อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ชื่อไทย : ปูแสม
ชื่อสามัญ : MEDER, MANGROVE CRAB
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sesarma   mederi 

ลักษณะสำคัญ
     ด้านบนของมือมีซี่หวี 1 แถวเรียงตามยาวทั้งเพศผู้และเพศเมีย ฝ่ามือมีตุ่มยื่นยกสูงเห็นได้ชัด ขอบด้านบนของนิ้วมีตุ่มเล็กๆเรียงกัน จากโคนนิ้วถึงปลายนิ้ว ขนาดเม็ดใกล้เคียงกัน gonopod ที่1 ของเพศผู้ปูหรืออวัยวะเพศผู้คู่ที่ 1 ลำตัวตั้งเกือบตรง ปลายโค้งมนโป่งออกอย่างสม่ำเสมอ เว้าเล็กน้อยก่อนถึงปลายสุด ช่องเปิดเพศเมียมีตุ่มกลมยื่นออกมา 2 ตุ่มๆหนึ่งใหญ่อยู่ขอบนอก อีกตุ่มหนึ่งเล็กอยู่ขอบด้านใน

https://amazingthesea.wordpress.com

 

ลักษณะทั่วไป
     กระดอง  เกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างมากกว่ายาวเล็กน้อย มีขนสั้นๆเป็นกลุ่มๆกระจายอยู่ทั่วไปบนกระดอง ด้านข้างเกือบเป็นแนวตรงมีฟันอีก 1-2 ซี่หลังมุมนอกของตา ในเพศผู้อาจเห็นซี่ที่ สองเล็กๆต่อจากที่แรก ซี่ที่สองในเพศเมียอาจไม่มี mesogastric lobe อยู่เหนือปากตรงกลางปลายแหลม มองเห็นได้ชัด สันเหนือปากและสันข้างปากเห็นเด่นชัด มีขนาดใกล้เคียงกันทั้งสองคู่ แต่สำหรับสันข้างปากนั้นตรงกลางสันยังยกเป็นสันเล็กๆเห็นได้ชัด 1 สัน ร่องอกมองไม่ชัด แต่ร่องกั้นหัวใจเห็นได้ชัด บริเวณเหงือกมีสันเล็กๆเฉียงอยู่ข้างละ 5-6 เส้น ขอบหลังตาโค้งนูนเช่นเดียวกับหน้าเว้าเข้าและโค้งออกเป็นสองลอนแล้วเว้าตรงเข้าพบกัน
     ก้าม ซ้ายขวามีขนาดเท่าเทียมกัน ค่อนข้างอ้วนม้อต้อ ขอบล่างด้านในของข้อที่ 4 หยักเล็กๆของขอบบนด้านในเป็นหนาม 1 อัน ข้อที่ 5 ขอบในด้านบนเป็นเม็ดเล็กๆไม่มีหนามแต่จรดกันเป็นรูปสามเหลี่ยม มือด้านในมีเม็ดตุ่มยื่นยาวออกมาเด่นมากในเพศผู้เพศเมียไม่ค่อยนูน นับเม็ดได้ประมาณ 10-11 เม็ดเป็นแถวเดี่ยวขอบด้านบนมีสันซี่หวีตามยาว 1 สัน ผิวด้านนอกและด้านในเต็มไปด้วยเม็ดเล็กๆ แต่ส่วนนิ้วตายค่อนข้างเรียบ นิ้วมือขอบด้านบนมีแถวสันเล็กๆแบ่งเป็นเม็ดสี่เหลี่ยมขนาดใกล้เคียงกันตั้งแต่โคนจรดปลายนับได้ 40-60 อันทั้งในเพศผู้และเมีย ฟันมีซี่เล็กๆเด่นที่ฟันล่างบริเวณกลางนิ้วตาย ปลายนิ้วทั้งสองมีสารไคตินห่อรับกันไว้
     ขาเดิน มีขนาดใกล้เคียงกันค่อนข้างแบน คู่รองสุดท้ายยาวที่สุด มีหนามบนขอบบนปลายข้อที่ 4 หนึ่งอันทุกๆขาเดิน ความยาวของขาเดินข้อที่ 4 คู่ที่ 3 จะเป็นประมาณ 2 เท่าของความกว้าง ส่วนข้อรองสุดท้ายจะยาวประมาณ 1.5 เท่าของข้อสุดท้าย ทั้งขอบบนและล่างของข้อสุดท้ายและรองสุดท้ายจะมีขนอ่อนประดับปลายขาเดินทุกคู่แหลมคม
third maxilliped หรือระยางค์ปากคู่ที่ 3 มีความยาวของข้อที่ 4 มากกว่าข้อที่ 3 สันขนเฉียงอยู่บนข้อที่ 4 ข้อที่ 5ติดอยู่กับข้อที่ 4ที่มุมบนด้านนอก ขอบบนของข้อที่ 5 มีแผงขนประดับมองดูคล้ายจะเป็นแผงขนของข้อที่ 4 ขอบด้านนอกของข้อที่ 4 และ 5 ยกขึ้นให้เห็น แต่จะมองไม่เห็น exognath เนื่องจากซ่อนอยู่ยาวถึงแค่ประมาณครึ่งหนึ่งของคู่ที่ 4 มีขนตอนปลาย ขอบด้านในของข้อที่ 3และ 4 มีแผงขนแข็งๆ
     ปล้องท้อง ปล้องรองสุดท้ายยาวกว่าปล้องสุดท้ายเล็กน้อยในเพศผู้ แต่กว้างกว่าประมาณ 2 เท่า ในเพศเมียปล้องสุดท้ายจมอยู่ในปล้องรองสุดท้ายเกือบมิด ปล้องรองสุดท้ายโค้งเรียบๆเข้าหากัน ปลายและขอบปลายๆของทั้งสองปล้องมีขนประดับ
     gonopod ที่ 1 ของเพศผู้ปูหรืออวัยวะเพศผู้คู่ที่ 1 ยาวจรดขอบบนของปล้องอกที่ 2 มีกระจุกขนรองรับอยู่ เป็นทรงสามเหลี่ยมปลายพับเข้าหากันเกือบเป็นมุมฉากประกบกัน ด้านที่เปิดมองเห็นนั้นจะเห็นลักษณะโคนเล็ก และค่อยๆขยายไปทางปลาย ปลายจะโค้งมนขยายที่บริเวณประมาณ 1 ส่วน 3 ของตอนปลาย กลางตลอดแนวเป็นแอ่งบุ๋ม มีขนประดับที่มุมด้านที่ติดกับอกตลอดแนว ขอบปลายนั้นขลิบด้วยสารไคติน gonopod ที่ 2 ของเพศผู้ปูหรืออวัยวะเพศผู้คู่ที่ 2 มีขนาดสั้นมากประมาณ 1 ส่วน 3เท่านั้น ปลายแหลมเล็กมีกระจุกขนตามขอบในกลางๆ testis นั้นคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าปลายมน สั้นกว่า gonopod ที่ 2 ของเพศผู้ปูหรืออวัยวะเพศผู้คู่ที่ 2 ประมาณครึ่งหนึ่ง ช่องเปิดของเพศเมียมีตุ่มยื่นขึ้นรับสองตุ่มอยู่ติดกับขอบขนของปล้องอกที่ 3
     สี กระดองสีน้ำตาลถึงสีม่วง กลุ่มขนสีน้ำตาลเข้ม ก้ามหนีบสีม่วง มองเผินๆตัวมีสีม่วงโดยทั่วไป

