อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ปลาคิลลี่เป็นสัตว์น้ำจืดขนาดเล็ก ซึ่งตามธรรมชาติจะพบปลาคิลลี่ได้ในที่ราบลุ่มน้ำหรือแหล่งหนองน้ำที่มีน้ำฝนท่วมขังตามฤดูกาลในประเทศแถบทวีปแอฟริกาและประเทศต่าง ๆในเขตร้อนชื้น ทั่วทุกมุมโลก อันได้แก่ ประเทศแทนซาเนีย ประเทศกาบอง และประเทศอูกานดา ปลาคิลลี่เป็นปลาที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะปลาคิลลี่ในสกุล Cyprinodon ซึ่งสามารถ อยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิสูงถึง 37 - 43c๐ 

ปลาคิลลี่มีการแพร่พันธุ์โดยการวางไข่ฝังในดิน วางไข่ติดไม้น้ำ วางไข่แบบฝังดินและติดไม้น้ำ ขึ้นอยู่กับชนิดและสายพันธุ์ของปลาคิลลี่ ในประเทศไทยก็มีปลาชนิดนี้ทั่วทุกภาคเช่นกัน แต่ไม่นิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม เพราะสีสันไม่ค่อยสวยจัดจ้านเหมือนกับปลาคิลลี่ในต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเรียกปลาชนิดนี้ว่า “ปลาหัวตะกั่ว”
วงจรชีวิตปลาคิลลี่
สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ 
1.กลุ่มฤดูกาลเดียว (Annual Killies) 
     เป็นปลาที่อาศัยในแหล่งน้ำขังและน้ำจะแห้งในฤดูร้อนของทุกปี ปลากลุ่มนี้จะพัฒนาวิธีการรักษาเผ่าพันธุ์ไว้ตลอดช่วงฤดูแล้งที่ปราศจากน้ำ ด้วยการวางไข่ฝังในดิน พื้นท้องน้ำ (Botton Spawner) และชะลอการฟักเป็นตัวให้นานออกไปได้ถึง 2 ปี แต่โดยทั่วไปแล้ว จะอยู่ระหว่าง 2 - 6 เดือน เนื่องจากวงจรชีวิตของปลาคิลลี่กลุ่มนี้ถูกธรรมชาติบีบให้อยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี มันจะต้องรีบฟักเป็นตัวเมื่อได้รับน้ำฝนและเจริญเติบโตเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ส่วนใหญ่ จะใช้เวลาในช่วงประมาณ 2 - 6 เดือน ซึ่งบางสายพันธุ์ ใช้เวลาแค่ 5 สัปดาห์เท่านั้น 
ปลาคิลลี่กลุ่มนี้มีอายุเพียง 1 ปี โดยทั่วไปจะมีลักษณะลำตัวสั้นและกว้าง หางกลมมน สีเข้มสลับลายตลอดลำตัว พันธุ์ที่นิยมเลี้ยงได้แก่ ปลาในสกุล Nothobranchius , Simpsinichthys , Cynolebias , Austrolebias 
2.กลุ่มไม่จำกัดฤดูกาล ( Non Annual Killies ) 
     ปลาคิลลี่กลุ่มนี้มีลำตัวยาวกลม สีพื้นสลับลายสีเข้มตลอดลำตัว หางแฉก อาศัยตามแหล่งน้ำไหล หรือน้ำขังตลอดทั้งปี บางสายพันธุ์มีอายุนานถึง 5 ปี ใช้เวลาในการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ นับจากฟักออกจากไข่นานถึง 6 เดือน 
การวางไข่ของปลาคิลลี่กลุ่มนี้อาจแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ 
     - วางไข่แบบจมติดวัสดุ (Plant Spawner) คือ จะวางไข่ติดพวกพืชน้ำหรือรากไม้ใต้น้ำ
     - วางไข่ติดกับพืชน้ำ ,วางไข่ฝังไว้ที่พื้นท้องน้ำ (Switch Spawner) คือ จะวางไข่ได้ทั้ง 2 แบบขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของแต่ละปี
