ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
    สวัสดีครับกลับมาพบกับผมอีกแล้ว เที่ยวนี้อาจจะนานสักหน่อยแต่ก็ไม่ได้ไปไหนหรอกก็ไปหาความรู้ให้ท่านผู้อ่านหลายท่านได้อ่านกัน ซึ่งหากจะกล่าวถึงปลาน้ำจืดในประเทศไทยมันก็มีมากอยู่ แต่ที่นำมาฝากกันนั้นมันเป็นปลาที่น่ารักแต่แฝงไปด้วยอันตราย แน่นอนครับผมกำลังพูดถึงปลาปักเป้านั่นเอง และที่ว่าอันตรายนั้นก็เพราะว่าปลาปักเป้านั้นส่วนมากจะมีพิษอยู่บริเวณอวัยวะภายใน รวมทั้งกล้ามเนื้อของมันด้วยครับ
    ท่านทราบหรือเปล่าครับว่าปลาปักเป้าน้ำจืดในประเทศไทยนั้นมีอยู่ 3 สกุล 12 ชนิด หากยังไม่ทราบสามารถอ่านรายละเอียดที่ผมนำมาฝากได้เลยครับเริ่มจาก
    สกุล Carinotetraodon
    ปลาปักเป้ามีลักษณะเด่นอยู่ที่ว่า เพศผู้และเพศเมียจะมีความแตกต่างกันมากในเรื่องรูปร่างและสีสัน เพศผู้จะมีลำตัวใหญ่กว่า ลำตัวแบนข้างมากกว่า และมีสีสันสวยงามกว่าเพศเมีย นอกจากนี้ในการแสดงความก้าวร้าวเพศผู้สามารถกางผิวหนังบนส่วนหัวและท้องได้ ปักเป้าสกุลนี้มีขนาดค่อนข้างเล็กกว่าสกุลอื่น ที่สำคัญยังมีปักเป้าขนาดเล็กที่สุดในโลกอย่าง เจ้าปักเป้าสีเหลืองตัวจ้อย Yellow Puffer (C. tarvancoricus) ร่วมเป็นสมาชิกด้วยครับ

     ปลาปักเป้าสมพงษ์ (ปลาสวยงาม) , ปักเป้าตาแดง (ฝั่งธนบุรี) Carinotetraodon lorteti     
ปลาสกุลนี้น่าจะพบในประเทศไทย 2 ชนิด โดยทั่วไปจะรู้จักเพียงชนิดเดียวและเรียกกันโดยทั่วไปว่า “ปักเป้าสมพงษ์”  ปักเป้าสมพงษ์ถูกค้นพบโดยคนไทยชื่อ นายสมพงษ์  เล็กอารีย์ จัดอยู่ในวงศ์ (Tetraodontidae) มีลำตัวสีเทาอมเขียว ใต้ท้องสีขาว มีลวดลายสีเทาเข้มขนาดใหญ่พาดบนแผ่นหลังและข้างลำตัว สามารถปรับเปลี่ยนสีลำตัวให้เข้มหรือจางได้ตามสภาพแวดล้อม ตามีสีแดงสามารถกลอกกลิ้งไปมาได้ ตัวผู้และตัวเมียแตกต่างกันอย่างชัดเจน กล่าวคือ ตัวผู้จะมีลำตัวใหญ่กว่าตัวเมีย มีตัวสีแดง ขณะที่ตัวเมียมีขนาดเล็ก ลำตัวมีสีเขียว มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 3 นิ้ว พบกระจายอยู่ทั่วไปตามแม่น้ำลำคลอง  โดยมักหลบอยู่ใต้กอผักตบชวา ปลาชนิดนี้จับง่ายเนื่องจากเป็นปลาที่เคลื่อนที่ได้ช้า พบว่าในการช้อนตักแต่ละครั้งจะได้ปักเป้าประมาณ 3-4 ตัว/กอผักตบชวาหนึ่งกอ ในปัจจุบันปลาปักเป้าสมพงษ์สามารถเพาะขยายพันธุ์ได้แล้วในตู้เลี้ยง นิยมให้หนอนแดงและไรทะเลเป็นอาหาร ส่วนที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติจะกินกุ้งตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ตามกอผักตบชวาปักเป้า Carinotetraodon cf. salivatorพบในเขตภาคใต้แถบแม่น้ำโกลกและแม่น้ำตาปี นอกจากนี้ยังมีรายงานการแพร่กระจายในคาบสมุทรมาเลย์และทางตอนเหนือของกาลิมันตันอีกด้วยสกุล Chonerhiusปักเป้าสกุลนี้มีลักษณะเด่นกว่ากลุ่มอื่นตรงที่มีลำตัวค่อนข้างแบนข้าง มีครีบหลังและครีบก้นค่อนข้างใหญ่ ว่ายน้ำได้เร็วกว่าปักเป้าน้ำจืดกลุ่มอื่น พองตัวได้น้อยกว่าปักเป้ากลุ่มอื่นและจัดเป็นปักเป้าที่มีความอันตรายต่อความเป็นชายมากกว่ากลุ่มอื่นในประเทศไทยพบเพียงสองชนิดครับ


