ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

หลาย ๆ ท่านคงจะคุ้นเคยกับการประกวดสาวงามสำหรับปลาสวยงามก็มีเวทีให้ท่านที่รักการเพาะเลี้ยงปลาได้มีโอกาสนำปลาสวยงามที่เลี้ยงดูเป็นอย่างดีมาร่วมประชันโฉม โดยเฉพาะการประกวดปลาทองก็มีหลากหลายสายพันธุ์ที่กำหนดจัดให้มีการประกวด เวทีประกวดในต่างประเทศเป็นอย่างไร

หนังสือพิมพ์วารสารการประมงขออนุญาตนำท่านไปร่วมสนทนากับคุณอนุสร อดิเรกกิตติคุณ ซึ่งเป็นคนไทยที่ได้รับเกียรติให้ไปร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินปลาทอง เนื่องด้วยประสบการณ์การเพาะเลี้ยงและการประกวดปลาทอง

ดังนั้นหากท่านใดสนใจจะส่งปลาทองเข้าประกวดจะได้ทราบช่วงเล่าและเตียมปลาให้พร้อมที่จะส่งเข้าประกวด ปลาที่ชนะการประกวดนอกจากจะให้คุณค่าทางจิตใจแก่เจ้าของปลาแล้ว หากเป็นผู้ที่ดำเนินธุรกิจการค้าปลาทอง ก็นับว่าได้เพิ่มมูลค่าอีกทางหนึ่งด้วย ในช่วงนี้เราไปร่วมสนทนากับคุณอนุสร อดิเรกกิตติคุณ พร้อม ๆ กันนะคะ

  •  
    • คุณอนุสรได้เดินทางไปเป็นกรรมการตัดสินการประกวดปลาทองที่ประเทศใดบ้าง

คุณอนุสร : ล่าสุดได้รับเชิญไปเป็นส่วนหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินการประกวดปลาทองในต่างประเทศ อาทิ ประเทศอินโดนีเซียและประเทศสิงคโปร์ ในครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมการติดสินในประเทศอินโดนีเซียโดยมีปลาส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 240 ตัว แบ่งเป็นปลาตู้ชนิดต่าง ๆ จำนวน 210 ตัว เป็นปลารันชูท๊อปวิวจำนวน 30 ตัว ซึ่งมีการลงทุนเชิญกรรมการต่างชาติเข้าร่วมตัดสินด้วยค่าใช้จ่ายถึง 400,000 บาท ส่วนประเทศสิงคโปร์นั้นมีปลาสวยงามที่ส่งเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 260 ตัว เป็นปลาตู้ทั้งหมด

  •  
    • ปลาที่ประกวดส่วนใหญ่มาจากการเลี้ยงในประเทศหรือเป็นปลานำเข้า

คุณอนุสร : ส่วนใหญ่ปลาสวยงามที่ทั้งสองประเทศนี้ใช้ในการประกวดเป็นปลานำเข้าจากประเทศไทยและประเทศจีน เป็นหลัก มีบ้างเป็นปลาจากญี่ปุ่น แต่ถ้าเป็นปลารันชู (ท๊อปวิว) จะเป็นปลานำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเป็นปลาตู้สิงห์ญี่ปุ่นซึ่งทางผู้นำเข้าจะเรียกว่า ไทยรันชู (ไซด์วิว) ราคาก็สูงพอสมควรเลยนะครับ บางตัวราคาเป็นหมื่นบาทเลยทีเดียว ถ้าผู้ผลิตปลาหรือผู้ส่งออกรายใดเข้าถึงก็หมายถึงโอกาสทางธุรกิจมีแนวโน้มสดใส

  •  
    • ประเทศอินโดนีเซียและสิงคโปร์ในแต่ละปีจะมีการจัดประกวดบ่อยครั้งแค่ไหน

คุณอนุสร : แต่ละประเทศจะไม่เหมือนกัน เช่นในประเทศอินโดนีเซียจะมีการจัดประกวดปีละไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง สำหรับงานใหญ่ใช้กรรมการต่างประเทศปีละ 2 ครั้ง ส่วนประเทศสิงคโปร์มีงานใหญ่ปีละครั้งเดียวในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี โดยใช้กรรมการจากต่างประเทศเช่นกันครับ แต่ที่น่าสนใจมากก็คือ การประกวดในประเทศดังกล่าวข้างต้นนั้น เขาใช้ปลาที่ส่งเข้าประกวดเพียงแค่ครั้งเดียว โดยจะไม่ส่งปลาเข้าประกวดซ้ำ ๆ เหมือนกับในประเทศของเรา

