ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ปลาหมอสีเป็นปลาสวยงามอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น จากนักเลี้ยงปลาทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นเป็นงานอดิเรกถึงแม้ว่าปลากลุ่มนั้นส่วนใหญ่เป็นปลานำเข้าจากทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาใต้และกลุ่มประเทศอเมริกากลาง จัดอยู่ในวงศ์ชิลคลิดี

การแพร่กระจายของปลาวงศ์นี้ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของสิ่งแวดล้อมดังเช่น ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยทะเลสาบ แม่น้ำลำธาร หนองบึง จึงส่งผลให้ปลามีความหลากหลายทั้งชนิด สายพันธุ์ รูปร่าง และการดำรงชีวิต ซึ่งมีทั้งปลาบริโภคและปลาสวยงาม ได้แก่ ปลานิล ปลาหมอเทศ ปลาปอมปาดัวร์ ปลาเทวดา ปลาออสการ์ ฯลฯ ปลาเหล่านี้สามารถปรับตัวได้ดี จัดเป็นปลาเลี้ยงง่าย

แหล่งกำเนิดปลาหมอสี
มาลาวี เป็นทะเลสาบน้ำจืดในทวีปแอฟริกา มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก พื้นที่ชายฝั่งส่วนใหญ่เป็นหาดทรายหรือทรายเลนที่มีวัชพืชขึ้นปกคลุม หาดทรายจะอยู่สลับกับชายฝั่งที่เป็นโขดหิน มีความโปร่งใสของน้ำติดอันดับโลก ค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 7.8 - 8.5 มีปลาประมาณ 500 ชนิด ปลาที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวไม่มีการอพยพย้ายถิ่นที่อยู่ จากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน ทำให้แพทเทิร์นของสีปลาแตกต่างกันจึงส่งผลให้มีประชากรหลากหลาย เช่น ปลาหมอมาลาวีสีน้ำเงิน จะมีสีน้ำเงินล้วน น้ำเงินปนเหลืองจนถึงเหลืองล้วนทั้งตัว ปลาหมอสีในทะเลสาบมาลาวีมีหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มนอนเอ็มบูนา มีประมาณ 250 ชนิด 38 สกุล การจำแนกสกุลโดยใช้แพทเทิร์นของเมลานิน (เม็ดสีประเภทสีดำที่อยู่ในผิวหนังของปลา) เป็นหลัก ความยาวโดยเฉลี่ย 15 เซนติเมตร เช่น ปลาหมอคริสตี้ ปลาหมอมาลาวีเหลือง ปลาหมอมาลาวีน้ำเงินคอแดง ปลาหมอมาลาวีน้ำเงิน ปลาหมอรอสตราตัส ปลาหมออิเล็กทริกบลู เป็นต้น
กลุ่มเอ็มบูนา มี 250 ชนิด 10 สกุล การจำแนกสกุลใช้ลักษณะของฟันเป็นหลัก เป็นปลาที่มีสีสวยสะดุดตาความยาว 10-12 เซนติเมตร เช่น ปลาหมอกล้วยหอม ปลาอีสเทิร์นบลู ปลาหมอดีมาสัน ปลาหมอลิลลี่
 แทนแกนยีกา เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 และมีความลึกเป็นอันดับสองของโลก ระดับอุณหภูมิสูงประมาณ 26 องศาเซลเซียสเกือบตลอดทั้งปี ความเป็นกรดเป็นด่างจะอยู่ระหว่าง 8.8-9.3 จากระดับน้ำที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการปะปนประชากรปลาในกลุ่มต่าง ๆ และจากการปรับตัวจึงเกิดปลาชนิดใหม่ซึ่งความสามารถดังกล่าวมีเหตุผล 3 ประการคือ