ภาพจาก http://aqualib.fisheries.go.th

    ปักเป้าทอง  Chonerhinus modestus 
ปักเป้าทองจัดอยู่ในวงศ์ (Familty Tetraocloncidac) มีลักษณะเด่น คือ มีฟัน 4 ซี่ รูปร่างแบนข้างมากกว่าปลาปักเป้าทั่วไป สีลำตัวเป็นสีเขียวทองสดใสด้านท้องสีขาว มีครีบหลังและครีบทวารค่อนข้างใหญ่ ทำให้ว่ายน้ำเร็วกว่าปลาปักเป้าชนิดอื่นๆ ในธรรมชาติปลาชนิดนี้มักจะกัดกินกุ้ง หอย ปู ปลาโดยใช้กระดูกขากรรไกรที่มีการพัฒนาเป็นพิเศษให้มีขอบแข็งจึงใช้แทนฟันได้ดี ทำให้ลูกปลาปักเป้าทองขนาดเล็กเป็นที่นิยมเลี้ยงเพื่อควบคุมและกำจัดหอยในตู้พรรณไม้น้ำ เนื่องจากเป็นปลาน้ำจืดแท้และไม่กินพรรณไม้น้ำ ข้อเสียของปลาชนิดนี้คือ ไม่สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นได้ ปลาปักเป้าทองจะอาศัยอยู่ในเขตน้ำขึ้นลงของแม่น้ำสายใหญ่ ปลาชนิดนี้จะอยู่รวมกันเป็นฝูงและจะกัดทำร้ายคนที่ลงไปในน้ำ เป็นปลาที่เด็กๆและชาวริมน้ำกลัวและเกลียดมากที่สุดชนิดหนึ่ง
ปักเป้าทอง Chonerhinus nefastusเป็นปักเป้าทองที่พบบ่อยในแม่น้ำโขง และลำน้ำสาขา มีขนาดโตเต็มที่ค่อนข้างเล็ก มีลำตัวที่เพรียวยาวกว่า C. modestus อย่างเห็นได้ชัด 
สกุล Tetraodonเป็นตัวแทนของวงศ์ Tetraodontidae ที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม ส่วนมากปลาปักเป้าในสกุลนี้มักมีนิสัยชอบซุ่มโจมตีเหยื่อ มากกว่าที่จะออกแรงว่ายน้ำไล่ โดยส่วนมากปักเป้าในสกุลนี้ในขณะที่พองจะสามารถขยายขนาดได้มากกว่าสองสกุลแรกข้างต้น
ปักเป้าหางวงเดือน Tetraodon cutcutia บางครั้งมีชื่อเรียกอื่น ๆ ว่า “ปักเป้าแคระ” หรือ “ปักเป้าเขียวจุด”เนื่องจากเป็นปลาปักเป้าที่มีขนาดเล็กเหมือนปักเป้าสมพงษ์ ลำตัวแบนข้างเล็กน้อย ครีบเล็ก ลำตัวสีคล้ำหรือเขียวขี้ม้า มีจุดประสีเหลืองหรือสีจางทั่วตัว หลังมีลายพาดสีคล้ำ ข้างลำตัวมีดวงสีดำใหญ่ ตาสีแดง ครีบหางมีขอบสีแดงหรือชมพู เป็นปักเป้าที่มีผิวบางที่สุดในบรรดาปักเป้าที่พบในบ้านเราและที่สำคัญมันไม่มีหนามขนาดเล็กๆ ที่ผิวลำตัว ทำให้ผิวมันวาวสวยงาม ปลาปักเป้าหางวงเดือนจะมีขนาดประมาณ 4-5 เซนติเมตร ปักเป้าชนิดนี้มีการกระจายพันธุ์จากอินเดีย พม่า มาจนถึงประเทศไทย บริเวณชายฝั่งทะเลตอนบน มักชอบอยู่ตามลำธารและแม่น้ำในภาคใต้ โดยหลบซ่อนอยู่ตามซอกหินหรือใบไม้ใต้น้ำ ชอบกินลูกปลา ปู หอย และกุ้งขนาดเล็กเป็นอาหาร 
 
