาดตา 30x30 เซนติเมตร งอเป็นมุมฉากสำหรับเป็นที่เกาะและหลบซ่อนของหอยในชะลอม นำลูกหอยเป๋าฮื้อที่มีความยาวเปลือกเฉลี่ยประมาณ 1 เซนติเมตร ใส่ลูกหอยชะลอมละ 50 ตัว พร้อมกับแผ่นหลบ 1 แผ่น ลงในชะลอม ชะลอมที่มีลูกหอยอยู่ภายในจะถูกแขวนไว้ในบ่อคอนกรีตที่มีความลึกของน้ำประมาณ 1.20 เมตร โดยแขวนให้ลึกจากผิวน้ำประมาณ 30 เซนติเมตร จัดให้มีระบบไหลเวียนของน้ำและมีการให้อากาศอย่างเพียงพอ ให้อาหารหอยด้วยสาหร่ายผมนางสดอย่างเพียงพอหรือให้อาหารสำเร็จรูปในปริมาณ 0.02 เท่าของน้ำหนักตัวตามลำดับ และคอยปรับปริมาณอาหารให้เหมาะสมกับการกินอาหารของหอยเป๋าฮื้อ การให้อาหาร ให้วันละหนึ่งครั้งในช่วงเย็นเพราะปกติหอยเป๋าฮื้อมักจะออกหากินเป็นเวลากลางคืน หลังจากนั้นควรตรวจสอบคุณภาพน้ำและอัตราการเติบโตและคัดขนาดเป็นระยะต่อไป
     หอยเป๋าฮื้อที่เลี้ยงด้วยวิธีดังกล่าว จะมีอัตราการเจริญเติบโตความยาวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 0.33 และ 0.44 มิลลิลิตรต่อเดือนตามลำดับ มีน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.51 และ 2.88 กรัมต่อเดือนตามลำดับ ภายใน 7 เดือน จะมีน้ำหนักเฉลี่ย 10.77 และ 20.45 กรัมต่อตัวตามลำดับ ความยาวเปลือกเฉลี่ย 3.43 และ 4.20 เซนติเมตรตามลำดับ หอยดังกล่าวจะมีอัตรารอดตายถึง 90 เปอร์เซ็นต์ มีอัตราเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อที่เท่ากับ 0.86 และ 2.67 ตามลำดับ
ต้นทุนการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ แบบแขวนตะกร้าในบ่อคอนกรีตแล้วเลี้ยงด้วยสาหร่ายสดและอาหารสำเร็จรูปนั้น มีรายละเอียดค่าใช้หอย 1 ชะลอม ดังนี้ 
1. ค่าเสื่อมบ่อคอนกรีต                                                       58   บาท
2. ค่าชะลอม (อายุการใช้งาน 2 ปี)                                     16   บาท
3. ค่าพันธุ์หอย 50 ตัว                                                     100   บาท
4. ค่าอาหารสาหร่ายผมนางสด (กิโลกรัมละ 6 บาท)           21   บาท
5. ค่าอาหารสำเร็จรูป (กิโลกรัมละ 80.39 บาท)               209   บาท
6. ค่าแรงงาน (1 คนดูแล 100 ชะลอม)                           287   บาท 
7. ค่าไฟฟ้าและน้ำประปา                                                    9   บาท
รวม ต้นทุนการเลี้ยงด้วยสาหร่าย                                    491   บาท
รวม ต้นทุนการเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูป                         679   บาท

     แม้ว่าต้นทุนการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อด้วยวิธีการแขวนหอยในตะกร้าหรือชะลอมในบ่อคอนกรีต 
มีต้นทุนในส่วนของค่าอาหารสำเร็จรูปสูงกว่า แต่เมื่อพิจารณาถึงผลผลิตที่ได้รวมทั้งการลดระยะเวลาที่เลี้ยงให้ได้ขนาดตลาดแล้ว ก็น่าที่จะเลือกใช้อาหารสำเร็จรูปเพราะสะดวกมากกว่า โดยเฉพาะสำหรับการที่จะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อในระดับการค้าที่ต้องบริหารผลผลิต และปัจจัยการผลิตให้มีความสะดวกและแน่นอนทันเวลา