  •  
    • การไม่ใช้ปลาประกวดซ้ำ ๆ จะนับว่าเป็นโอกาสที่ดีของเกษตรกรไทยได้ไหม

คุณอนุสร : ถ้ามองในแง่การค้าก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ส่งออกของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ปลาที่เขาใช้ประกวดก็เป็นปลาจากบ้านเราเป็นส่วนใหญ่

  •  
    • ภาชนะที่จะใส่ปลาทองเพื่อการดูความสวยงามหรือการประกวดมีความแตกต่างกันไหม

คุณอนุสร : การมองความสวยงามของปลาทองแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันออกไป เช่น ปลาทองสิงห์ญี่ปุ่น (ที่ต่างประเทศเรียกว่า ไทยรันชู ไซด์วิว) นั้นโดยดูความสวยงามจากด้านข้าง ทั้งนี้ต้องใส่ตู้กระจกเพื่อชมความงดงาม คือ ดูความโค้งมนของหลังปลาดูความสวยงามของวุ้นที่หัวปลา ครีบต่าง ๆ ที่สมบูรณ์ซึ่งมีการพัฒนาต่อเนื่องมายาวนาน ทำให้มีความแตกต่างจากปลาสิงห์ญี่ปุ่นนำเข้าเมื่อหลายสิบปีก่อนสำหรับปลาประเภทไทยรันชู ไซด์วิว เป็นปลาที่หาไม่ได้ในประเทศอื่นนอกจากประเทศไทยเท่านั้น

  •  
    • รันชู ไซด์วิวกับรันชู ท๊อปวิว จุดที่จะดูความสวยงามด้านข้างแล้วยังมีส่วนอื่น ๆ ตรงไหนอย่างไร

คุณอนุสร : ส่วนปลารันชู ท๊อปวิว ที่ต้องใส่อ่างปลาสีขาวประกวดกันนั้น ต้องมองจากด้านบน ดูความสมดุลของตัวปลาเป็นหลัก ความกำยำ ความแข็งแรงในส่วนของหลังปลาและครีบหางขณะว่ายน้ำ และดูความสมบูรณ์ของวุ้นที่หัวปลา เป็นต้น

  •  
    • เกษตรกรไทยมีฝีมือ ในการเพาะพันธุ์ปลาทองสายพันธุ์ใดที่ประเทศอื่นผลิตแล้วไม่งดงามเท่ากับปลาที่ผลิตในประเทศไทย

คุณอนุสร : ตามแบบฉบับของประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นต้นกำเนิดของปลาชนิดนี้ ปลาไซด์วิวนั้นเราครองตลาดได้เกือบหมด แม้แต่สิงห์ดำตามิด ตลาดก็เป็นของประเทศไทย คู่แข่งอย่างประเทศจีนนั้นยังทำปลาให้ดำอย่างประเทศไทยเราไม่ได้ ส่วนปลาท๊อปวิวตลาดเป็นของญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิง แม้แต่ผู้เล่นในประเทศไทยเองก็ยังนำเข้ามาจากญี่ปุ่น

  •  
    • สีสันของปลาทองมีผลต่อความนิยมสำหรับการส่งออกมากน้อยเพียงใด

คุณอนุสร : ความนิยมเรื่องสีสัน มีความนิยมทุกสีแต่ต้องเป็นสีที่ตรงตามมาตรฐาน เช่น สีดำ ต้องดำสนิท ดำจนถึงใต้ท้อง นอกจากนี้ยังมี สีขาวแดง สีส้มหรือกลุ่มพวก 5 สี หรือสีซากุระก็นิยม

  •  
    • สายพันธุ์ปลาทองชนิดต่างๆ ประเทศไทยมีมากกว่าประเทศจีนหรือไม่

คุณอนุสร : สายพันธ์ปลาทองชนิดต่าง ๆ ประเทศจีนจะมีมากกว่าประเทศไทย หรือแม้แต่ญี่ปุ่นเองก็มีความหลากหลายมากกว่าประเทศไทย ตัวอย่างเช่น เกล็ดแก้ว ตาลูกโป่ง ตากลับ ตาโปน จิกิ้น วากิ้น โตซากิ้น ฯลฯ