ระยะเวลาในการฟักไข่ โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงเวลา ตั้งแต่ 10 วัน ถึง 1 เดือน หรือเฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์ ได้แก่ ปลาในกลุ่ม Epiplatys,Aphyosemion,Scriptaphyosemion, Fundulopanchax เป็นต้น 
เทคนิคการเลี้ยงปลาคิลลี่ 
     การเลี้ยงปลาคิลลี่ที่ถูกวิธีนั้นจะต้องประกอบด้วยปัจจัยหลัก ๆ 3 ประการ ที่นักเลี้ยงปลาคิลลี่ควรรู้นั้นก็คือ ที่เลี้ยง (ภาชนะที่ใช้เลี้ยง) สภาพน้ำและอาหาร 
ที่เลี้ยงหรือภาชนะที่ใช้เลี้ยง ส่วนใหญ่แล้วมักจะเลี้ยงในตู้ปลาทั่ว ๆ ไป แต่อาจสำคัญที่ขนาดของตู้ปลาและอัตราการปล่อย ถ้าเป็นปลาคิลลี่ขนาดไม่เกิน 2 นิ้ว ใช้ตู้ปลาขนาด 12x8x8 นิ้ว ปลาคิลลี่ก็สามารถอยู่ได้อย่างสุขสบายแล้ว แต่ถ้าเป็นปลาคิลลี่พันธุ์ใหญ่อย่างสายพันธุ์ Aphyosemion sjoestedti (Blue Gularis) ควรใช้ตู้ขนาด 24x12x12 เพราะปลาคิลสายพันธุ์นี้อาจใหญ่กว่า 4 นิ้ว ถ้าเลี้ยงในพื้นที่แคบ ๆ ปลาอาจจะเครียดได้ อัตราการปล่อยมักปล่อยกันเป็นคู่ หรืออาจปล่อยตัวผู้ 1 ตัว ตัวเมีย 2 ตัว การปล่อยก็ควรปล่อยแยกสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง หรือลายใดลายหนึ่ง เพื่อป้องกันการผสมข้ามสายพันธุ์ ซึ่งในวงการปลาไม่นิยมเล่นกัน อีกทั้งปลาลูกผสมส่วนใหญ่มักเป็นหมัน
     การตกแต่งตู้ปลานั้นผู้เลี้ยงควรใช้พันธุ์ไม้น้ำ จำพวก บอนน้ำ บอนแดง ใบพาย หรือพวกเฟิร์นน้ำ จำพวกรากดำใบยาว และชวามอส เป็นต้น พันธุ์ไม้น้ำที่กล่าวมานั้น ต้องการแสงสว่างน้อย ๆ ซึ่งจะสอดคล้องกับปลาคิลลี่ที่มักอยู่ในที่มีแสงสว่างน้อย และว่ากันว่าปลาคิลลี่จะผสมพันธุ์ได้ดีในที่มีอุณหภูมิต่ำที่ประมาณ 22 -24 องศาเซลเซียส 
     ปลาคิลลี่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักกระโดดตัวยง เพราะฉนั้นในการเลี้ยงปลาคิลลี่จำเป็นต้องมีฝาปิดตู้ด้านบน เพื่อป้องกันปลาคิลลี่ของท่านกระโดดขึ้นมาเป็นปลาคิลลี่ตากแห้ง
     สภาพน้ำ ถ้ากล่าวถึงคุณภาพน้ำแล้ว ในการเลี้ยงปลาคิลลี่จะไม่สามารถกำหนดมาตรฐานของน้ำโดยรวมสำหรับการเลี้ยงปลาคิลลี่ได้ เพราะแหล่งอาศัยของปลาคิลลี่ในธรรมชาติมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ดังนั้นถ้าท่านต้องการเลี้ยงปลาคิลลี่สายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง ท่านจะต้องศึกษาสภาพแวดล้อมรวมทั้งสภาพน้ำ ที่เหมาะสมกับปลาที่ท่านต้องการเลี้ยงให้ดี แล้วท่านจะประสบความสำเร็จในการเลี้ยงปลาคิลลี่ของท่าน
อาหาร ถ้ากล่าวถึงอาหารแล้วนักเลี้ยงปลาคิลลี่บางที่บอกว่าปลาคิลลี่สามารถกินอาหารที่มีชีวิตและอาหารสำเร็จรูปได้ แต่ปลาคิลลี่จะชอบอาหารธรรมชาติหรืออาหารสดแช่แข็งมากกว่า ในการให้อาหารปลาคิลลี่ควรเลี่ยงการให้อาหารอย่างเดียวซ้ำซาก ควรให้อาหารหลายอย่างสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป เพื่อที่ปลาจะได้รับคุณค่าทางอาหารครบถ้วนสมบูรณ์