การเลี้ยงแบบแขวนใต้แพหรือราวเชือกในทะเล
     การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อวิธีนี้ ก็คือการแขวนตะกร้าหรือชะลอมห้อยไว้ใต้แพหรือราวเชือกใต้ทะเล อาจเป็นตะกร้าพลาสติกที่มีขนาดตา ประมาณ 0.5 มิลลิลิตร แขวนตะกร้าดังกล่าวในห้อยู่ลึกใต้ระดับผิวน้ำ ประมาณ 30 เซนติเมตรแพหรือราวสำหรับการเลี้ยงหอยดังกล่าวควรตั้งอยู่ในทะเลบริเวณที่มีคลื่นลมไม่แรงนัก หากมีโขดหินหรือภูเขากำบังคลื่นลมไว้ก็จะเป็นการดี การเลี้ยงด้วยวิธีนี้นิยมให้สาหร่ายผมนางสดเป็นอาหารโดยให้มากเพียงพอกับการกินของหอย ให้อาหารวันละ 1 ครั้ง ก็เพียงพอหรืออาจไม่จำเป็นต้องให้อาหารทุกวันก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารที่เหลือ

ขนาดและอัตราการปล่อย
     หอยเป๋าฮื้อขนาดที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงด้วยวิธีนี้ควรมีขนาดความยาวเปลือกไม่ต่ำกว่า1 เซนติเมตร อัตราการปล่อยหอยต่อตะกร้า ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 เซนติเมตร สูง 56 เซนติเมตร เลี้ยงหอยได้ประมาณ 50 ตัวต่อตะกร้าหรือชะลอม ในตะกร้าหรือชะลอมดังกล่าวจำเป็นต้องจัดให้มีแผ่นหลบพีวีซี ขนาด 30 x 30 เซนติเมตร งอเป็นมุมฉากสำหรับเป็นที่เกาะและหลบซ่อนของหอยในชะลอม

อัตราการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตาย
     หอยเป๋าฮื้อที่เลี้ยงตะกร้าแขวนใต้แพด้วยสาหร่ายผมนาง จะมีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 2-3 มิลลิเมตรต่อเดือน มีน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.13 กรัมต่อเดือน เมื่อเลี้ยงได้ 7 เดือน หอยมีน้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 8.10 กรัม มีอัตราแลกเนื้อเท่ากับ 96%

 

 ต้นทุนการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ
แบบแขวนตะกร้าใต้แพในทะเล และเลี้ยงด้วยสาหร่ายผมนางนั้น มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่อหอย 1 ชะลอม ดังนี้
1. ค่าเสื่อมของแพไม้เนื้อแข็ง (อายุการใช้งาน 3 ปี) 48 บาท
2. ค่าชะลอมใส่หอย (อายุการใช้งาน 2 ปี) 16 บาท
3. ค่าพันธุ์หอย 50 ตัว 100 บาท
4. ค่าอาหารสาหร่ายผมนาง (กิโลกรัมละ 6 บาท) 21 บาท
5. ค่าแรงงาน (1 คนดูแล 100 ชะลอม) 287 บาท
6. ค่าเรือยนต์ 1 ลำ (อายุการใช้งาน 5 ปี) 20 บาท
7. ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 11 บาท
รวม ต้นทุนเลี้ยงด้วยสาหร่ายผมนาง เท่ากับ 503 บาท

การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อแบบฟาร์มทะเล
     การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อแบบการทำฟาร์มทะเลนั้น ก็คือการปล่อยลูกหอยลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ ลูกหอยที่นำมาปล่อยนั้นอาจะเป็นลูกหอยที่รวบรวมมาจากธรรมชาติหรือเป็นลูกหอยที่ได้จากการเพาะเลี้ยงก็ได้ บริเวณที่เหมาะสมน่าจะเป็นบริเวณที่มีแก่งหิน ตามเกาะแก่ต่าง ๆ ที่มีน้ำลึกพอสมควร น้ำใส สะอาด แต่มีอาหารธรรมชาติจำพวกสาหร่ายผมนางและตะไคร่น้ำตามก้อนหินมากพอเพียงการเลี้ยงด้วยวิธีการอาศัยธรรมชาตินี้ ต้นทุนแม้จะต่ำแต่ผลผลิตที่ได้อาจไม่แน่นอนเนื่องจากศัตรูธรรมชาติ ทั้งยังอาจมีปัญหาหอยที่เลี้ยงไว้ถูกลักขโมยได้ง่าย

