ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

จากการศึกษาของนักวิจัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่าการระบาดของหอยกะพงเทศจะก่อให้เกิดปัญหาต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ความสมดุลของระบบนิเวศ เพราะการดำรงชีวิตของหอยกะพงเทศ เป็นหอยที่ทนทานต่อความเค็มและอุณหภูมิได้ในช่วงกว้าง

รวมทั้งทนต่อมลภาวะได้ดี และมีความสามารถในการสร้างกลุ่มประชากรหนาแน่นยังสามารถยึดเกาะได้บนทุกพื้น ผิววัสดุที่จมน้ำเช่นตายข่ายกระชัง และเครื่องมือประมง และยังทำให้เกิดปัญหากระแสน้ำไม่หมุนเวียนและทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องมือ ประมงลดลง อาจส่งผลถึงปัญหาทางเศรษฐกิจในบริเวณดังกล่าว
หอยกระพงเทศถูกสำรวจพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2544 ซึ่งพบว่าเป็นหอยสองฝาชนิดหนึ่ง เกาะกลุ่มหนาแน่นบริเวณหาดแก้วลากูน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกับปากทะเลสาบสงขลาและท่าเรือน้ำลึก จ.สงขลา  หลังจากนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานหอยสองฝาวิเคราะห์ ระบุว่าเป็น หอยกะพงเทศ (Mytilopsis adamsi Morrison,1946) สัตว์น้ำต่างถิ่นที่กำลังรุกรานความหลากหลายทางชีวภาพในทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรทางการประมงที่สำคัญของคนในท้องถิ่น 
พบหอยกะพงเทศชนิดพันธุ์ต่างถิ่นจากทวีปอเมริกา ที่รุกรานในหลายประเทศเช่น อินเดีย ออสเตรเลีย สิงคโปร์ กำลังแพร่กระจายพันธุ์และระบาดในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตอนล่าง โดยพบมากที่สุดบริเวณหาดแก้วลากูน ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าเรือน้ำลึก จ.สงขลา และเริ่มส่งผลกระทบผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งโดยเฉพาะในพื้นที่ หมู่1 ต.หัวเขา อ.สิงหานคร จ.สงขลา เนื่องจากหอยกะพงเทศได้เกาะบนตาข่ายเลี้ยงปลาเก๋า ของชาวประมงกว่า 300 ราย รวมกว่า 1,000 กระชัง
การแพร่ระบาด พบช่วงที่หอยกะพงเทศขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนประชากร 2 ช่วงในรอบปี คือเดือนกรกฎาคมและมกราคม โดยมีความสัมพันธ์กับความเค็มของน้ำ และความหนาแน่นของแพลงก์ตอนพืชที่เป็นอาหารของหอยกะพงเทศ หากน้ำมีความเค็มต่ำและมีแพลงก์ตอนพืชจำนวนมาก หอยกะพงเทศจะขยายพันธุ์จนมีความหนาแน่นของประชากรหอยมากขึ้น การลงเกาะของหอยกระพงเทศจะเกาะกลุ่มบนพื้นดิน เลน หรือวัสดุจมน้ำ ทำให้สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ นอกจากนี้ยังลงเกาะบนตาข่ายกระชังและเครื่องมือประมงของชาวบ้าน ทำให้เกิดปัญหากระแสน้ำไม่หมุนเวียนและเครื่องมือประมงใช้งานไม่ได้