1. ปลาหมอสีอาศัยอยู่ในน้ำจืดได้ดีและสามารถทนต่อน้ำเค็มได้ดี
2. ปลาหมอสีมีอวัยวะพิเศษที่สามารถเก็บกักปริมาณออกซิเจนได้นาน ทำให้ไม่ต้องโผล่ฮุบน้ำบ่อย ๆ และลูกปลาวัยอ่อนสามารถอยู่ในน้ำที่มีออกซิเจนต่ำ
3. ปลาหมอสีมีการดูแลลูก อมไว้ในปากของแม่ปลา ซึ่งเป็นแหล่งที่ปลอดภัยที่สุด ปลาหมอสีที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแทนแกนยีกา เช่น ปลาหมอฟรอนโตซ่า ปลาหมอแซงแซว ปลาหมอดูบอยซี่ ปลาลองจิออร์
 วิกตอเรีย เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ภูมิอากาศอยู่ในเขตศูนย์สูตร 
มีความลึก 60-100 เมตร ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปลาในระดับต่าง ๆ ประมาณ 300 ชนิด แต่เนื่องจาก ปี พ.ศ. 2493 และ พ.ศ. 2503 ได้มีการนำปลาสกุลกะพงขาวจากแม่น้ำไนล์ไปปล่อยในทะเลสาบวิกตอเรีย ต่อมาในปี พ.ศ. 2528 ปลากะพงขาวได้ออกลูกหลานแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและจับปลาหมอสีวิกตอเรียกินเป็นอาหารหลัก ซึ่งส่งผลให้ปลาหมอวิกตอเรียสูญพันธุ์ไปแล้วกว่า 100 ชนิด สำหรับปลาที่ยังคงมีอยู่ได้แก่ ปลาหมออ๊อบลิคิวเดนซ์ ปลาหมอในเออร์รี ปลาหมอบราวนี
 อเมริกากลางและอเมริกาใต้ ปลาหมอสีในภูมิภาคนี้มีรูปร่าง วิถีชีวิตและพฤติกรรมแตกต่างไปจากหมอสีมาลาวี หมอสีแทนแกนยีกา และวิกตอเรีย สำหรับปลาในกลุ่มอเมริกากลาง ได้แก่ ปลาหมอริวูเลตัส ปลาหมอบราซิเบียน ปลาหมอหมอคาพินเต้ หรือกรีนเท็กซัส ปลาหมอฟลามิงโกหรือเรด เดฟเวิล ปลาหมอมาคู ปลาหมอตาแดง
ส่วนปัจจัยที่ทำให้ปลาหมอสีมีสีสันก็คือ สิ่งแวดล้อมปลาจะไม่มีสีฉูดฉาดหากอาศัยอยู่ในที่ซึ่งต้องพรางตัว แต่ในฤดูผสมพันธุ์จะมีสีสันสดใสเพื่อดึงดูดเพศตรงข้ามและประเด็นสำคัญ คือ ตัวเมียต้องสามารถจำตัวผู้ที่จะทำการผสมพันธุ์ว่าเป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ ซึ่งเป็นที่มาของการผสมข้ามพันธุ์ อย่างไรก็ตามปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดสีสันของปลาตัวผู้นั้นก็คือ ปลาตัวเมียที่เป็นคู่ของมันนั่นเอง
         เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดปลาหมอสีนั้น คุณสมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานสัตว์น้ำ กรมประมง ได้กล่าวไว้ในหนังสืออนุกรมวิธานปลาหมอสีในประเทศไทยและได้ฝากบอกมายังท่านสมาชิกวารสารอีกว่า ก่อนตัดสินใจเลี้ยงปลาหมอสีจะต้องศึกษาข้อมูลหลายประการ เนื่องจากการเลี้ยงปลาสวยงามเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เช่น ชนิดของปลาหมอสี พฤติกรรม ถิ่นกำเนิด น้ำ แสงสว่าง อาหาร และการตกแต่งตู้ เพราะปลาหมอสีมาจากแหล่งที่มีความหลากหลายทั้งทางด้านกายภาพและชีวภาพ ปลาหมอสีที่เลี้ยงในบ้านเรา ส่วนใหญ่มาจากทะเลสาบมาลาวีและแทนแกนยีกา ปลาที่มาจากทะเลสาบเดียวกันควรอยู่ในตู้เดียวกัน ถ้าแบ่งกลุ่มเลี้ยงเป็นตู้ฯ ก็จะสะดวกในการดูแล เพราะปลาแต่ละกลุ่มกินอาหารแตกต่างกัน สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ด้านใดด้านหนึ่งของตู้ปลาต้องทาด้วยสีดำหรือสีน้ำเงินปนดำหรือใช้กระดาษหรือฟิล์มปิดแทนก็ได้เพื่อช่วยลดความเครียด เพราะเมื่อปลาหมอสีตื่นตกใจก็จะหลบอยู่ในมุมที่มีแสงสว่างน้อย
 ขนาด ตู้เลี้ยงปลาควรมีขนาดใหญ่ ความจุไม่น้อยกว่า 500 ลิตร แต่ถ้ามีตู้เล็กก็แยกเลี้ยงเพียงตู้ละหนึ่งตัวตู้ด้านบนมีฝาปิดเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ และช่วยให้อุณหภูมิของน้ำไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
 แสงสว่าง ควรให้แสงสว่างที่เหมาะสม หากแสงสว่างมากเกินไปจะทำให้ปลาไม่ออกสี ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
 การตกแต่ง ปัจจุบันวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งได้มีการเลียนแบบธรรมชาติ เช่น ก้อนหินทำจากไฟเบอร์กลาส ถ้าใช้ของจริงควรเลือกใช้วัสดุที่เบาและไม่มีสารพิษละลายน้ำได้ อาจใช้กรวดหรือทรายธรรมชาติล้างให้สะอาด แช่น้ำทิ้งไว้หลาย ๆ วัน เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ที่ติดมากับหินและทรายให้หมด หากใช้ก้อนหินจริงที่มีขนาดใหญ่วางบนพื้นทราย ปลาจะขุดคุ้ยทรายและทำให้ก้อนหินล้มลงกระทบกระจกตู้ปลาแตกเสียหายได้
 น้ำเลี้ยงปล น้ำในทะเลสาบมาลาวีมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างเฉลี่ยประมาณ 8.8 ฉะนั้นน้ำไม่ควรอยู่ในช่วง 7.0 -8.5 อุณหภูมิปกติ 23-28 องศาเซลเซียส ปลาจากทะเลสาบแทนแกนยีกา ควรมีค่าของน้ำระหว่าง 7.8 - 9.5 ปัจจุบันร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเลี้ยงปลาสวยงามมีเกลือที่ใช้ปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำได้ ส่วนปลาที่มาจากทะเลสาบวิกตอเรีย อเมริกากลางและอเมริกาใต้ไม่มีปัญหาเรื่องความเป็นกรดเป็นด่างและอุณหภูมิของน้ำ
 ข้อควรระวัง ปลาที่นำเข้ามาทุกครั้งก่อนปล่อยลงตู้หรือบ่อเลี้ยงควรวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำในถุงด้วย ถ้ามีความแตกต่างกับน้ำในตู้ปลาควรปรับให้มีค่าใกล้เคียงกันมากที่สุด ซึ่งทำง่ายโดยใช้กระดาษลิตมัส