 
 
 
ภาพจาก https://th.wikipedia.org/
 
    ปลาปักเป้าขน  Tetraodon baileyi
จัดเป็นสุดยอดของปลาปักเป้าในเรื่องของการพรางตัวและน่าจะเป็นปักเป้าเพียงชนิดเดียวที่มีการแปลงกายที่น่าตื่นตาตื่นใจ ปักเป้าขนจะมีลักษณะหัวโต ตาเล็กกว่าปักเป้าชนิดอื่น ๆ หัวและลำตัวมีติ่งหนังสั้น ๆ ที่แตกปลายตลอดคล้ายขน จนเป็นที่มาของชื่อปักเป้าขนนั่นเอง ลำตัวมีสีน้ำตาลแดงหรือกากีคล้ำ มีจุดประสีจาง ครีบหางมีสีน้ำตาลอมเหลืองและมีประสีคล้ำ สภาพแวดล้อมที่ ปักเป้าขนอาศัยมีลักษณะเป็นพลาญหิน (แผ่นหินที่แผ่กว้าง มีหลุมหรือร่องกระจายทั่วไป) ปักเป้าขนเป็นปลาที่ก้าวร้าวอีกชนิดหนึ่งและเป็นปลาที่พบในแม่น้ำโขงบริเวณที่เป็นแก่งหิน ปักเป้าขน เป็นปลาที่พบน้อย อยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ แต่เป็นที่นิยมของนักเลี้ยงปลาสวยงาม และจัดเป็นปลาที่มีราคาแพง
 
 
ภาพจาก https://th.wikipedia.org/
 
     ปลาปักเป้าควาย ปักเป้าสุวัติ Tetraodon suvatti
เป็นปักเป้าอีกชนิดหนึ่งที่มีความโดดเด่น ปักเป้าชนิดนี้มีปากเรียวยาวปากงอนขึ้นด้าน บน และยังมีลายลักษณะคล้ายหัวลูกศรที่บริเวณด้านบนระหว่างตาทั้งสองข้าง ปักเป้าควาย บางตัวอาจมีสีส้มแดง อย่างไรก็ดีเมื่อนำมาเลี้ยงจะเปลี่ยนเป็นสีปกติ ปักเป้าชนิดนี้เป็นปักเป้าที่ พบเฉพาะแม่น้ำโขงอีกเช่นกัน ในที่เลี้ยงปลาชนิดนี้ไม่ค่อยก้าวร้าวเท่าปลาปักเป้าชนิดอื่น ถ้าพื้น เป็นทรายหรือกรวดขนาดเล็กปลาจะฝังตัวโผล่แต่ตาและริมฝีปากล่างที่มีลักษณะคล้ายติ่งเนื้อยื่นออกมา
 
 
 
ภาพจากhttp://www.siamensis.org/
 

     ปลาปักเป้าควาย ปักเป้าจุดส้ม Tetraodon abei
เป็นปลาปักเป้าที่พบทั้งในภาคกลางและลุ่มน้ำโขง มีปากค่อนข้างใหญ่ และมีจุดส้ม กระจายทั่วตัว นอกจากนี้บริเวณข้างลำตัวในแนวระหว่างครีบหลังและครีบก้นจะไม่มีจุดกลมแดง  ลำตัวยาวประมาณ 10-11 เซนติเมตร