 

อาหารปลาคิลลี่
1.อาหารลูกปลาคิลลี่
     *อินฟิวซอเรีย (Infusria) เป็นอาหารที่มีชีวิตขนาดเล็ก ซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียวที่เรียกว่าโปรโตซัว ปกติจะอยู่ตามตู้เลี้ยงปลา ที่มีอายุตั้งแต่ 2 -3 เดือนขึ้นไป น้ำที่มีอินฟิวซอเรีย จะมีสีเขียวและจะมาในตู้เลี้ยงปลาก็ต่อเมื่อ ให้อาหารปลามากเกินไปจนปลากินเหลือ
     *ตัวอ่อนไรทะเล (Artemia) นักเลี้ยงปลาคิลลี่ส่วนใหญ่จะใช้เลี้ยงลูกปลาคิลลี่หลังจากให้กินอินฟิวซอเรีย 2-3 วัน โดยจะให้กินเฉพาะตัวอ่อน ที่ฟักออกจากไข่ใน 24 ชั่วโมงแรกเท่านั้น เพราะถ้าถึง 48 หรือ 72 ชั่วโมง ตัวจะโตเกินปากลูกปลาคิลลี่
     *หนอนจิ๋ว (Microworm) ลักษณะเป็นหนอนตัวกลมมีความยาวประมาณ 2 มิลลิเมตรในธรรมชาติพบตามผลไม้เน่าเปื่อย มีช่วงอายุประมาณ 20 -25 วัน โตเต็มที่เมื่ออายุได้ 3 วัน สามารถอยู่ในน้ำได้ 2-3 วัน 
2. อาหารปลาคิลลี่ตัวเต็มวัย 
     *ไรทะเล (Artemia) เป็นสัตว์น้ำขนาดเล็กมีโปรตีนสูงมาก ซึ่งนักเลี้ยงปลานิยมใช้กันอย่างแพร่หลายแต่ไรทะเลมีข้อจำกัดในการใช้คือ “ราคาค่อนข้างสูง” 
     *ไรแดง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าลูกไรสามารถเพาะขึ้นเองได้โดยใช้รำข้าว ปลาป่น กากถั่ว ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ สูตร 15-15-15 หมักในน้ำ 20 ชั่วโมงและเติมหัวเชื้อไรแดงลงไปทิ้งไว้ประมาณ 6-7 วัน สามารถนำไปใช้เลี้ยงลูกปลาได้ถึง 15 วันโดยประมาณ 
     *ลูกน้ำ ลูกน้ำเป็นตัวอ่อนของยุงพบตามแหล่งน้ำขังทั่วไป โดยปัจจุบันมีขายตามร้านจำหน่ายตู้ปลาและร้านที่จำหน่ายปลาสวยงามทั่วๆไป 
     *หนอนแดง คือตัวอ่อนของริ้นน้ำจืดขนาดโตเต็มที่ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร พบทั่วไปตาม 
พื้นน้ำที่มีน้ำขังเป็นเวลานาน 