  •  
    • นอกจากสายพันธุ์แล้วโครงสร้างอื่น ๆ ที่แตกต่างจากปลาทองในประเทศไทยมีส่วนใดบ้าง

คุณอนุสร : หาง มีทั้งหางสั้น หางยาว ขนาดความใหญ่โตของตัวปลาก็เช่นกัน ปลาที่เพาะเลี้ยงในประเทศจีนจะตัวใหญ่กว่าของเรามาก เช่น ริวกิ้น ปลาจะตัวใหญ่มากขนาดสองฝ่ามืออุ้มเลยทีเดียว แต่หางจะสั้นมาก ปลาในประเทศไทยของเราหางยาว

  •  
    • โอกาสที่เกษตรกรไทยจะสามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้นั้นต้องมีการวางแผนการผลิตอย่างไร

คุณอนุสร : โอกาสแข่งขันในตลาดควรเลี่ยงที่จะผลิตปลาที่ตรงกับประเทศคู่แข่ง แต่ก็ไม่ควรทิ้งเสียจนไม่สีสายพันธุ์ไว้พัฒนาเสียเลยทีเดียว ในประเทศอินโดนีเซีย มีความนิยมปลาจากประเทศไทยอยู่มาก เช่น สิงห์ญี่ปุ่น (ไทยรันชู ไซด์วิว) ออแรนดาหัววุ้นทุกประเภทสี ริวกิ้นหางขนาดกลางถึงยาว สิงห์ดำตามิดสิงห์ลูกผสม (ที่สิงคโปร์เรียก ไลออนชู) หรือแม้แต่ลักเล่ห์สีดำ ก็เป็นที่นิยมไม่น้อยเลยที่เดียวนะครับ

  •  
    • การแบ่งเบาภาระแก่เกษตรกรที่ต้องการเลี้ยงปลาทองคุณภาพมีการจัดการอย่างไร

คุณอนุสร : เมื่อทราบภาวะด้านการตลาดแล้วต้องหาตลาดให้ได้และรู้ว่าควรขายปลาตอนไหน ขายขนาดใด ตัวเล็กตัวใหญ่ถึงจะเหมาะ ตัวอย่างง่าย ๆ ปลาที่มีคุณภาพต่ำเกรด B C ไม่ควรเลี้ยงโต ควรจะขายตั้งแต่ตัวยังเล็ก ส่วนปลาเกรด A ก็จะเลี้ยงให้ตัวใหญ่จะขายได้ราคามากกว่า เนื่องจากปลามีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

  •  
    • การเพาะพันธุ์ปลาทองอาจมีปลาบางตัวที่มีคุณลักษณะแตกต่างจากพ่อแม่พันธุ์ หากเลี้ยงให้เติบโตแล้วจะมีอนาคตด้านการตลาดบ้างไหม

คุณอนุสร : ปลาแปลก เช่น ปลากลายพันธุ์หรือแม้แต่มีความพิการบางอย่าง เช่น มี 3 ตา หรือ มีหางปลาทู ปลาสิงห์แต่มีกระโดง ปลาเกล็ดแล้วแต่มีตาโปนทั้งสองข้าง ปลาหลังโก่งงอ ก็อาจเป็นปลาที่มีความต้องการของนักสะสมของแปลกเช่นกัน บางตัวก็มีราคาไม่น้อยกว่าปลาปกติเสียอีก

  •  
    • อาหารที่จะนำมาให้ปลากินแล้วปลอดภัยและมีคุณภาพดีควรทำอย่างไร

คุณอนุสร : อาหารสดได้แก่ ลูกน้ำ ลูกไรแดง หนองแดง หนอนแมลงวัน นำมาเลี้ยงปลาทำให้ปลาเจริญเติบโตดี สีสวย วุ้นสวย แต่จะมีโรคตามมาหากไม่ระมัดระวัง ดังนั้น ก่อนนำอาหารสดมาให้ปลากินต้องมีการกำจัดเชื้อโรคจึงจะทำให้ปลาปลอดภัยและเจริญเติบโตได้อย่างมีคุณภาพที่ดี โดยการล้างให้สะอาดหรือแช่ในน้ำด่างทับทิม

