ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

เขียนบทความมาหลายเรื่อง  แต่ไม่เคยเลยที่จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับโรค  ไม่ใช่ไม่มีข้อมูลหรือขาดความรู้เรื่องโรคหรอกครับ  แต่อดีตยังจำฝังใจ  ผมเคยเลี้ยงปลาหมอสีไว้หนึ่งตัว  มันสวยงามน่ารัก  และมันก็สามารถเป็นเสมือนเพื่อนเล่นได้ด้วย  จนมาถึงวันที่ผมคาดไม่ถึง  เมื่อเห็นมันดูซึม ๆ ไม่ค่อยกินอาหาร  และต่อมาตาเริ่มปูด  ชักจะแย่แล้วซิครับ  ผมเริ่มใจไม่ค่อยดี  ประสบการณ์เรื่องโรคก็ไม่มีเสียด้วย  แล้วไม่กี่วันมันก็ตาย  เสียใจครับบอกตรง ๆ ว่าเสียใจ  นึกไม่ถึงว่าแค่ตามันปูดขึ้นมาเล่นเอาถึงตายเลยหรือ

นี่แหละครับสาเหตุที่เมื่อเขียนบทความแล้วผมไม่เคยเขียนเรื่องโรคเลย  แต่ที่มาเขียนเรื่องนี้ได้ก็เพราะว่าอยากจะเอาความผิดพลาดจากการเลี้ยงปลาหมอสีของผมโดยเฉพาะเรื่อง การสังเกต  การแก้ไขปัญหาที่รวดเร็ว  เมื่อปลาที่เราเลี้ยงเริ่มมีอาการผิดปกติ  มาบอกกล่าวกันฟังเพื่อที่จะไม่ทำให้ท่านที่เลี้ยงปลาหมอสีต้องเสียใจเหมือนกับผม  เรามาดูเจ้ามฤตยูร้ายที่ทำให้ปลาหมอสีของผมต้องตาย  ถ้าโรคนี้เกิดกับปลาของใคร  อย่าชะล่าใจ  เพราะคิดว่าแค่ปลาเจ็บตาเดี๋ยวก็หาย  ต้องรีบแก้ไขรีบรักษาเลยครับ 

โรคปลาตาโปน
โรคนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ  เช่นเกิดจาก การติดเชื้อ  เกิดจากการบาดเจ็บทางตา  หรือ  เกิดจากมีพยาธิเข้าไปอยู่หลังตา  และที่สำคัญ  อีกสาเหตุคือ  คุณภาพของน้ำไม่ดี  มีการเน่าเสีย  คุณภาพของน้ำไม่เหมาะสมและจากทุกสาเหตุที่อาจเกิดขึ้น  ทุกอย่างทุกองค์ประกอบ  ล้วนเป็นสาเหตุได้ทั้งนั้น  ถ้าเราไม่ใส่ใจดูแลปลาหมอสีตัวโปรด  ของเราให้ดีเมื่อปลาหมอสีตัวโปรดของเราไม่สบาย  จะต้องหาวิธีที่จะทำให้ปลาหมอสีตัวโปรดของตัวเองให้กลับมาแข็งแรงและร่าเริงเหมือนเดิม


ภาพจาก  http://fishroom.org/webboard/

   
อาการของโรคตาโปน
   ปลาจะซึมไม่ร่าเริงเหมือนเดิม  ไม่ค่อยกินอาหาร  นัยต์ตาของปลาหมอสีจะมองเห็นเป็นฝ้าสีขาวๆขุ่นๆ  และเริ่มนูนออกมานิด ๆ และถ้าปล่อยไว้นานตาของปลาหมอสีจะนูนออกมาเยอะ  มาถึงตอนนี้  ถ้ายังไม่รักษาแล้วยังปล่อยไว้อาจทำให้ปลาหมอสีของท่านตาบอดหรือตายได้นะครับ  ตั้งแต่ที่ท่านสังเกตเห็นอาการนี้ควรแยก ปลาออกมาไว้ตัวเดียว  ไม่ควรเลี้ยงปลารวมกับตัวอื่น  เพราะอาจทำให้ปลาตัวอื่นติดเชื้อไปด้วยและควรล้างตู้ปลาให้สะอาดด้วยครับ

การป้องกันรักษา
   ควรรักษาสภาพน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ  อาหารที่ใช้ควรเป็นอาหารที่มีคุณภาพ  อาหารสดเช่น  กุ้งฝอย  ควรล้างให้สะอาด้วยด่างทับทิม  และน้ำเปล่าที่สะอาดครับ  การรักษาจะรักษาคล้ายกันกับปลาหมอสีที่ป่วยเป็นโรค  หัวเป็นรูครับ  จะแตกต่างกันตรงที่  ตัวยาที่ใช้ในการรักษา  โรคหัวเป็นรูจะใช้ยาเมโทรนิดาโซล  (Meronidazole)  เพียงอย่างเดียว  สำหรับโรคปลาตาโปนตัวยาที่ใช้คือ ยาเมโทรนิดาโซล (Meronidazole)  + เอม็อกซี่ (Amoxi)  ยาทั้ง 2 ชนิดนี้หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปและนำยาทั้ง 2 ตัวมาบดให้ละเอียดเน้นต้องให้ละเอียดนะครับ  นำมาละลายน้ำ 3-5 ซีซี