 ภาพจาก https://www.psu.ac.th


หอยกระพงเทศทนทานต่อความเค็มและมลภาวะได้ดี มีความสามารถในการสร้างกลุ่มประชากรหนาแน่น ซึ่งเป็นการกำจัดสิ่งมีชีวิตพวกเกาะติดอื่นๆ หอยชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในตอนกลางทวีปอเมริกาด้านฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก แต่แพร่กระจายพันธุ์รุกรานไปในหลายประเทศ เช่น อินเดีย ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และไทย เป็นต้น โดยคาดว่าจะติดมากับน้ำในถังอับเฉาเรือเดินสมุทรที่มีตัวอ่อนของหอยกะพงเทศเจริญเติบโตอยู่ หรือจากตัวเต็มวัยที่เกาะติดมากับตัวเรือ และได้มาแพร่พันธุ์ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
หอยกะพงเทศ เจริญเติบโตได้ดีในช่วงหน้าแล้ง ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง ตุลาคม    ซึ่งบริเวณปากทะเลสาบสงขลาเป็นน้ำเค็ม หอยกระจายตัวบริเวณที่พื้นทะเลเป็นโคลน ดินเหนียว พื้นกะชังเลี้ยงปลา โดยเกาะกลุ่มจับติดกันเป็นแพอย่างหนาแน่น  หอยมีเปลือกบาง มีลายบริเวณเปลือกสีน้ำตาล อมดำ ขนาดประมาณ 1 ซม. เปลือกบาง เมื่อใช้นิ้วกดก็จะเปราะแตกหักง่าย
ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาส่อวิกฤติ หอยกะพงเทศระบาดหนัก หวั่นทำลายระบบนิเวศ กระทบธุรกิจประมง ผู้วิจัยระบุพบหอยกะพงเทศชนิดพันธุ์ต่างถิ่นกำลังรุกรานทะเลสาบสงขลา บริเวณหาดแก้วลากูน ท่าเรือน้ำลึก ระบุหากไม่มีมาตรการป้องกันและกำจัด อาจส่งผลเสียหายต่อความหลากหลายทางชีวภาพลุ่มน้ำในวงกว้าง
สาเหตุของการระบาดในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาคาดว่าน่าจะติดมากับน้ำในถังอับ เฉาเรือเดินสมุทร หรือเกาะติดมากับตัวเรือ และได้มาแพร่พันธุ์ในทะเลสาบสงขลา โดยเฉพาะในบริเวณหาดแก้วลากูน ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับท่าเรือน้ำลึกสงขลา โดยชาวบ้านได้เรียกร้องให้หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจและหา ป้องกันการแพร่ระบาดของหอยกะพงเทศไม่ให้ขยายวงกว้างส่งผลกระทบมากไปกว่านี้
สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง นำพันธุ์ปูม้า 70,000 ตัวปล่อยลงในทะเลสาบสงขลา เพื่อกำจัดหอยกะพงเทศที่กำลังระบาดอยู่ในทะเลสาบสงขลา สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงปลาในกระชังเป็นจำนวนมาก จากกรณีที่หอยกะพงเทศกำลังแพร่ระบาดในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตอนล่าง โดยพบมากที่สุดบริเวณหาดแก้วลากูน ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าเรือน้ำลึก จ.สงขลา และเริ่มส่งผลกระทบผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งโดยเฉพาะในพื้นที่ หมู่1 ต.หัวเขา อ.สิงหานคร จ.สงขลา เนื่องจากหอยกะพงเทศได้เกาะบนตาข่ายเลี้ยงปลาเก๋า ของชาวบ้าน
ทางสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งได้ส่งนักวิชาการประมง ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างหอยกะพงเทศจากกระชังเลี้ยงปลานำไปทดลองทางวิชาการหาทางตัดตอนการแพร่ระบาดของหอยกะพงเทศโดยทางชีววิธี พบว่า ปูม้า ปูทะเลและปลาดุกทะเล สามารถกินหอยกะพงเทศเป็นอาหารได้ โดยเฉพาะลูกปูม้าขนาด 1 ซม. อายุประมาณ 30 วัน ขึ้นไปก็มีความสามารถกินหอยกะพงเทศได้
   
       การแพร่กระจายและการดำรงชีวิตของหอยกระพงเทศในรอบปีที่ผ่านมานี้ พบหอยกระพงเทศจำนวนมากกำลังรุกรานเข้าสู่ทะเลสาบสงขลา บริเวณหาดแก้วลากูน ท่าเรือน้ำลึก และที่ปากคลองวง บ้านบ่ออ่าง ตำบลสทิงหม้อ จังหวัดสงขลา ทำให้เกิดปัญหาต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ความสมดุลของระบบนิเวศ และปัญหาทางเศรษฐกิจของชาวบ้านในขณะนี้

      จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เลี้ยงปลาในกะชังบริเวณนี้พบว่า  ในช่วงที่ความเค็มสูงจะมีลูกหอยมาเกาะติดบริเวณพื้นกะชังมาก ทำให้กะชังมีสิ่งสกปรกมาสะสมมาก     ปลาที่เลี้ยงเป็นโรคและไม่แข็งแรง ต้องเปลี่ยนกะชัง  นำหอยไปทิ้งเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดีในช่วงน้ำจืดไหลหลาก เดือนพฤศจิกายน ถึง ธันวาคม  ไม่พบว่า หอยกะพงเทศ สามารถเกาะติดอยู่บริเวณพื้นกะชังเลี้ยงปลา 

  การใช้ประโยชน์ เป็นอาหาร
      1.สามารถนำไปเลี้ยงกุ้งได้ เนื่องจากเปลือกบางกุ้งสามารถกินเป็นอาหารได้
      2.สามารถนำไปเป็นอาหารเลี้ยงเป็ดได้

โดย...ฉวีวรรณ  หนูนุ่น

เอกสารอ้างอิง

หอยกะพงเทศระบาดหวั่นทำลายระบบนิเวศ กระทบธุรกิจประมง.AQUA.BIZ Vol4 issue มีนาคม  2010
http://www.pinonlines.com/node/9099
http://blog.eduzones.com/futurecareer/46246
http://www.psu.ac.th/node/1786
http://www.nicaonline.com/webboard/index.php?topic=16526.0