ข้อเสนอแนะและข้อควรระวัง
1. อาหารที่ใช้เลี้ยงหอยเป๋าฮื้อในบ่อซีเมนต์นั้น สามารถใช้สาหร่ายผมนางร่วมกับอาหารสำเร็จรูปหอยเป๋าฮื้อได้แต่ไม่ควรให้สาหร่ายมากเกินไป
2. การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อด้วยวิธีการแขวนหอยในตะกร้าหรือชะลอมในทะเลนั้น ลูกหอยที่ใช้ควรมีขนาดความยาวเปลือกไม่ต่ำกว่า 3 เซนติเมตร ซึ่งตะกร้าพลาสติกที่ใช้ก็สามารถใช้ขนาดพลาสติกที่ใหญ่ขึ้นได้ การเลี้ยงลูกหอยขนาดใหญ่นี้ด้วยสาหร่ายน่าจะเหมาะสมและหอยน่าจะเติบโตได้ดีและมีอัตรารอดตายสูงกว่าการใช้ลูกหอยขนาดเล็ก
3. การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อด้วยวิธีการแขวนหอยในตะกร้าหรือชะลอมในทะเลแล้วเลี้ยงด้วยสาหร่ายผมนางจะเหมาะสมกว่าการใช้อาหารสำเร็จรูปเนื่องจากการใช้อาหารสำเร็จรูปจะเกิดการสูญเสียของอาหารเนื่องจากคลื่นลมในทะเลจะเป็นเหตุให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงจนขาดทุนได้
4. การควบคุมจัดการคุณภาพน้ำให้สะอาดปลอดภัย มีความเค็มระดับน้ำทะเลและคงที่มากที่สุดจะเป็นผลดีกับการเจริญเติบโตของหอยเป๋าฮื้อในที่สุด
5. การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ ควรดัดแปลงบ่อหรือสถานที่เลี้ยงให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด มีที่หลบซ่อนกำบังและปริมาณแสงไม่มากเกินไป เพื่อลดความเครียดของหอยที่เลี้ยง
6. การคัดขนาดหอยระหว่างการเลี้ยงโดยคัดตัวที่เติบโตเร็วมีขนาดเท่ากันไว้ในบ่อหรือตะกร้าเดียวกันทุก 1-2 เดือน จะทำให้หอยที่ตัวเล็กมีโอกาสเติบโตขึ้นและได้ผลผลิตที่มีขนาดสม่ำเสมอกัน
7. ข้อควรระวังเรื่องโรค ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียในกลุ่มวิบริโอ (Vibrio spp.) อันเนื่องมาจากการเน่าเสียของอาหารที่เหลือก้นบ่อ ฉะนั้นควรเก็บอาหารที่เหลือออกให้หมดและมีการดูดเก็บตะกอนของเสียทุกวันหรือเป็นระยะตามความจำเป็น
     อาการป่วยของหอยเป๋าฮื้อที่พบมากที่สุดก็คือ เท้าเปื่อย ท้องบวม เปลือกแตกและอ่อนแอ ทำให้หอยตายจำนวนมากได้ หากจำเป็นต้องรักษาก็สามารถใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มซัลฟา ความเข้มข้น 5 ส่วนในล้าน เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ติดต่อกัน แต่ควรหยุดยาก่อนเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 14 วัน เช่นเดียวกับการใช้ยาปฏิชีวนะทั่วไป ส่วนหอยที่อยู่ในบ่อให้ลดระดับน้ำในบ่อ หยุดเปิดน้ำไหลผ่านและให้ยาโพวิโดนไอโอดีน 1-2 ส่วนในล้านส่วน เป็นเวลา 6-10 ชั่วโมงติดต่อกัน 5 วัน ก็จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้

 

 

 

 

อ้างอิง
ศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง.2541. การเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อเชิงพาณิชย์. วารสารการประมง ปีที่
51 ฉบับที่ 5. หน้า 395 - 405.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย. 2542. ข้อคิดในการเลือกวิธีเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อให้ได้ขนาดตลาด. 
โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตหอยเป๋าฮื้อเชิงพาณิชย์ในระบบการทำฟาร์มบนบก จดหมายข่าวราย 3 เดือน นานาสัตว์น้ำ. หน้า 7-8.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย. 2542. แนะนำโครงการใหม่ : โครงการพัฒนาการผลิตหอยเป๋าฮื้อ
เชิงพาณิชย์ในระบบการทำฟาร์มบนบก. จดหมายข่าวราย 3 เดือน นานาสัตว์น้ำ. หน้า 10-12.
ธเนศ พุ่มทอง และสกนธ์ แสงประดับ. 2542. รายงาน : การศึกษาการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ (Haliotis asanina, 
Linne). ศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง - ประจวบคีรีขันธ์. 19 หน้า.
ธเนศ พุ่มทอง และทรงชัย สหัวชรินทร์. 2543. การเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อเชิงพาณิชย์. เสวนาวิชาการเรื่อง
การศึกษาวิชาการหอย ปี 2000. หน้า 11-27.