มหัศจรรย์ปลาคิลลี่ (ตอนที่2 ไข่มหัศจรรย์ บ่มแห้ง บ่มเปียก) 
การเพาะพันธุ์ปลาคิลลี่
      การเพาะพันธุ์ปลาคิลลี่ ถ้าสังเกตจากการวางไข่แล้วสามารถแบ่งปลาคิลลี่ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มวางไข่กับไม้น้ำ (ที่ผิวน้ำ ใต้น้ำ หรือทั้งสองอย่าง) กลุ่มวางไข่กับพื้นดิน และกลุ่มมุดลงไปวางไข่ใต้พื้นดิน และในที่นี้จะยกตัวอย่างการเพาะพันธุ์ปลาคิลลี่กลุ่มวางไข่กับไม้น้ำ
การเพาะพันธุ์ปลาคิลลี่ กลุ่มวางไข่กับไม้น้ำ
      ปลาที่วางไข่กับไม้น้ำมีด้วยกันหลายสกุล เช่น Aphyosemion fundulopanehax เป็นต้น วิธีการเพาะพันธุ์ปลากลุ่มนี้จะใช้ปลาคิลลี่สายพันธุ์ Aphyosemion australe เป็นตัวสาธิต
       การเพาะพันธุ์ปลาคิลลี่กลุ่มนี้ก่อนอื่นเราต้องมีอุปกรณ์หลักสองอย่างคือ ตู้ปลา และ “ม็อบ” ม็อบจะมีลักษณะคล้ายกับไม้กูพื้นจะต่างกันที่วัสดุที่ใช้ ซึ่งม็อบที่ใช้ในการวางไข่จะใช้ด้ายไหมพรมไนลอนหรืออะครีลิค
      การเพาะ Aphyosemion australe จะใช้ตู้ขนาด 20 ลิตร มีระบบกรองน้ำผ่านป้องกันให้ม็อบทิ้งจมและลอยลงไป 4-5 อัน จากนั้นนำปลาพ่อแม่พันธุ์ลงไป 1 คู่ หลังจากนั้นปลาก็จะวางไข่ เมื่อปลาวางไข่แล้วให้ทำการย้ายไข่เพื่อนำไปบ่ม ในการบ่มนั้นสามารถทำได้ 2 วิธีด้วยกันคือ “การบ่มแห้ง” และ “การบ่มในน้ำ” 
การบ่มแห้ง ทำได้โดยการนำไข่มาวางบนกาบมะพร้าวชุบน้ำ ควรจับกันอยู่เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อของเชื้อรา ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจะมีสีใส และไข่ที่เสียจะมีสีขาวขุ่น ซึ่งถ้าเจอให้เก็บทิ้งให้หมด จากนั้นนำกราบมะพร้าวใสในถ้วยพลาสติกที่มีฝาปิดใส่น้ำลงไปส่วนหนึ่ง โดยไข่จะต้องอยู่เหนือระดับน้ำ กราบมะพร้าวจะอุ้มน้ำช่วยให้ไข่ชื้นอยู่ตลอดเวลา คอยตรวจเช็คไข่ทุกวันถ้าพบไข่ขึ้นราให้เก็บทิ้งทันที เพื่อป้องกันการลามไปยังไข่ฟองอื่น เก็บถ้วยไว้ในที่ร่มและเย็น และไข่จะฟักเป็นตัวภายในเวลา 10 วัน
      การบ่มในน้ำ วิธีนี้ต้องเตรียมน้ำโดยการหยดยาเหลือง (Acriflavin) ลงไปในน้ำพอเป็นสีเหลือง เพื่อป้องกันเชื้อรา ใสน้ำลงไปในถ้วยพลาสติกสูงประมาณ 1 นิ้ว แล้วใสไข่ลงไปประมาณ 15-25 ฟอง แล้วปิดฝาไม่ต้องให้แน่นมากนัก วันที่สองให้ตรวจดูว่ามีเชื้อราขึ้นหรือไม่ วันที่สามก็เปลี่ยนถ่ายน้ำ อาจใช้ยาเหลืองผสมน้ำเหมือนเดิม จนกระทั้งครบหนึ่งอาทิตย์ ก็ทำกรเปลี่ยนถ่ายน้ำอีครั้ง แต่ครั้งนี้ให้ใช้น้ำสะอาดธรรมดาไม่ต้องใส่ยาเหลืองการดูแลรักษาจะคล้าย ๆ กับวิธีแรก โดยเฉลี่ยแล้ววิธีนี้ไข่จะฟักเป็นตัวต้องใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ ซึ่งอุณหภูมิก็มีส่วนกำหนดการฟักของไข่ด้วยเช่นกัน
ในการอนุบาลนั้นควรให้ลุกปลากินอาหารจำพวกแพลงค์ตอนขนาดเล็ก เช่น อินฟิวซอเรีย แล้วค่อย ๆ พัฒนาให้กินอาหารที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