การรักษาสามารถรักษาได้ 2 วิธี
1.    การให้กินยา
2.   การแช่ด้วยยา

วิธีที่ 1  การให้กินยา
   การให้กินยาก็แยกได้อีก 2 วิธี  วิธีนี้ค่อนข้างได้ผลดี
1.    การผสมยาให้เข้ากับอาหาร  โดยการคลุกยาให้ผสมกับอาหาร และใช้น้ำผสมให้หมาด ๆ เพื่อให้ยาเคลือบที่ผิวของอาหาร  แล้วปล่อยไว้ให้แห้ง  แล้วให้อาหารปลาหมอสีตามปกติ  จนปลาเริ่มมีอาการดีขึ้นดูได้จากตาของปลาที่เริ่มยุบ  อัตราส่วนในการผสมยาเมโทรนิดาโซล (Meronidazole) 1 กรัม  + เอม็อกซี่ (Amoxi)  1 กรัม +น้ำ 1 มิลลิลิตร / อาหาร 1 กรัม ในกรณีนี้ ปลาหมอสียังสามารถกินอาหารเองได้ครับ
2.   การป้อนยา คือการนำตัวยาเข้าไปในตัวปลาโดยตรงเลยครับ  วิธีนี้จะยุ่งยากนิดหน่อย  อุปกรณ์ที่ใช้มี  กระบอกเข็มฉีดยาขนาดเล็กและไม่มีเข็ม  ไส้ไก่รถจักรยานยาวประมาณ 2-3 นิ้ว  เพราะจะนุ่มไม่อันตรายต่อภายในตัวปลาแล้วนำมาผสมกับน้ำ  ในอัตราส่วน ยาเมโทรนิดาโซล (Meronidazole)  + เอม็อกซี่ (Amoxi)  +น้ำ = 200 มิลกรัม + 250 มิลกรัม+5 ซีซี ขนาดปลา 3-5 นิ้ว  ถ้าปลาตัวโตอาจเพิ่มปริมาณของยาขึ้นเป็น = 400 มิลกรัม+500 มิลกรัม+5 ซีซี  ให้ตรวจสอบปริมาณของยาด้วยว่ามีกี่มิลลิกรัมต่อเม็ด  หลังจากผสมยาแล้ว  ให้ดูดเข้ากระบอกฉีดยาแล้วต่อใส้ไก่เข้ากับกระบอกฉีดยา  แล้วสอดเข้าไปในปากของปลากะให้ถึงกระเพาะของปลา  แล้วฉีดยาเข้าไปเท่านี้ก็เสร็จแล้วครับ  แล้วรอดูอาการประมาณ 5-7 วัน  ถ้าไม่ดีขึ้นให้ทำซ้ำอีกจนกว่าปลาจะดีขึ้น  และให้เปลี่ยนน้ำ 30 % ทุก 3 วัน

วิธีที่ 2 การแช่ด้วยยา
วิธีนี้ได้ผลช้าอัตราการใช้ยา  ยา 25 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร  แช่จนกว่าอาการจะดีขึ้นและให้เปลี่ยนน้ำ 30 % ทุก ๆ 3 วันทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าอาการปลาจะดีขึ้นครับ

   การไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ  เพราะฉะนั้น ถ้าอยากมีลาภก็ต้องดูแลกันตั้งแต่เริ่มต้น  น้ำ  อาหาร  ออกซิเจน  วิธีการเลี้ยงที่เหมาะสม  ต้องดูแลเอาใจใส่ให้ดีครับ  หรือถ้าเกิดปลาเป็นโรคขึ้นมาจริง ๆ ก็ต้องรีบรักษาตั้งแต่เริ่มแรก  มีอาการปุ๊บก็ต้องดูแลปั๊บ  อะไรประมาณนี้  คนเราก็เช่นกันครับไม่แตกต่างไปจากปลา  สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ  ต้องเอาใจใส่ในเรื่อง  3 อ.ให้ได้คือ  อาหาร  ออกกำลังกาย  อารมณ์ เพราะถ้าทำได้อย่างที่บอกแล้วรับรองว่าสุภาษิตที่ว่า  “การไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ”  เป็นของคุณอย่างแน่นอนทำซิครับเพื่อคนที่คุณรักและตัวคุณเอง

 
เรียบเรียงโดย  จำนง  ถีราวุฒิ

 

เอกสารอ้างอิง : Fishzone-th.blogsport.com , 
                        www.ninekaow.com