 อาหาร ปลาหมอสีสามารถปรับตัวได้ดีกินอาหารได้ทุกประเภท แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมไขมันจากเนื้อสัตว์ เพราะไขมันจะไปทำลายตับของปลาเหล่านี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลาที่เลี้ยงตาย ฉะนั้นอาหารที่ใช้เลี้ยงควรมีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกับอาหารธรรมชาติมากที่สุด ปลาหมอสีกินพืช ควรเลี้ยงอาหารปลากินพืช พวกปลากินสัตว์ เช่น กุ้ง ไรน้ำเค็ม หรืออาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยงกับอาหารสำเร็จรูปที่ใช้โดยทั่วไปควรมีส่วนประกอบของกากถั่ว กุ้ง สาหร่ายเกลียวทอง ปริมาณอาหารไม่ควรให้เกินความต้องการของปลา จะทำให้ปลาอ้วนและอ่อนแอ ในกรณีเลี้ยงเพื่อการเพาะพันธุ์ ถ้าให้อาหารมากเกินไปจะทำให้ปลาไม่มีไข่และน้ำเชื้อ
ธรรมชาติของปลาหมอสีเป็นปลาที่อดทน สามารถอดอาหารนับสิบวัน หากท่านไม่อยู่บ้าน 5 - 10 วัน ปลาก็สามารถอยู่ได้อย่างปกติ แม้ว่าในแหล่งน้ำธรรมชาติมีอาหารจำกัด โดยเฉพาะแม่ปลาที่ฟักไข่ด้วยปาก ต้องอมไข่จนไข่ฟักเป็นตัว และอมต่อไปจนกระทั่งลูกปลาสามารถว่ายน้ำออกจากปาก เพื่อหากินอาหารต่อไป ซึ่งใช้เวลาอีก 15-20 วัน ในระยะนี้แม่ปลาจะไม่กินอาหารใด ๆ ทั้งสิ้น
 พันธุกรรม พันธุกรรมของปลาหมอสีที่มีผลต่อการควบคุมพัฒนาการของลักษณะต่าง ๆ ที่เรียกว่า ยีน การรวมของยีนจะประกอบด้วยยีนจากพ่อและแม่ของสัตว์แต่ละชนิด การผ่าเหล่าจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของลักษณะทางพันธุกรรม ซึ่งมีผลแสดงออกมาให้เห็นลักษณะการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ลักษณะทางโครงสร้างและสีสัน เช่น การเกิดเป็นสีเผือก จุดสีหรือจุดสีอื่น ๆ ที่แปลก ออกไป โดยทั่วไปเป็นที่ยอมรับกันว่า กลุ่มปลาหมอสีมีความสำคัญของการจำคู่ของตน แต่อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติจะเป็นตัวทำให้เกิดความสมดุลในกลุ่มของมันเอง ในกรณีการเกิดเลือดชิด ก่อให้เกิดปลาชนิดใหม่
ท่านสมาชิกและผู้อ่านหนังสือพิมพ์วารสารการประมงได้ทราบเรื่องราวปลาหมอสีมาพอสังเขปบ้างแล้ว แต่ถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมศึกษาได้จากหนังสืออนุกรมวิธานปลาหมอสีในประเทศไทย ในช่วงนี้ขอเชิญไปเยี่ยมชมฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาหมอสี พบกับคุณสมขายและคุณสมศักดิ์ หิรัญกรณ์ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการเพาะเลี้ยงปลาหมอสีเป็นงานอดิเรก ในช่วงวันหยุดก็จะให้และใช้เวลามาทุ่มเทกับการดูแลปลา นับเป็นการสร้างสัมพันธภาพอันดียิ่งภายในครอบครัว พบกับคุณสมชาย หิรัญกรณ์ได้เลยค่ะ