การแพร่กระจาย
     พบตั้งแต่หมู่เกาะฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย อ่าวไทย ประเทศจีน และในทะเลอันดามัน ขุดรูอยู่ตามป่าไม้ชายเลน หรือบางครั้งอาจจะอาศัยอยู่ในรูร้างของปูทะเล ในประเทศไทยพบทุกจังหวัดริมอ่าวไทย ตั้งแต่ตราดจนถึงนราธิวาส
อาหาร ปูแสมจะกินใบไม้ซากสัตว์ที่ผุ เปื่อย

การใช้ประโยชน์จากปูแสม
     โดยทั่วไปปูแสมนิยมนำมาทำปูดอง ซึ่งจากประสบการณ์ในการการทำปูดองของผู้เรียบเรียงพอจะสรุปเป็นขั้นตอนการทำได้ดังนี้ คือในการทำปูดองเราจะต้องเลือกเอาปูตัวที่ยังเป็นๆอยู่ นำมาใส่ตะกร้าแล้วล้างน้ำให้สะอาด โดยการให้น้ำไหลผ่านแล้วเขย่าเบาๆ หลังจากนั้น ต้มน้ำให้เดือดกะน้ำตามปริมาณของปู แล้วใส่เกลือลงไปต้มใส่เกลือจนกระทั่งเกลืออิ่มตัวสังเกตุได้จากเกลือไม่ละลาย แล้วตั้งทิ้งไว้ให้เย็น หลังจากนั้นนำตัวปูใส่ภาชนะที่เป็นแก้วหรือพลาสติก แล้วราดน้ำเกลือลงไปให้ท่วมตัวปู หาภาชนะมาปิด แล้วทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง หรือลองหักขาปูดู ถ้ารับประทานได้แล้วเนื้อปูจะแข็ง ดึงออกจากขาง่าย มีรสชาติเค็มนิดหน่อย และถ้าจะเก็บไว้รับประทานได้นานๆ ให้นำปูไปล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วนำไปแช่ตู้เย็นไว้ ปูก็จะมีรสชาติคงเดิม และไม่เสีย แต่ถ้าเก็บไว้โดยวิธีการแช่น้ำเกลือต่อไปเรื่อยๆปูก็จะเก็บได้นานเช่นเดียวกัน แต่จะมีรสชาติเค็มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะรับประทานไม่อร่อย 

