โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

งามน่าแล ปลากระแหทอง โดย จำนง ถีราวุฒิอีกครั้งนะครับกับปลาพื้นเมืองตามสไตล์ลูกทุ่ง ลูกทุ่ง โดยผมจำนง   ถีราวุฒิ เหมือนเช่นเคยครับ ปลาที่ไหนเด็ด ปลาที่ไหนเด่น โดยเฉพาะด้านความสวยความงาม ผมไม่พลาดครับที่นำมาเสนอนำมาแนะนำให้ท่านที่สนใจได้รับทราบกัน อย่างที่เราทราบกันดีนะครับยังมีปลาแบบฉบับไทยๆ อีกหลายชนิดที่พวกเราไม่เคยได้รู้จักมักคุ้น บางชนิดหายากหรือใกล้สูญพันธุ์

บางชนิดก็อาจจะมีการพบเห็นโดยทั่วไป ซึ่งปลาเหล่านี้แหละครับถ้าเปรียบกับนักร้องก็คงเป็นประเภทร้องดี แต่ยังไม่มีค่ายเพลงสังกัดหรือเป็นจำพวกเพชรในตมอะไรประมาณนี้แหละครับ

และปลาที่ผมขอนำท่านผู้อ่านมารู้จักก็คือ ปลาที่อยู่ในทะเลสาบสงขลานี่เอง และยังสามารถพบได้ในทุกภาคของประเทศและที่สำคัญปลาชนิดนี้เคยติดอันดับ 1 ใน 10 ปลาสวยงามของประเทศไทยจากการโหวดของนักเลี้ยงปลาสวยงามเมื่อปี พ.ศ.2553 อีกด้วย ถ้าแถวทะเลสาบสงขลาบ้านผมถือว่าปลาชนิดนี้คือเพชรเม็ดงามที่อยู่คู่ทะเลสาบสงขลามานานแล้วครับ สาธยายมาก็นานมารู้จักกับปลาชนิดนี้เลยครับ “ปลากระแหทอง”  ใช่ครับปลากระแหทองคือเพชรเม็ดงามของปลาสวยงามแบบฉบับไทยๆ อย่างแท้จริง ปลากระแหทองมีชื่อสามัญ Schwanen Feid’s Tinfoil Barb ชื่อวิทยาศาสตร์ Barbodes Schwanenfeidi เราสามารถพบปลาชนิดนี้ตามแม่น้ำลำคลองหนองบึงทั่วทุกภาค ทำให้มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามภาษาท้องถิ่น เช่นพบในภาคกลางเรียกกระแห ตะเพียนหางแดงหรือกระแหทอง ทางภาคใต้เรียกปลาลำปำ ส่วนภาคอีสานเรียกปลาเลียนไฟ

งามน่าแล ปลากระแหทอง โดย จำนง ถีราวุฒิ งามน่าแล ปลากระแหทอง โดย จำนง ถีราวุฒิ

ลักษณะทั่วไป รูปร่างป้อมสั้น ลำตัวแบนบ้าง หัวมีขนาดเล็ก หนวดเล็กและสั้น มี 2 คู่ เกล็ดมีขนาดใหญ่ ครีบหางใหญ่ ปลายเป็นแฉกลึก กระโดงหลังสูงกว้าง มีก้านครีบเดียวที่แข็งและขอบหยัก เป็นฟันเลื่อยอยู่อันหนึ่ง สีพื้นของลำตัวเป็นสีขาวเงินหรือสีเหลืองปนส้ม ด้านหลังมีสีเทาปนเขียว กระโดงหลังสีแดงและมีแถบดำที่ปลากระโดง ขอบบนและขอบล่างของครีบหางมีแถบสีดำข้างละแถบ อาหารที่ปลาชนิดนี้กินนะครับ ได้แก่ พืชพรรณไม้น้ำ ตัวอ่อน แมลงน้ำ ซากสัตว์และพืช   ที่เน่าเปื่อย

เป็นอย่างไรบ้างครับ ปลาชนิดนี้สมกับเป็นเพชรตามที่ผมกล่าวอ้างได้หรือเปล่า ผมเคยนำปลาชนิดนี้ไปจัดนิทรรศการเกี่ยวกับปลาสวยงามในทะเลสาบสงขลา ในงานคนรักทะเลสาบที่ตำบล คูขุด อำเภอสะทิ้งพระ จังหวัดสงขลา ท่านเชื่อมั้ยครับ ปลากระแหทองนี้แหละครับกลายเป็นพระเอกของงานและได้รับความสนใจมากที่สุด ด้วยรูปทรงที่สวยงามได้สัดส่วนด้วยสีสันที่คมเข้ม แถวกระโดงหลังตัดกับแถบดำที่ปลายกระโดง โอ้โห้...สวยงามอย่าบอกใครเลยครับ

หากผู้ใดสนใจอยากจะเลี้ยงปลาชนิดนี้ หาซื้อได้ไม่ยากครับราคาก็พอซื้อหากันได้ การเลี้ยง ก็ไม่ยุ่งยาก ตู้ขนาด 50 cmx 100 cm ปล่อยปลา 5-7 ตัว ภายในตู้ตกแต่งด้วยหิน ตอไม้ตามใจชอบ แต่อย่าให้มากจนดูแน่นนะครับ เพราะธรรมชาติของปลาชนิดนี้จะไม่อยู่นิ่งมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ระบบน้ำภายในตู้ควรเป็นตู้ที่มีระบบกรองน้ำภายใน น้ำจะได้สะอาดอยู่เสมอ ให้ออกซิเจนตามความเหมาะสมอย่าให้แรงเกินไป อาหารที่ใช้ควรเป็นอาหารเม็ดเพราะสะดวกและน้ำก็ไม่เน่าเสียอีกด้วย เท่านี้แหละครับท่านจะได้สวรรค์แห่งโลกใต้น้ำตามที่ตั้งใจ

อะไรอะไรที่เป็นของไทยๆ เราจงภูมิใจในความเป็นไทยเถอะครับ กินของไทย ใช้ของไทย ปลาสวยงามก็เช่นกันครับ เลี้ยงปลาไทยส่งเสริมปลาไทย ให้ปลาไทยไปสู่ปลาสวยงามระดับสากล ให้ทั่วโลกได้รู้ว่าประเทศไทย คือ ศูนย์รวมของความสวยงามอย่างแท้จริง โดยเฉพาะปลาสวยงามจริงมั้ยครับ

 

6 ก.ย. 59