 คุณสมชายได้เริ่มเลี้ยงปลาจำหน่ายมานานกี่ปีแล้วคะ
 คุณสมชาย : จริง ๆ แล้วผมไม่ได้เลี้ยงปลาเป็นอาชีพแต่เป็นเพราะมีใจรักชอบการเลี้ยงปลาสวยงามมาตั้งแต่เด็ก ๆ ปัจจุบันมีงานประจำในวงการคอมพิวเตอร์แม้แต่ในช่วงที่ได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก็ได้เลี้ยงปลาอีกด้วย ทำให้ได้รู้จักปลาตัวใหม่ ๆ โดยเฉพาะปลาหมอสี ชอบมาก หลังจากจบการศึกษาก็ตั้งใจว่าจะมาเลี้ยงปลาในประเทศไทย สำหรับการเลี้ยงในต่างประเทศมีความยุ่งยากพอสมควร เนื่องจากอากาศเย็นและปัญหาคุณภาพน้ำ การปรับสภาพค่อนข้างลำบากมาก 
 ทำไมคุณสมชายจึงนิยมชมชอบปลาหมอสีเป็นพิเศษกว่าปลาสวยงามชนิดอื่น ๆ
 คุณสมชาย : เพราะปลาหมอสีเป็นปลาที่มีสีสันสดใสและยังมีให้เลือกหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งปลาสวยงามบางชนิดมีให้เลือกน้อย ผมประทับใจสีสันและพฤติกรรม ถ้าเลี้ยงให้ถูกวิธีจะยิ่งเพิ่มความสวยงามมากขึ้น
 ความรู้ความสามารถและทักษาในการเพาะเลี้ยงปลาหมอสีได้มาอย่างไร
 คุณสมชาย : ผมได้สั่งสมประสบการณ์มาตั้งแต่เด็ก ๆ พร้อมทั้งศึกษาจากตำราและอินเทอร์เน็ต โดยเปิดเข้าไปดู ทั้งวิธีการเลี้ยง พฤติกรรม และโรคปลา
 คุณสมชายคิดว่าปลาหมอสีมีพฤติกรรมอย่างไร
 คุณสมชาย : คนบางคนอาจคิดว่าปลาหมอสีเป็นปลาก้าวร้าว จริง ๆ แล้วไม่ร้ายอย่างที่คิดนะครับ การจัดการโดยการเลี้ยงเป็นกลุ่ม แยกประเภทสายพันธุ์ แหล่งกำเนิด เพราะพันธุ์ปลาจากถิ่นที่แตกต่างกันจะมีพฤติกรรมไม่เหมือนกัน
 ปลาหมอสีที่มาจากถิ่นกำเนิดต่างกันสามารถนำมาเลี้ยงรวมกันได้หรือไม่
 คุณสมชาย : ที่เลี้ยงขณะนี้เป็นกลุ่มปลาที่มาจากทะเลสาบมาลาวีและทะเลสาบแทนแกนยีกา เวลาเลี้ยง ๆ เป็นกลุ่มใหญ่ ถ้าเลี้ยงจำนวนน้อยและมี 2 ตัวเป็นตัวผู้ ปลามักจะกัดกัน ในกลุ่มนี้ควรเป็นปลาตัวผู้น้อย ปลาตัวเมียมาก อัตราส่วน 1:8 นอกจากนี้สถานที่ก็มีความสำคัญ ควรกว้าง ถ้าพื้นที่น้อยจะกัดกัน
 พื้นที่เพาะพันธุ์เป็นลักษณะใด และอัตราการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ที่เหมาะสม
 คุณสมชาย : การเพาะพันธุ์ในตู้ขนาด 48 นิ้วโดยเฉพาะปลาแถบมาลาวีในอัตรา 1:8 รวมจำนวนปลาประมาณ 14-16 ตัว โดยมีปลาตัวผู้ 2 ตัวในจำนวนดังกล่าว ภายในตู้ใส่กระถางต้นไม้ 2 ใบสำหรับปลาตัวผู้ได้เข้าไปอาศัยอยู่
 ปลาหมอสีแถบทะเลสาบมาลาวีที่เหมาะสมนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ควรมีขนาดเท่าใด
 คุณสมชาย : ขนาดพ่อแม่พันธุ์ควรมีความยาวประมาณ 14- 15 เซนติเมตร ตู้ขนาด 48 นิ้ว อัตราการปล่อย 16 ตัว
 พ่อแม่พันธุ์ปลามีผลต่อการฟักตัวและการเจริญเติบโตของลูกปลาที่ดี ควรมีอายุเท่าไร
