อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ช่างร้ายเหลือ เมื่อเสือพ่นน้ำ โดยขวัญเรือน สุวรรณรัตน์ปลาเสือพ่นน้ำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ Toxotes chatareus เป็นปลาที่พบอยู่ตามแม่น้ำ ลำคลอง  หนองบึง ที่มีการเชื่อมต่อกับแม่น้ำ  และปากแม่น้ำโดยพบชุกชุมในภาคกลางและภาคใต้ (กรมประมง, 2540)     เนื่องจากปลาเสือพ่นน้ำเป็นปลาที่มีลักษณะที่สวยงามจึงเป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่ถูกรวบรวมจากธรรมชาติเพื่อจำหน่ายเป็นปลาสวยงาม ทำให้ปลาเสือพ่นน้ำในธรรมชาติมีจำนวนลดลงมาก

 

 ช่างร้ายเหลือ เมื่อเสือพ่นน้ำ โดยขวัญเรือน สุวรรณรัตน์ลักษณะทั่วไปของปลาเสือพ่นน้ำ ลำตัวป้อม แบนข้างคล้ายรูปสามเหลี่ยม ส่วนหัวแหลมครีบหลัง ก้านครีบแข็ง 5-6 ก้าน ก้านครีบอ่อน 12-13 ก้าน ครีบก้นมีก้านครีบแข็ง 3 ก้าน ก้านครีบอ่อน 15-17 ก้านมีเกล็ดบนเส้นข้างตัว 33-34 เกล็ด ครีบหลังและเส้นข้างตัวห่างกัน 5 เกล็ด ครีบหลังและครีบก้นอยู่ส่วนท้ายของลำตัว ครีบหางตัดตรง บริเวณหลังมีสีเขียวปนเหลือง ด้านข้างสีขาว-เงิน ข้างลำตัวมีแต้มสีดำค่อนข้างยาว 6-7 แต้มลำตัวสีเหลืองมีลายดำเหมือนเสือจึงได้ชื่อว่า ปลาเสือ  มีการปรับตัวให้เหมาะสมกับการกินแมลงโดยมีวิวัฒนาการให้เหงือกเกิดช่องใต้เพดานปาก สามารถพ่นน้ำออกไปได้เป็นลำโดยแรงอัดของแผ่นปิดเงือก  ตัวเต็มวัยมีขนาดใหญ่ที่สุดประมาณ 40 เซนติเมตร ปลาเพศผู้มีลักษณะลำตัวเพรียวช่องท้องแคบและสีครีบก้นเป็นสีดำเข้มกว่าปลาเพศเมีย เป็นปลาที่พบกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศแถบตะวันออก เช่น หมู่เกาะฟิลิปปินส์  ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย พม่า และ อินเดีย ในประเทศไทยพบอยู่ตามแม่น้ำ และลำคลองหนองบึง อาศัยในน้ำจืดและน้ำกร่อย แต่มักพบบริเวณแหล่งน้ำกร่อยมากกว่า เช่น บริเวณป่าชายเลน และปากแม่น้ำ เป็นปลาที่ว่ายอยู่บริเวณผิวน้ำ

ทำความรู้จักกันไปแล้วกับปลาเสือพ่นน้ำ สำหรับท่านที่อ่านบทความฉบับนี้แล้ว นึกสนใจอยากจะเลี้ยง เพราะอดใจไม่ไหวกับความสวยงามที่ดูแปลกตา และหาซื้อได้ไม่อยาก จัดให้เลยค่ะสำหรับการเลี้ยงปลาชนิดนี้ เริ่มต้นที่การเตรียมตู้ปลา และอุปกรณ์การจัดตู้ไม่ควรใช้ตู้ปลาที่มีขนาดเล็กเกินไป เพราะปลาชนิดนี้ต้องเลี้ยงรวม 4-5 ตัวต่อตู้ มันถึงจะดูสวยงาม ภายในตู้เติมแต่งด้วยพันธุ์ไม้น้ำเล็กน้อย รองพื้นตู้ปลาด้วยหินแม่น้ำ ส่วนไอเดียการจัดตู้ขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงค่ะว่าชอบแบบไหน อาจจะนำปลาชนิดอื่นที่มีขนาดไม่โตมากนักมาร่วมเลี้ยงด้วย เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศภายในตู้ก็ดูสวยดี น้ำที่ใช้เลี้ยงต้องตรวจสอบดูให้ดีก่อนนะค่ะว่ามีคลอรีนหรือไม่ ตู้ปลาต้องมีระบบกรองอยู่ในตัว เพราะปลาชนิดนี้ชอบน้ำที่สะอาดและไม่เป็นลักษณะน้ำนิ่ง เพราะถิ่นที่อยู่อาศัยของปลาชนิดนี้ชอบอาศัยอยู่บริเวณปากแม่น้ำ ที่ซึ่งมีลักษณะน้ำไหลเวียน หรือน้ำขึ้นน้ำลงนั่นเอง สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งนอกจากระบบกรองแล้วระบบการให้อากาศก็ต้องมีด้วย หลังจากเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว อย่าเพิ่งปล่อยปลาลงเลี้ยงนะค่ะ เปิดปั๊มรันน้ำทิ้งไว้สัก 2-3 วัน แล้วค่อยนำปลาลงเลี้ยง

อาหารที่เหมาะสมสำหรับปลาเสือพ่นน้ำคือ อาหารสด เช่น ไส้เดือนน้ำ หนอนแดง ไรทะเล ลูกกุ้ง และสามารถให้อาหารสำเร็จรูปที่มีโปรตีนสูงสลับได้ ปลาที่นำมาเลี้ยงในระยะแรกอาจไม่ยอมกินอาหารเม็ด จะต้องค่อยๆ ฝึกโดยวิธีปล่อยให้อดสักสองสามวัน จากนั้นปลาก็จะยอมกินไปเองค่ะ

เป็นเช่นไรบ้างค่ะตัดสินใจได้หรือยังว่าจะนำปลาชนิดนี้เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวของคุณได้หรือยัง ไม่ยากอย่างที่คิดหรอกค่ะตามข้อมูลการเลี้ยงที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่สิ่งที่ไม่ง่ายเลยก็คือ การที่คนเลี้ยงปลาสวยงามทั่วไปมักประสบเจอก็คือเลี้ยงตามกระแส เลี้ยงแบบผ่านๆ เลี้ยงตามอารมณ์ เมื่อเป็นเช่นนี้การเลี้ยงปลาสวยงามจึงไม่ประสบผลเท่าที่ควรไม่เฉพาะแต่ปลาเสือพ่นน้ำนะค่ะ ปลาชนิดอื่นก็เช่นกัน ดังนั้นถ้าอยากให้ปลาสวยงามของเรามีความสวยงามวนว่ายอยู่ในตู้นานๆ การเอาใจใส่ การดูแล และความรักในสิ่งที่ทำนี่แหละค่ะ ที่สำคัญอย่างยิ่ง และท้ายที่สุดนี้ขอฝากนักเลี้ยงปลาสวยงามทุกท่านนะค่ะ ถ้ารักในความสวยงามของปลาเราต้องคำนึงถึงธรรมชาติด้วยค่ะ อย่านำปลาจากธรรมชาติมาซื้อมาขายโดยเฉพาะปลาที่ใกล้สูญพันธุ์ ถ้าอยากจะเลี้ยงอยากจะได้จริงๆ เราเลือกปลาที่ได้จากการเพาะพันธุ์ดีกว่านะค่ะ ได้ทั้งความสุขได้ทั้งธรรมชาติดด้วยค่ะ

 

เอกสารอ้างอิง

http://www.fisheries.go.th

 

6 ก.ย.59