ภาพจาก https://th.wikipedia.org/
 
      ปักเป้าตาแดง Tetraodon leiurus
เป็นพระเอกของเหล่าสมัชชาปลาปักเป้าน้ำจืด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปลาชนิดนี้มี การกระจายพันธุ์กว้างที่สุด จะงอยปากค่อนข้างสั้น และมีจุดแดงในแนวระหว่างครีบหลังและครีบ ก้นเด่นชัด เราสามารถพบปักเป้าชนิดนี้ได้ตามริมน้ำ หนอง บึง เขื่อน เกือบทั่วประเทศ ในเรื่องชื่อ วิทยาศาสตร์ Tetraodon leiurus มีชื่อพ้องหลายชื่อเช่น T. cochinchinensis, 
T. cambodgiensis, T. fangi
 
 
 
ภาพจาก http://aqualib.fisheries.go.th/

     ปักเป้าท้องตาข่าย Tetraodon palembangensis
เป็นปลาที่พบเฉพาะทางใต้ โดยมีรายงานจากทะเลสาบสงขลา เป็นปักเป้าที่พบชุกชุมใน บางฤดูกาลบริเวณลำคลองรอบๆ พรุโต๊ะแดง ที่นราธิวาส ปักเป้าชนิดนี้มีลักษณะเด่นที่หนังหนา หนามค่อนข้างใหญ่ และมีตาโตมาก นอกจากนี้เวลาพองจะพองได้กลมเหมือนลูกบอลเลยทีเดียว ปลาปักเป้าชนิดนี้ก็เป็นอีกชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างเรียบร้อย

 
 
 
ภาพจาก https://th.wikipedia.org/
 
 
ปลาปักเป้าที่ผมได้กล่าวมาข้างต้นนั้นคือ ปลาปักเป้าน้ำจืดทั้งหมด และบางชนิดก็ใกล้จะสูญพันธุ์ แต่ที่จะกล่าวถึงอีกสองชนิดนี้ค่อนข้างไปทางน้ำกร่อย แต่เป็นปลาที่พบได้บ่อยในตลาดปลาสวยงามได้แก่
    ปักเป้าเขียวจุด Tetraodon nigroviridis
ปลาชนิดพบเป็นจำนวนมากบริเวณป่าชายเลน ปรับตัวได้ดีมากทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม ลำตัวมีความยาวประมาณ 6-15 เซนติเมตร กินอาหารจำพวกแมลงน้ำ ตัวอ่อนของแมลง หอยและกุ้งฝอย เป็นต้น
 
 
 
ภาพจาก http://aqualib.fisheries.go.th/
 

    
    ปักเป้าซีลอน ปักเป้าเลขแปด Tetraodon biocellatus
เป็นปลาปักเป้าที่พบมากตามแม่น้ำในภาคตะวันออก โดยเฉพาะแม่น้ำบางปะกง ปลาชนิดนี้จะพบเข้ามาในเขตน้ำจืดมากขึ้นกว่าปักเป้าเขียวจุด มีลักษณะเด่นที่ลายด้านบนส่วนหลังมีลักษณะคล้ายเลขแปด
 