 คุณสมชาย : ปลาหมอสีเป็นปลาที่วางไข่ได้ตลอดทั้งปี แต่ปลาที่เหมาะสมจะนำมาเป็นพ่อแม่ควรมีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป หากพันธุ์ปลาอายุน้อย เวลาวางไข่และฟักเป็นตัวมักให้ลูกปลาที่ไม่ค่อยสมบูรณ์
 การขุนเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาให้มีความสมบูรณ์ มีการดูแลเป็นพิเศษหรือไม่
 คุณสมชาย : ปกติจะเลียนแบบธรรมชาติ ซึ่งมีแร่ธาตุอาหารหลากหลาย ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของปลา ปลาบางชนิดกินอาหารสด บางชนิดกินพืช ถ้าเป็นอาหารสดก็ดูว่า ปลาชนิดนั้นกินอะไรเป็นอะไร เช่น กุ้ง หรืออาร์ทีเมีย
 ปลาหมอสีจะมีช่วงการวางไข่สูงสุดเหมือนปลาชนิดอื่นหรือไม่
 คุณสมชาย : จากประสบการณ์ของผม ช่วงประมาณปลาฤดูฝนต่อต้นฤดูหนาว ปลาจะวางไข่มาก ช่วงฤดูร้อนไม่ค่อยให้ไข่ อุณหภูมิที่ปลาชอบประมาณ 26 - 27 องศาเซลเซียส
 หลังจากปล่อยพ่อแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์เพื่อการผสมพันธุ์แม่ปลาหมอสีแต่ละสายพันธุ์มีพฤติกรรมการวางไข่เหมือนกันหรือไม่
 คุณสมชาย : ปลาแต่ละชนิดจะมีพฤติกรรมการวางไข่ต่างกัน บางตัวอมไข่ บางตัววางไข่บนวัสดุ ขึ้นกับสายพันธุ์ปลา บางชนิดวางไข่ปีละ 4 ครั้ง สำหรับปลาจากแทนแกนยีกาจะวางไข่บนวัสดุ ปลาจากทะเลสาบมาลาวีประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ อมไข่ไว้ในปาก
 อาหารมื้อแรกที่ให้ลูกปลาหมอสีกินเป็นอาหารชนิดใด
 คุณสมชาย : ปกติปลาที่วางไข่บนวัสดุจะใช้เวลาฟักตัว 3-5 วัน เมื่อมีอายุ 7 วัน จึงเริ่มให้อาร์ทีเมีย จากนั้นสองสัปดาห์ต่อมาจึงให้ไรแดง จนกระทั่งปลามีอายุ 1 เดือน จึงให้อาหารเม็ดที่มีสาหร่ายเกลียวทองเป็นส่วนประกอบ ซึ่งจะซื้ออาหารที่มีโปรตีน 10 เปอร์เซ็นต์
 แม่ปลาตัวหนึ่ง ๆ จะให้ไข่จำนวนมากน้อยเพียงใด
 คุณสมชาย : ปลาจากทะเลสาบมาลาวี จะให้ปริมาณไข่ 20-60 ฟอง ถ้าปลาโตจะให้ถึง 100 ฟอง ส่วนปลาหมอสีที่มีถิ่นกำเนิดในทะเลสาบแทนแกนยีกาจะให้ปริมาณน้อย เริ่มต้นประมาณ 20 กว่าฟองเท่านั้น
 การเพาะพันธุ์แต่ละครั้ง อัตราการรอดตายมากน้อยเพียงใด
 คุณสมชาย : อัตราการรอดตายค่อนข้างสูง สำหรับพ่อแม่พันธุ์จากทะเลสาบมาลาวี ปลาอมไข่ใช้เวลาฟักตัวในปากประมาณ 5 วัน ถ้าแกะไข่ปลาออกจากปากเร็วเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไข่ที่ไม่พัฒนาคือไม่มีหัวและหาง หรือถ้าแกะช้าเกินไป แม่ปลาอาจกินลูกปลาบางส่วนที่อมไว้ในปาก ทำให้เกิดการสูญเสีย ผมจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่แม่ปลาอมไข่ ปกติจะใช้เวลา 5 วันจึงแกะปากนำลูกปลาออกมา เมื่อถึงไข่ของลูกปลายุบ ถ้าเป็นปลาจากทะเลสาบมาลาวีให้ไรแดงได้เลย