5 อันดับปลาคิลลี่ที่นิยมเลี้ยง ( Top 5 of Killihish )

(1) Fundulopanchax sjoestedi

ภาพจาก https://www.flickr.com/


     
ตัวอย่างสายพันธุ์ได้แก่ Fundulopanchax sjoestedi Dwarf Red
Fundulopanchax sjoestedi USA Blue
Fundulopanchax sjoestedi Warri


     (2) Nothobranchius furzeri

ภาพจาก http://www.killi.co.uk/


ตัวอย่างสายพันธุ์ได้แก่ Nothobranchius furzeri Ghona Re Zhou
Nothobranchius furzeri sp Moz 99/4
Nothobranchius furzeri att Moz 99/6


      (3) Terranatos dolichopterus

ภาพจาก https://www.pinterest.com/


ตัวอย่างสายพันธุ์ได้แก่ Terranatos dolichopterus V96 - 7


       4) Aphyosemion elberti 

ภาพจาก http://www.petshop-zoomania.com/


ตัวอย่างสายพันธุ์ได้แก่ Aphyosemion elberti Nanga Eboko CXC14
Aphyosemion elberti Banyo
Aphyosemion elberti Diang
Aphyosemion elberti Foumban
Aphyosemion elberti N’Tui


       (5) Rivulus xiphidius

ภาพจาก https://www.killifische.info/


ตัวอย่างสายพันธุ์ได้แก่ Aphyosemion elberti Bagne de Anamites
Aphyosemion elberti Crigve Blanche SD-FG 03/10
Aphyosemion elberti FBS 95-2
Aphyosemion elberti PK15

โรคปลาคิลลี่

      โรคภัยไข้เจ็บกับสิ่งมีชีวิตเป็นเรื่องคู่กันตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่สาเหตุของโรคปลาจะมาจากอาหารสด ที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ หรือการสะสมของเชื้อโรคที่เกิดจากการสะสมในตู้ปลา ที่ไม่มีการดูแลที่ดี วิธีที่ดีที่สุดในการดูแลปลาคิลลี่ ให้ปราศจากโรค คือ การป้องกันโดยการใช้เกลือเม็ดผสมน้ำทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำจากตู้ปลาและไม่ควรถ่ายน้ำเกินกว่า 30 % ของปริมาตรน้ำในตู้ปลารวมทั้งหมด จะสามารถช่วยป้องกันโรคได้เป็นอย่างดี โรคทั่วไปที่พบในปลาคิลลี่ ได้แก่ โรคสนิม โรคท้องบวม เป็นต้น ซึ่งสามารถใช้ยาทั่ว ๆ ไป นำมาใช้รักษาให้หายได้ ตามอัตราส่วนที่เหมาสมของยาแต่ละชนิด

 

เรียบเรียงโดย...ตุลฮาบ หวังสุข


เอกสารอ้างอิง

พัฒน์ พิชาน. 2549.คู่มือเพาะเลี้ยงปลาคิลลี่. พิมพ์ครั้งที่ 1 สำนักพิมพ์ บริษัทฮาซันพรินติ้ง จำกัด ,กรุงเทพฯ. 
หน้า 1-128.
Killi Boy.นิตยสาร FANCY FUHS ปีที่ 6 ฉบับที่ 63. เดือนมกราคม 2549. หน้า 75-82.
Killi Boy.นิตยสาร FANCY FUHS ปีที่ 6 ฉบับที่ 64. เดือนกุมภาพันธ์ 2549. หน้า 77-82.
Killi Boy.นิตยสาร FANCY FUHS ปีที่ 6 ฉบับที่ 65. เดือนมีนาคม 2549. หน้า 77-82.
www.thaikilliclub.com