 
ภาพจาก https://th.wikipedia.org/
 
   
    พิษของปลาปักเป้า
    ปลาปักเป้าพบทั้งในน้ำจืดและน้ำทะเลมีประมาณ 100 ชนิด แต่ที่ทำให้เกิดพิษมีประมาณ 50 ชนิด และพบในบ้านเราประมาณ 20 ชนิด เนื้อของปลาปักเป้าไม่มีพิษ หรือมีพิษน้อย พิษของปลาปักเป้ามีมากที่ไข่ ตับ กระเพาะ ลำไส้ ผิวหนัง และพิษของปลาจะเพิ่มมากขึ้นในฤดูวางไข่
    นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ได้วิจัยแยกพิษของปลาปักเป้าได้สาร 2 ชนิด คือ Tetrodonine และ Tetrodonic acid (ได้กล่าวถึงสารพิษที่สกัดจากปลาปักเป้าว่า มีลักษณะเป็นผงสีขาว ไม่มีรส ประกอบด้วย Sulfur และ Amino groupsและอาจมีสารจำพวก Dextrose อยู่ด้วย) เมื่อนำมาผ่านกรรมวิธีแยกต่างๆ แล้วได้สารชื่อ Tetrodotoxin ซึ่งมีฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอัมพาตต่อระบบหายใจ ระบบไหลเวียนของโลหิต เมื่อรับประทานปลาประมาณ 30 นาที ถึงหลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณที่รับประทานเข้าไป อาการพิษจะแบ่งเป็น 4 ขั้นคือ 
    ระยะแรก     ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการชาที่ริมฝีปาก ลิ้น บริเวณใบหน้า ปลายนิ้วมือ คลื่นไส้ อาเจียน 
    ระยะที่สอง     มีอาการชามากขึ้น อ่อนเพลีย แขนขาไม่มีแรง จนเดินหรือยืนไม่ได้ reflex ยังดีอยู่ 
    ระยะที่สาม    มีกล้ามเนื้อกระตุกคล้ายกับชัก มีอาการ ataxia พูดลำบาก ตะกุกตะกักจนพูดไม่ได้ เนื่องจากสายกล่องเสียงเป็นอัมพาต ระยะนี้ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดี
    ระยะที่สี่       กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตทั่วไป หายใจไม่ออก หมดสติ รูม่านตาโตเต็มที่ไม่มีปฏิกิริยาต่อแสง  ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องผู้ป่วยจะเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว 
    การรักษา
    เนื่องจากยังไม่มียาแก้พิษจึงรักษาตามอาการ และเนื่องจากพิษจะถูกขับออกทางปัสสาวะ ดังนั้นการให้ยาขับปัสสาวะจะช่วยให้พิษถูกขับออกได้เร็วขึ้น
    อีกประการหนึ่ง สารพิษนี้จะทนต่อความร้อนที่สูงกว่า 200 °C การต้ม ทอด ย่าง จะไม่สามารถทำลายสารพิษนี้ได้ นอกจากนี้ยังพบว่าในสภาพที่เป็นกรดพิษจะอยู่ได้นานและจะสลายตัวได้เร็วในสภาวะที่กรดเจือจาง
     กล่าวโดยสรุป ปลาปักเป้าในประเทศไทยมีอยู่ 3 สกุล 12 ชนิด  และปลาปักเป้าบางชนิดก็ใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว สารพิษที่มีอยู่ในตัวปักเป้ามี 2 ชนิดคือ Tetrodonine และ Tetrodonic acid ปลาปักเป้าบางชนิดเราสามารถนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงามได้ และบางชนิดก็สามารถนำมาประกอบอาหารได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะต้องรู้จักกรรมวิธีในการทำเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองด้วยนะครับ 
    และโอกาสนี้ผมขอขอบคุณเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ทำให้ผมและผู้อ่านทุกท่านได้รู้จักกับปลาปักเป้าชนิดต่าง ๆ มากขึ้น ได้แก่   


http://www.siamensis.org/article/1-1/8.html
http://www.fisheries.gov.bd/fish_files/pages/22_tetraodon_cutcutia_jpg.htm
http://www.jjphoto.dk/fish_archive/aquarium/tetraodon_baileyi.htm
http://www.aquascapeonline.com/prodview.asp?idproduct=309
http://www.pantown.com/board.php?id=2888&area=4&name=board9&topic=60&action=view
http://www.pufferlist.com/puffer/targetgroup.htm
http://www.aqua-fish.net/show.php?h=thaipuffer
http://www.animalsholding.cz/k74-ryby-t.html
http://www.zoo-boutique.de/susswasser/Kugelfische.htm


เรียบเรียงโดย พลสินธุ์  วิวัฒน์
เอกสารอ้างอิง

กลุ่มงานพิษวิทยา และสิ่งแวดล้อม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. ปลาปักเป้า. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_toxic/a_tx_2_001c.asp?info_id=168. (วันที่ค้นข้อมูล: 12 มกราคม 2552).
นิรนาม. Freshwater puffer tank. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:  www.thetropicaltank.co.uk/Tanks/mytank8.htm . (วันที่ค้นข้อมูล: 12 มกราคม 2552).
นิรนาม.ปลาปักเป้า. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:  http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2#.E0.B8.97.E0.B8.B5.E0.B9.88.E0.B8.A1.E0.B8.B2.E0.B8.82.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.9B.E0.B8.A5.E0.B8.B2.E0.B8.9B.E0.B8.B1.E0.B8.81.E0.B9.80.E0.B8.9B.E0.B9.89.E0.B8.B2. (วันที่ค้นข้อมูล: 12 มกราคม 2552).
สุรศักดิ์ พุ่มมณี. สัตว์น้ำมีพิษ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:   http://webdb.dmsc.moph.go.th