 เมื่อใดจึงจะมีการเปลี่ยนชนิดอาหารให้กับลูกปลาที่เลี้ยงด้วยไรแดง
 คุณสมชาย : จะให้ไรแดงจนกระทั่งลูกปลามีขนาดความยาว 1 นิ้ว จึงเปลี่ยนให้อาหารเม็ดที่มีส่วนผสมสาหร่ายเกลียวทอง สลับกับไรทะเล
 การให้อาหาร อัตราการปล่อยและการอนุบาลลูกปลาที่เหมาะสมทำอย่างไร
 คุณสมชาย : การให้อาหารถ้าเป็นพ่อแม่ปลาวันละ 1 ครั้ง ตอนเย็น ส่วนลูกปลาจะให้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น สำหรับลูกปลาจะอนุบาลในตู้ขนาด 36 นิ้ว อัตราความหนาแน่นลูกปลาประมาณ 300 ตัว แต่ที่ฟาร์มเลี้ยงเน้นคุณภาพอัตราการปล่อยตู้ขนาด 36 นิ้ว จำนวน 100- 150 ตัว
 ช่วงอนุบาลลูกปลา มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยไหมคะ
 คุณสมชาย : ลูกปลาที่อนุบาลจะเปลี่ยนถ่ายน้ำ 2 วันต่อครั้ง เนื่องจากการให้อาหารค่อนข้างถี่นะครับ น้ำจะเสียง่ายทั้งนี้ก็มีการตรวจคุณภาพน้ำด้วยครับ
 ดูแลคุณภาพน้ำอย่างไรก่อนนำเข้ามาสู่ระบบการเพาะเลี้ยงภายในฟาร์ม
 คุณสมชาย : พ่อแม่พันธุ์จะเลี้ยงในตู้ ระบบน้ำจะมีการหมุนเวียน 24 ชั่วโมงทุกสัปดาห์ ตรวจเช็คค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ค่าแอมโมเนีย เปลี่ยนถ่ายน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สำหรับค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ที่ 8.5 ส่วนแอมโมเนียมีวัสดุทดสอบทางเคมีแบบสำเร็จรูป
 การเลี้ยงลูกปลาให้มีอัตรารอดมากที่สุดมีมากจัดการอย่างไร
 คุณสมชาย : เมื่อลูกปลามีอายุ 1 นิ้วจึงย้ายไปเลี้ยงในตู้ขนาด 48 นิ้ว ในระบบน้ำวน หลังจากเลี้ยงในตู้ขนาดดังกล่าว ก็จะคัดขนาดและดูความสมบูรณ์ โดยเลี้ยงต่อไปจนกระทั่งปลาออกสี
 ปลาจะเริ่มออกสีเมื่อมีขนาดเท่าใด
 คุณสมชาย : ขึ้นกับชนิดของปลา ตัวผู้จะเริ่มออกสีเมื่อมีขนาด 2 - 2 1/2 นิ้ว ส่วนตัวเมียไม่มีสีอยู่แล้ว ปลาที่ฟาร์มจะเน้นคุณภาพ ปริมาณปลาที่จำหน่ายไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องยอมรับว่าปลาทุกตัวจะสวยไม่เท่ากัน ฉะนั้น จะคัดเฉพาะปลาที่สมบูรณ์ หรือที่เรียกว่า หัวปลา ออกจำหน่าย
 ลูกปลาที่เลี้ยงได้นำมาขุนเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์บ้างไหม
 คุณสมชาย : ปลาที่นำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ของที่ฟาร์มเป็นปลาที่ได้มาจากแหล่งธรรมชาติ
 การเลี้ยงปลาให้ได้คุณภาพและมีสีสันสดสวยมีการเลี้ยงดูอย่างไร
 คุณสมชาย : คุณภาพน้ำ อาหารและสายพันธุ์ปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะให้อาหารสด เช่น กุ้งฝอย ไรแดง สำหรับไรแดงผ่านการฆ่าเชื้อด้วยด่างทับทิมแล้วนำไปแช่แข็ง ส่วนอาหารเสริมจะเป็นอาหารเม็ดผสมสาหร่ายเกลียวทอง
