ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

กระแสความนิยมของปลาทองตระกูลสิงห์ในตลาดปลาสวยงาม ถ้าเป็นปลาเกรดต้องยกให้สิงห์ญี่ปุ่น เพราะเป็นปลาที่มีความโดดเด่นในเรื่องของวุ้น เขี้ยวที่หน้า หลังโค้งสวย หางยก ซึ่งตลาดต่างประเทศมีความต้องการมาก เป็นปลาที่มีโครงสร้างลำตัวกลม เห็นวุ้นตั้งแต่เล็กๆ ส่วนสิงห์จีนที่เป็นปลาที่มีโครงสร้างหลังที่ยาวและหางไม่ค่อยยก

 

หัวสิงห์ญี่ปุ่น   

หัวสิงห์จีน

สิงห์ลูกผสม

 

ความแตกต่างของปลาตระกูลสิงห์   
    ความแตกต่างอีกประการหนึ่งซึ่งเห็นได้ชัดเจนที่สุดในปลาตระกูลสิงห์ทั้ง 3 ตัวคือ เรื่องของราคาสิงห์ญี่ปุ่นนำมาเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยสิงห์ลูกผสมเป็นอันดับสอง ส่วนสิงห์จีนแทบจะไม่เคยเจอในตลาดปลาสวยงาม ราคาจึงยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไรนัก เรื่องราคาซื้อระหว่างสิงห์ญี่ปุ่นและสิงห์ลูกผสม จะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก เช่นปลาไซซ์ 5 นิ้วระดับแชมป์ทั้งคู่ สิงห์ญี่ปุ่นจะมีราคาสูงถึง 15,000 บาท ส่วนสิงห์ลูกผสมราคาแค่ 7,000 บาท ตรงนี้จะขึ้นอยู่กับกระแสความนิยมของตลาดมากกว่า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามหรือโครงสร้างของปลา
     การพัฒนาสิงห์ญี่ปุ่นเพื่อให้ได้คุณภาพนั้นจะต้องมีการพัฒนาทั้ง วุ้น หลัง กกหาง สีสัน และขนาด หลักสำคัญในการพัฒนาสายพันธุ์นั้นจะต้องยืนสายที่ตัวผู้เป็นหลัก ส่วนหลักในการคัดเลือกปลาที่จะนำมาทำพ่อแม่พันธุ์นั้น ควรจะใช้ตัวผู้อายุประมาณ 1ปี- 1ปีครึ่ง ส่วนตัวเมียอายุอาจจะน้อยกว่าเล็กน้อย และที่สำคัญต้องไม่ใช่ปลาหลุดที่สวย พี่น้องร่วมครอกจะต้องมีคุณภาพใกล้เคียงกัน ส่วนเรื่องของสีสันและการว่ายน้ำของปลามีความสำคัญมากพอสมควร
การเพาะพันธุ์ปลาให้ได้สีสันที่ต้องการคือสีขาวแดง จะต้องเลือกตัวผู้และตัวเมียแต่จะต้องมีสีพื้นแดงมากกว่าขาว และพี่น้องร่วมครอกต้องเป็นปลาที่มีสีสันใกล้เคียงกัน จะทำให้ความนิ่งของสีรุ่นลูกนั้นมีมากกว่า 50% 
    การพัฒนาสายพันธุ์สิงห์ญี่ปุ่นมักจะนิยมเพาะครั้งละ 2 สายแล้วคัดลูกของแต่ละสายที่ได้มาผสมกันอีกครั้ง ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี ลูกที่ได้จะค่อนข้างมีความนิ่งพอสมควร ถ้าเห็นว่าสายเลือดของปลาเริ่มชิดคือ ลูกปลาเริ่มมีลักษณะที่ไม่ต้องการออกมา ควรจะหาปลาสายพันธุ์อื่นเข้ามาสับเปลี่ยนบ้างเพื่อจะได้ปรับปรุงสายพันธุ์ให้ดีขึ้น โดยปกติแล้วอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาทองมากที่สุดอยู่ราวๆ 25 องศาเซลเซียส ในช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด อุณหภูมิของน้ำจะลดต่ำลงส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลงต่ำด้วย 
     เมื่อปริมาณออกซิเจนในน้ำลดต่ำลงภูมิคุ้มกันของปลาก็ลดลงด้วย อาหารที่ปลากินไม่หมดและหมักหมมอยู่ในบ่ออาจจะเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ อาทิเช่นโรคเหงือก ปลาคลายเมือกมากกว่าปกติ โรคตกหมอกในสิงห์ดำตามิด ฉะนั้นในช่วงหน้าหนาวหรืออากาศเย็น ควรจะลดปริมาณอาหาร ไม่ควรเหลือทิ้งไว้ในบ่อเหมือนในช่วงหน้าร้อน เพราะโดยธรรมชาติปลาจะกินอาหารน้อยลงอยู่แล้ว

  

ย่อโดย... ตุลฮาบ หวังสุข
ที่มา... FANCY FISH นิตยสารส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม ปีที่7 ฉบับที่73 ประจำวันที่ 15 พ.ย.- 14 ธ.ค. 49

ภาพจาก...https://th.wikipedia.org