การเลี้ยงปูแสม
     ศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.ฉะเชิงเทรา ได้ทดลองเลี้ยงปูแสมแบบง่ายๆ โดยนำแม่ปูแสมที่มีไข่แก่พร้อมที่จะวางไข่จากแหล่งน้ำธรรมชาติมาแล้ว จากนั้นนำมาใส่ในตู้กระจกขนาด 30 X 80 X 40 ซม. ต่อแม่ปู 1 ตัว เพื่อใช้เป็นที่วางไข่ของแม่ปู และอนุบาลลูกปูในระยะต่างๆ
     สำหรับแม่ปูตัวที่ไข่ยังไม่แก่ก็นำมาขุนรวมเสียก่อนเพื่อให้มันวางไข่ หรือฟอร์มไข่ได้เร็วขึ้น ด้วยหอยแมลงภู่ โดยวันหนึ่งจะให้กิน 1-2 มื้อ พอแม่ปูตัวไหนมีไข่แก่พร้อมที่จะวางไข่ ซึ่งสังเกตได้จากแม่ปูมีสีน้ำตาลดำ ก็แยกมาใส่ในตู้กระจกส่วนแม่ปูตัวที่ไข่ยังไม่แก่ก็ทำการขุนไปเรื่อยๆ โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาขุนประมาณ 2-7 วัน
     หลังจากที่แม่ปูวางไข่แล้วไข่ก็จะพัฒนาตัวเป็น โซเอีย 1 เป็นลูกปูระยะแรก หลังจากนั้นก็เข้าโซเอีย 2 ซึ่งโซเอียทั้ง 2 ระยะนี้ ยังไม่กินอาหารใดๆทั้งสิ้น พอลูกปูเข้าโซเอีย 3 จะให้กินอาหารพวกคีโตเซอรอส (Chaetocoros) , สเกลีโตนีมา (Skeletonema) , สไปรูไลนา (Spirulina) , โรติเฟอร์ (Rotifer ) 
     วันหนึ่งๆจะให้อาหาร 2 ครั้ง คือ เช้า เย็น จากนั้นลูกปูจะเข้าระยะโซเอีย 3 เข้าสู่โซเอีย 4 และ 5 ต่อมาลูกปูก็จะเข้าระยะ เมกกาลอป (Megalop) สำหรับอาหารที่ให้ลูกปูระยะนี้ก็จะให้อาหารพวกเดิมต่อจากนั้นประมาณ 15-20 วันก็ทำการ Crab Stage(ลูกปูแสมที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายพ่อแม่ทุกประการ ) เพื่อนำไปอนุบาลต่อในถังไฟเบอร์ที่มีการให้ออกซิเจนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งลูกปูในระยะนี้จะให้พวกปลาข้างเหลืองกินเป็นอาหาร โดยจะทำการอนุบาลไปเรื่อยๆ จนกว่าลูกปูจะมีขนาด 2-3 เซนติเมตร จึงนำไปปล่อยลงทะเลหรือแหล่งที่เคยอาศัยอยู่

ผลของการทดลองเพาะเลี้ยง
     จาการทดลองพบว่าแม่ปูที่เพาะในตู้กระจกโดยใช้น้ำที่มีความเค็ม 0 พี.พี.ที. ลูกปูระยะโซเอีย 2 จะตายหมด ส่วนแม่ปูที่เพาะในตู้กระจกโดยใช้น้ำที่มีความเค็ม 10-30 พี.พี.ที. พบว่าลูกปูที่ใกล้ เมกกาลอป (megalop) จะมีอัตรารอดตายต่ำ ซึ่งสาเหตุสืบเนื่องมาจากการจัดการอาหารยังไม่ดีพอ คือ พฤติกรรมทางธรรมชาติของปูชนิดนี้มันต้องการอาหารชนิดไหนซึ่งยังไม่รู้แท้จริง โดยในการอนุบาลจะยึดหลักการกินอาหารของปูดำ ซึ่งก็มีผลทำให้ลูกปูแสมมีการเจริญเติบโตพอสมควร  

เรียบเรียบโดย กมลศิริ  รักกมล

เอกสารอ้างอิง

- เกรียงศักดิ์ เผด็จภัย.2535.ศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแปดริ้วเพาะ "ปูแสม" เพื่ออนุรักษ์.วารสาร สัตว์น้ำ ปีที่ 3 ฉบับที่ 34,หน้า46-47.

- เฉลิมวิลัย ชื่นศรี.2525.ปูแสมในประเทศไทย.คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.149 หน้า.

- สมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์.ภาพปลาและสัตว์น้ำของไทย; ปูแสม.พิมพ์ครั้งที่ 3 .กรุงเทพฯ: องค์การค้าคุรสภา,2540.หน้า 260

- https://namfonspa.wordpress.com