 ปลาที่นิยมเลี้ยงในฟาร์มมีการปรับเปลี่ยนตามความต้องการของตลาดหรือไม่
 คุณสมชาย : ความนิยมปลาหมอสี ขึ้นกับความชอบแต่ละบุคคล สำหรับผมไม่ได้ดูตลาดเป็นเกณฑ์ ชนิดปลาที่เลี้ยงนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของผม ไม่ได้อิงตลาด เนื่องจากผมเป็นนักเลี้ยงปลาเพื่องานอดิเรก ชนิดปลาที่เลี้ยงขึ้นกับความชอบครับ
 จำนวนสายพันธุ์ปลาที่เลี้ยงภายในฟาร์มมีกี่สายพันธุ์คะ
 คุณสมชาย : ปัจจุบันมี 58 สายพันธุ์ สำหรับสายพันธุ์ปลาจากทะเลสาบแทนแกนยีกาเลี้ยงยากกว่า ต้องการการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างมาก มีความหลากหลาย สวยงาม สีสันฉูดฉาด เรียกว่า ปลาคลาสสิกก็น่าจะได้นะครับ การจัดสถานที่เลี้ยงต้องอิงธรรมชาติของปลาว่าชอบอยู่โขดหินหรือพื้นทราย
 ผู้สนใจรายใหม่ในการเลี้ยงปลาหมอสีต้องเตรียมการอะไรบ้าง
 คุณสมชาย : ก่อนตัดสินใจจะเลี้ยงปลาต้องศึกษาชนิดและขนาดปลา จากนั้นจึงเลือกตู้ปลา ส่วนน้ำที่จะนำมาใช้เลี้ยงปลาต้องมั่นใจว่าไม่มีคลอรีน การเลือกชนิดปลาขึ้นกับความชอบไม่จำกัดว่าจะเป็นปลาจากแห่งใด การเลี้ยงปลาที่ดีขึ้นกับใจรัก จากนั้นศึกษาพฤติกรรมชีวิตความเป็นอยู่โดยเลือกปลาที่มีสุขภาพแข็งแรง มีสีสันสดใสตามธรรมชาติ มิใช่สีสดด้วยการเร่งฮอร์โมน นอกจากนี้ในระหว่างการเลี้ยงต้องให้อาหารที่ถูกต้อง ก็จะมีส่วนเสริมส่งให้ปลามีสุขภาพดียิ่งอีกด้วย
 กรณีที่เป็นมือใหม่ ยังไม่มีความชำนาญ ขาดทักษะและประสบการณ์ ควรเลือกซื้อปลาขนาดไหน
 คุณสมชาย : โดยปกติ ปลาจากทะเลสาบมาลาวีเกือบทุกสายพันธุ์จะขึ้นสีเมื่อมีขนาด 2 - 2 1/2 นิ้วขึ้นไป ความเข้มข้นของสีขึ้นกับคุณภาพพ่อแม่พันธุ์
 หากปลามีสีอ่อนจะมีวิธีการเพิ่มความเข้มสีของปลาได้หรือไม่
 คุณสมชาย : โดยธรรมชาติของปลา เช่น แม่ปลาให้ลูกปลา 100 ตัว/ครอก ใน 1 ครอกจะมีหัวปลาและหางปลา สำหรับหัวปลาจะมีเพียง 5 ตัว อาจมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ ซึ่งเรียกว่าหัวปลาหรือปลาเกรดเอ ซึ่งมีสีจัดจ้าน ส่วนปลาที่ขึ้นสีช้า คุณภาพสีจะด้อยลง เวลาซื้อผู้ขายจะคละกันไป ฉะนั้นเพื่อให้ปลามีสีสม่ำเสมอ ผู้ค้าบางรายก็จะใช้ฮอร์โมนเร่งสี ดังนั้นการซื้อปลาหมอสีไปเลี้ยงต้องเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้
 ชนิดปลาสีทีตลาดนิยมเป็นปลาจากถิ่นกำเนิดใด
 คุณสมชาย : ปัจจุบันเป็นปลาแถบเซ็นทรัลอเมริกาโดยนำมาผสมข้ามพันธุ์ สำหรับปลาผสมข้ามสายพันธุ์ตลาดผู้บริโภคส่วนหนึ่งก็ให้ความนิยมเช่นกัน