  •  
    • อาหารเม็ดสำเร็จรูปนำมาเลี้ยงปลาจะมีส่วนช่วยให้มีคุณภาพดีได้ไหม

คุณอนุสร : ได้ครับ แต่ต้องพิจารณาอาหารเม็ดสำเร็จรูปที่มีคุณค่าทางอาหารมาก ๆ หน่อยนะครับ เช่น โปรตีนก็ไม่ควรน้อยกว่า 40 และมีส่วนผสมสาหร่ายวิตามินบ้างก็จะดี

  •  
    • ปัญหาอุปสรรค์ในการเลี้ยงปลาทองมีบ้างไหม

คุณอนุสร : การเลี้ยงสัตว์น้ำทุกชนิดอาจมีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นโรคที่เกิดกับสัตว์น้ำชนิดนั้น ๆ เป็นประจำ ในประเภทปลาเงินปลาทองก็ย่อมมีโอกาสเหมือนกันครับ โดยมีโรคที่ทำความเสียหายให้กับผู้เพาะเลี้ยงคล้าย ๆ กันและบ่อย ๆ ก็คือ โรคจุดขาว (white spot) โรคตกหมอกปลาที่เป็นแล้วส่วนใหญ่จะได้รับความเสียหาย ปลาเล็กเป็นแล้วส่วนใหญ่จะตายควรจะกำจัดทิ้ง เพาะพันธุ์ใหม่ง่ายกว่า ไม่ควรรักษาเพราะว่าจะทำให้เชื้อโรคแพร่ระบาดไปสู่ปลาอื่น ๆ ได้

  •  
    • สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลาป่วยเป็นโรคจุดขาวใช่ไหม

คุณอนุสร : โรคจุดขาวในประเทศหนาว มักจะเกิดในช่วงอากาศอบอุ่น อุณหภูมิขึ้นถึง 25 องศาเซลเซียสปลาจะเกิดโรคจุดขาว ส่วนในประเทศเขตร้อน ปลาจะเกิดโรคนี้ในช่วงอากาศเย็นลงต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียสหรือในห้องปรับอากาศที่เย็นมาก ๆ หรือช่วงอากาศหนาวในบ้านเรา ปลาก็มักจะเกิดโรคนี้เป็นประจำ

  •  
    • เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายและความสูญเสียจะมีวิธีการป้องกันอย่างไร

คุณอนุสร : การป้องกันควรดูแลเรื่องความสะอาดของน้ำ และอุณหภูมิของน้ำไม่ให้เย็นนัก หากต้องเลี้ยงในห้องปรับอากาศ ควรใส่ฮีตเตอร์ในตู้ปลาและใส่ยาป้องกันโรคในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง

  •  
    • ปัจจัยที่ช่วยเสริมสร้างให้การส่งออกปลาทองและปลาสวยงามชนิดอื่น ๆ มีความยั่งยืน

คุณอนุสร : ประเทศไทยมีความเหมาะสมในการเพาะเลี้ยงปลาเงินปลาทองเป็นอย่างมาก ปลาเจริญเติบโตได้ดี โตเร็วกว่าประเทศในเขตหนาวเพาะพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี แหล่งอาหารมีมาก จำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศ

  •  
    • การรักษาตลาดปลาสวยงามส่งออก เกษตรกรผู้ผลิตจะต้องดำเนินการอย่างไรจึงจะมีผลสัมฤทธิ์

คุณอนุสร : ในกรณีที่เกษตรกรต้องการมุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์ต้องคัดเลือกปลาที่จะเลี้ยงให้มีคุณภาพไม่ให้มีตำหนิต่าง ๆ และถูกต้องตามลักษณะของแต่ละสายพันธุ์จึงจะได้ราคาและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งผู้เลี้ยงเพื่อการประกวดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนผู้จำหน่ายในประเทศและต่างประเทศเช่นเดียวกันเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงก็จะได้พบกับความสำเร็จ มีผู้มารับซื้อถึงฟาร์มอย่างแน่นอน สวัสดีครับ

อนุสร อดิเรกกิตติคุณ

อ้างอิง

วารสารการประมง ปีที่ 59 ฉบับที่ 5 เดือนกันยายน-ตุลาคม 2549 หน้า 450-454

http://www.lovebettafish.com/